9 พ.ย. 2564 718 74

ถึงเวลาเปลี่ยนมาใช้มือถือ 5G แล้ว เมื่อ 3G กำลังจะถูกปิด ส่งผลมือถือเก่าโดนลอยแพ

ถึงเวลาเปลี่ยนมาใช้มือถือ 5G แล้ว เมื่อ 3G กำลังจะถูกปิด ส่งผลมือถือเก่าโดนลอยแพ

เมื่อ 5G เข้ามา ได้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เผลอแป๊บเดียว สัญญาณ 5G ขยายครอบคลุม และต่อมา คลื่น 3G จะถูกปิดตัวลง ส่งผลทำให้มือถือ 3G กว่า 10 ล้านเครื่อง ในสหรัฐ อาจจะใช้งานไม่ได้ เนื่องจากการรับคลื่นที่ไม่สนับสนุนเครือข่าย 4G 5G นั่นเอง

ผู้ใช้เครือข่ายไร้สาย ในแคลิฟอร์เนียและทั่วประเทศ กำลังมองหาการอัปเกรดเทคโนโลยีครั้งใหญ่ในปีหน้า และอาจเป็นไปได้ว่า เรื่องน่าปวดหัวคือ จะมีมือถือตกรุ่นจำนวนมากกว่าล้านเครื่อง

การเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม หมุนผ่านไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเครือข่าย 5G ที่มีการขยายให้ครอบคลุมอย่างรวดเร็วในอีก 12 เดือนข้างหน้า แน่นอนว่าช่วยให้คลื่นรองรับการใช้งานในปริมาณมากๆ ได้ดีขึ้น แต่นั่นก็ส่งผลต่อเทคโนโลยีเก่าอย่าง 3G ที่จะต้องปิดตัวลง ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้ ส่งผลต่อมือถือ 3G กว่า 10 ล้านเครื่องที่จะกลายเป็นก้อนอิฐ

ในขณะที่บางโอเปอเรเตอร์ เข้าใจจุดนี้ดี มีการนำเสนอโปรโมชั่นแจกมือถือใหม่ฟรีให้กับผู้ใช้ ซึ่งจะได้มือถือที่ดีกว่ารุ่นเดิม แต่ก็มีค่าบริการ

มีผู้ใช้ได้รับอีเมลจาก AT&T แจ้งว่า มือถือ Samsung 3G เครื่องเก่าของเขาอาจตกรุ่นในเร็ววัน เนื่องจากมีแผนในการปิด 3G ซึ่งผู้ใช้อาจจะต้องเปลี่ยนมือถือเพื่อให้ใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง นั่นคือสัญญาณของการเปลี่ยนเครื่องใหม่

ถ้ามองในไทย สมัยที่ใช้ 2G ก็มีผู้ใช้มือถือแบบปุ่มกดจำนวนมากที่ไม่ยอมเปลี่ยนมาใช้มือถือแบบ 3G ยังคงใช้มือถือแบบ 2G จนต้องมีการแจกเครื่องเพื่อให้ใช้งานได้ต่อเนื่อง ถ้ายอมเปลี่ยนเครื่อง จะได้มือถือฟรี แต่ก็แลกด้วยค่าบริการที่อาจจะเพิ่มภาระให้ผู้ใช้ เพราะบางคนมองว่า 5G ยังไม่จำเป็น มือถือ 3G ก็ยังใช้งานได้ แถมยังต้องรับภาระค่าบริการที่อาจจะเพิ่มขึ้น

หากมีการปิดคลื่น 3G ในปีหน้า ผู้ที่ใช้มือถือ 4G ยังใช้งานบน 4G ได้ตามปกติ แต่สิ่งที่ได้จาก 5G คือประสบการณ์ในการรับส่งข้อมูลที่รวดเร็ว ดูวีดีโอสตรีมมิ่ง ได้ไหลลื่น คมชัดมากยิ่งขึ้น แต่ในทางกลับกัน ค่าบริการอาจจะสูงขึ้นนิดหน่อย

ส่วนคนที่ยังใช้มือถือ 4G (LTE) แม้จะใช้ 5G ไม่ได้ ก็วางแผนไว้ว่าต่อไปจะซื้อมือถือ 5G เมื่อสัญญาณครอบคลุมทั่วประเทศแล้ว

ถ้าเทียบแล้ว คนอเมริกันใช้มือถือ 4G กว่า 300 ล้านเครื่องทั่วประเทศ แต่อีก 10 ล้านเครื่องเป็นเครื่อง 3G ที่ใช้งานเครือข่ายมาตั้งแต่ปี 2002 ก็ถึงเวลาเปลี่ยนแล้ว โดยผู้ให้บริการ 3G อย่าง AT&T Verizon และ T-Mobile ก็มีแผนจะยุติการให้บริการ 3G ภายในสิ้นปี 2022

ยิ่งใกล้ถึงเวลายุติการให้บริการ 3G ผู้ให้บริการอาจจะได้รับผลกระทบ หากพวกเขาไม่ยอมเปลี่ยนเครื่อง อาจจะมีมือถือให้ใช้ (แต่ไม่ฟรี) มีราคาโปรโมชั่น แต่กลับกลายเป็นเพิ่มภาระให้กับผู้ใช้ แต่อย่างน้อยพวกเขาก็มีโอกาสเลือกว่าจะใช้มือถือ 4G หรือ 5G ตามกำลังที่จ่ายไหว ในวันที่ 3G กำลังจะหมดวาระแล้ว หากไม่เปลี่ยนมือถือ พอปิด 3G มือถือจะใช้งานไม่ได้เลย แม้แต่จะรับส่งข้อความ รับสาย หรือโทรสายด่วนต่างๆ

นอกจากนี้ การเปลี่ยนผ่านของ 5G ไม่ได้กระทบแค่มือถือ แต่กระทบกับปุ่ม SOS บนอุปกรณ์ ยานพาหนะ ระบบรักษาความปลอภัยในบ้าน ที่แม้จะใช้เน็ตไม่เยอะ แต่รถยนต์เก่าที่มีระบบนี้ก็จะได้รับผลกระทบไปด้วย อาจจะต้องอัปเกรดอุปกรณ์ด้วยเช่นกัน เช่น กล้องวงจรปิด 3G ถ้าต่อ Wi-Fi ได้ก็รอดไป อัปเกรดง่ายกว่า

ถ้าใครใช้มือถือ Android ก็อาจจะต้องเปลี่ยน เพราะเป็นรุ่น 3G ไม่รองรับ 4G แต่ถ้าใช้ iPhone ส่วนใหญ่จะรองรับ 4G อยู่แล้ว แต่อย่างน้อยๆ การเปลี่ยนมือถือ จะทำให้ได้เทคโนโลยีที่ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมต่อ การใช้งานที่ไหลลื่นขึ้น แน่นอนว่าการเปลี่ยนผ่าน ส่งผลต่อผู้ใช้ส่วนหนึ่ง แต่ก็เป็นจำนวนมากที่ได้รับผลกระทบ และอีกอย่าง ถ้าใครเพิ่งซื้อมือถือเมื่อไม่กี่ปีมานี้ อาจจะได้มือถือ 4G อยู่แล้ว ยังไม่ต้องเปลี่ยนเครื่อง แต่มือถือ 3G ที่เพิ่งซื้อในเวลาไม่นาน อาจจะต้องมีการสนับสนุนหากมีการติดสัญญากับเครือข่าย แต่หากซื้อมือถือ ช่วง 2-3 ปีมานี้ ส่วนใหญ่จะเป็นมือถือ 4G ขึ้นไปอยู่แล้ว

latimes

ภาพโดย Pexels จาก Pixabay