10 ก.ย. 2564 508 1

เปิดโลกธุรกิจค้าปลีกไทยยุค 5G พลิกวิกฤตเป็นโอกาส ผ่านมุมมองจากกูรูนวัตกรรมระบบจัดการร้านค้า ในงานสัมมนา True 5G Tech Talk

เปิดโลกธุรกิจค้าปลีกไทยยุค 5G พลิกวิกฤตเป็นโอกาส ผ่านมุมมองจากกูรูนวัตกรรมระบบจัดการร้านค้า ในงานสัมมนา True 5G Tech Talk

กว่า 1 ปีที่ผ่านมา ท่ามกลางวิกฤตโควิด-19 ธุรกิจค้าปลีก เป็นอีกหนึ่งภาคธุรกิจที่ต้องเผชิญกับความท้าทายเพื่อความอยู่รอด ต้องเร่งปรับตัวเพื่อไม่ให้เสียโอกาสทางธุรกิจ และขยายช่องทางการขายเพื่อรองรับลูกค้าที่หันมาซื้อสินค้าออนไลน์มากขึ้น  ทรู 5G พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการนำอัจฉริยภาพ 5G ช่วยธุรกิจค้าปลีกพลิกวิกฤตเป็นโอกาส  โดยร่วมกับ Huawei ASEAN Academy และ Techsauce จัดงานสัมมนา 5G พลิกโฉมประเทศไทย “True 5G Tech Talk” ในหัวข้อ “Retail” ผ่าน True VROOM พร้อมถ่ายทอดสดที่ ทรูไอดี โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมระบบจัดการร้านค้า   ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองในการนำเทคโนโลยี 5G มาช่วยพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพให้ธุรกิจค้าปลีก พร้อมรับมือกับวิถีใหม่  และอัปเดตเทรนด์การค้าปลีกยุค 5G ที่น่าสนใจดังนี้ 


อนาคตธุรกิจค้าปลีกยุค 5G ต้องเป็นทั้งออนไลน์และออฟไลน์  โดย  Mr. Reynazran Royono ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริหารบริษัท Snapcart  แอปพลิเคชันสำหรับเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าเพื่อใช้ทำการตลาด  กล่าวว่า การกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนจำเป็นมากในการทำธุรกิจ  สามารถทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ

เป้าหมาย คือ สิ่งสำคัญที่สุดในการทำธุรกิจ การวิเคราะห์เป้าหมายจะทำให้รู้ว่าธุรกิจต้องการพัฒนาในด้านใด เพื่อจะได้วางแผนการลงทุนได้ถูกต้อง  ไม่มีคำตอบตายตัวว่าจะต้องใช้เทคโนโลยีใดมาพัฒนาธุรกิจ 

ยกตัวอย่าง ในต่างประเทศในแบรนด์ที่ขายสินค้าตัวเดียวกันหรือกลุ่มลูกค้าใกล้เคียงกัน ว่าธุรกิจเหล่านั้นเลือกใช้เทคโนโลยีใดมาสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า  

ต้องพัฒนาเทคโนโลยีที่ตรงกับความต้องการของลูกค้าและเป้าหมายของธุรกิจ  จะส่งผลดีต่อตัวธุรกิจทั้งในการขายออนไลน์และหน้าร้านด้วย 

การเก็บข้อมูลลูกค้าจากแพลตฟอร์มต่างๆ ช่วยให้นักการตลาดเข้าใจลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น 

เทคโนโลยี 5G เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเก็บข้อมูลในระบบหลังบ้านได้ดีขึ้น  วิเคราะห์พฤติกรรมของลูกค้าได้แม่นยำขึ้นและสามารถเลือกโปรโมชั่นที่เหมาะกับลูกค้าเฉพาะบุคคลอีกด้วย 

แนวโน้มธุรกิจค้าปลีกจะต้องผสมผสานรูปแบบการขายของทั้งออนไลน์กับออฟไลน์เข้าด้วยกันหรือแบบ O2O  คือ  มีช่องทางออนไลน์ในการซื้อสินค้าและการขายของแบบมีหน้าร้าน  ร้านค้าควรเก็บข้อมูลลูกค้าจากประวัติการสั่งซื้อหรือการคลิกบนแพลตฟอร์ม  จะทำให้ร้านค้าสามารถรับรู้ถึงความจงรักภักดีของลูกค้าที่มีต่อแบรนด์ได้   


5G ช่วยพัฒนาค้าปลีกในไทย โดย Mr. Axel Winter  ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายดิจิทัล บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด เจ้าของและผู้บริหารสยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ และไอคอนสยาม  ให้ความคิดเห็นว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19  ส่งผลให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

ผู้บริโภคมีแนวโน้มที่ติดต่อกันบนช่องทางออนไลน์มากขึ้น  ซึ่งเกิดจากนโยบาย  Work from Home กิจกรรมต่างๆ จึงเปลี่ยนเป็นแบบออนไลน์  ทำให้ดิจิทัลแพลตฟอร์มต้องพัฒนาคุณภาพมากยิ่งขึ้น  

การลงทุนด้านเทคโนโลยีจะสามารถช่วยพัฒนาอุตสาหกรรมค้าปลีกในไทยได้  

ยกตัวอย่าง สหรัฐอเมริกาที่มีการลงทุนเพื่อพัฒนาบริการ 5G ให้เข้ามาสนับสนุนการทำงานของฟีเจอร์ต่างๆ ให้มีความเสถียรและรวดเร็ว  เพื่อการเก็บข้อมูลและนำไปพัฒนาระบบการจัดการให้มีประสิทธิภาพ  


5G สร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า โดย Mr. Sulabh Dhanuka  หัวหน้าสายงานธุรกิจองค์กรระหว่างประเทศ บริษัท ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า  ธุรกิจค้าปลีกต้องเร่งปรับตัวเพื่อความอยู่รอดเพื่อและไม่ให้เสียโอกาสทางธุรกิจ

เทคโนโลยี 5G จะช่วยให้ธุรกิจปรับตัว เพื่อตอบสนองพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปได้ดีขึ้น  

ลูกค้ามีประสบการณ์ในการซื้อสินค้าผ่านทางช่องทางออนไลน์มากยิ่งขึ้น

ร้านค้าควรมีของเต็มตลอด  เพราะการตอบสนองที่รวดเร็วจะกลายเป็นพฤติกรรมใหม่ของผู้บริโภคในยุคนิวนอร์มอล  

ความต้องการเฉพาะบุคคลที่ไม่ใช่แค่การซื้อของออนไลน์เท่านั้น  แต่รวมไปถึงหน้าร้านก็ต้องเตรียมพร้อมรับมือกับลูกค้าที่ซื้อสินค้าแบบออฟไลน์ด้วยเช่นกัน  

การนำ Augmented Reality (AR), Virtual Reality (VR) หรือ IoT มาสร้างโลกเสมือนจริงและใช้กับ หน้าร้านเท่าที่จะทำได้  สามารถสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างร้านค้ากับผู้บริโภคได้เป็นอย่างดีและยังสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าอีกด้วย