9 ส.ค. 2564 3,138 2

ยูโอบี ประเทศไทย ร่วมกับ สสว. และไมโครซอฟท์ หนุนช่วยเหลือเอสเอ็มอี (SMEs) ให้ปรับองค์กรและธุรกิจสู่ดิจิทัล จัดงานสัมมนาด้านดิจิทัลแก่เอสเอ็มอี 1,000 ราย พร้อมให้ทดลองใช้ดิจิทัลโซลูชันฟรี!!

ยูโอบี ประเทศไทย ร่วมกับ สสว. และไมโครซอฟท์ หนุนช่วยเหลือเอสเอ็มอี (SMEs) ให้ปรับองค์กรและธุรกิจสู่ดิจิทัล จัดงานสัมมนาด้านดิจิทัลแก่เอสเอ็มอี 1,000 ราย พร้อมให้ทดลองใช้ดิจิทัลโซลูชันฟรี!!

ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) สนับสนุนผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมหรือเอสเอ็มอี (SMEs) ให้ปรับองค์กรและธุรกิจสู่ดิจิทัล จัดงานสัมมนาด้านดิจิทัลแก่เอสเอ็มอี 1,000 ราย พร้อมให้ทดลองใช้ดิจิทัลโซลูชันฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย

จากผลการสำรวจผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรวม 2,700 รายใน 21 ภาคธุรกิจโดยสสว. พบว่าเอสเอ็มอีสนใจนำเทคโนโลยีมาใช้ปรับปรุงกระบวนการดำเนินงาน โดยร้อยละ 84.4 มีแผนที่จะเริ่มดำเนินการในอนาคตอันใกล้ อย่างไรก็ดี พบว่าร้อยละ 61.4 ของเอสเอ็มอีไทยยังไม่มีช่องทางการขายออนไลน์  และอีกร้อยละ 64.1 ยังขาดระบบการรับสั่งสินค้าออนไลน์ ขณะที่ร้อยละ 20.7 ต้องการมีระบบการทำธุรกรรมออนไลน์



สำหรับความร่วมมือครั้งนี้ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย และ สสว. จะจัดงานสัมมนาออนไลน์แนะนำเทคโนโลยีและให้ความรู้ด้านดิจิทัลแก่ผู้ประกอบการที่สนใจในวันที่ 31 สิงหาคม 2564 ซึ่งงานนี้เป็นส่วนหนึ่งในโครงการ Smart Business Transformation Programme (SBTP) ดำเนินการโดย เดอะ ฟินแล็บ (The FinLab) และธนาคารยูโอบี ประเทศไทยที่ช่วยส่งเสริมเอสเอ็มอีให้ปรับองค์กรและธุรกิจสู่ดิจิทัล โดยเอสเอ็มอีที่เข้าร่วมกิจกรรมจะสามารถระบุดิจิทัลโซลูชันที่เหมาะสมกับธุรกิจของตนเอง ที่จะช่วยปรับปรุงกระบวนการดำเนินธุรกิจ สร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น รวมถึงขยายฐานลูกค้า  ที่สำคัญผู้ประกอบการยังสามารถลงชื่อขอใช้ดิจิทัลโซลูชันฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายเป็นระยะเวลาสูงสุด 4 เดือน ประกอบด้วย Smart Point of Sale (POS) จากไมโครซอฟท์  Zaviago บริการแพลตฟอร์มสำหรับสร้างและจัดการเว็บไซต์ และ Kollective ซึ่งเป็นโซลูชันสำหรับการทำการตลาดโดยใช้ผู้มีอิทธิพลทางความคิด (influencer)

 



สิรินันท์ จิรดิลก ผู้อำนวยการอาวุโส Head of Digital Engagement and FinTech Innovation ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย เปิดเผยว่า “การปรับเปลี่ยนไปสู่การทำธุรกิจบนแพลตฟอร์มดิจิทัลมีความสำคัญต่อผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเป็นอย่างมากในช่วงที่เกิดภาวะวิกฤตเช่นนี้ โครงการ SBTP ของเราได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่สามารถใช้เครื่องมือดิจิทัลได้ในเชิงรุก นอกจากจะประสบความสำเร็จแล้ว ยังจะสร้างโอกาสทางธุรกิจได้อีกมากมาย สำหรับความร่วมมือกับสสว. และผู้ให้บริการดิจิทัลโซลูชันชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็น ไมโครซอฟท์  Zaviago และ Kollective จะช่วยให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีของไทยเปลี่ยนจากการทำธุรกิจแบบเดิมพลิกโฉมไปสู่การทำธุรกิจบนแพลตฟอร์มดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

 


วีระพงศ์ มาลัย ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กล่าวว่า “ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมีสัดส่วนคิดเป็นร้อยละ 34.2 ของ GDP ประเทศไทย ถือเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีความสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ผลจากการระบาดของเชื้อโควิด-19 ในปัจจุบัน ทำให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีต้องประสบปัญหาในการดำเนินธุรกิจอย่างมาก เพื่อให้ SME สามารถดำรงธุรกิจอยู่ได้และเพื่อการเติบโตต่อไปในอนาคต ผู้ประกอบการจำเป็นต้องปรับกระบวนการทำธุรกิจมาอยู่บนแพลตฟอร์มดิจิทัล อีกทั้งยังต้องการใช้ดิจิทัลโซลูชันที่ตรงเป้าหมาย ใช้งานได้เห็นผลจริง และนำไปใช้งานได้ง่าย  ซึ่ง สสว.ได้กำหนดนโยบายที่จะช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยให้สามารถนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อขยายธุรกิจ เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน โดยเฉพาะในกลุ่มสาขาธุรกิจภาคบริการรายย่อย เช่น ร้านค้า ร้านอาหารขนาดเล็ก ที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง เราจึงยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ซึ่งเป็นพันธมิตรที่มีแนวคิดเดียวกัน มาช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาและสนับสนุนการเติบโตของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในประเทศไทย”

 

ภักดี อัญญะกมล รองกรรมการผู้จัดการ ประสานงานกลุ่มลูกค้าองค์กรและกิจการขนาดกลางและขนาดย่อม บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “จากการที่เราคลุกคลีกับลูกค้าธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมมานาน ทั้งยังได้เข้าไปช่วยเหลือองค์กรมากมายที่ต้องการก้าวข้ามความท้าทายในช่วงวิกฤตนี้ด้วยเทคโนโลยี เราขอขอบคุณทางยูโอบี ประเทศไทย และ สสว. ที่เปิดโอกาสให้ไมโครซอฟท์ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือนี้ เราตระหนักดีว่าผู้ประกอบการเอสเอ็มอีต้องเผชิญความท้าทายมากมาย เราจึงได้นำ โซลูชันต่าง ๆ เข้ามาช่วยเหลือ เช่น Microsoft Smart POS แอปพลิเคชันบันทึกการขายที่ทำงานในรูปแบบของบริการบนคลาวด์”

 

“Smart POS มีต้นทุนที่ถูกกว่าระบบบันทึกการขายแบบเดิมมาก ด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 150 บาทต่อเดือน และยังมีฟังก์ชันที่ตอบโจทย์ของธุรกิจ ทั้งการสรุปยอดขายและส่งรายงานเป็น Excel แสดงยอดขายทุกรายการ ไปจนถึงการสร้างเว็บไซต์ และเครื่องมือการตลาดด้านการใช้ไมโครอินฟลูเอนเซอร์  นี่เป็นเพียงหนึ่งในโซลูชันที่น่าสนใจจากไมโครซอฟท์และพันธมิตร  เราหวังว่าในอนาคต เทคโนโลยีของเราจะช่วยให้ธุรกิจสามารถเดินหน้าและต่อยอดการพัฒนาได้อย่างต่อเนื่อง”

เอสเอ็มอีที่สนใจเข้าร่วมสัมมนาออนไลน์ ครั้งนี้ สามารถสมัครผ่านลิ้งค์ https://bit.ly/2VmJYqj ได้ภายในวันที่ 30 สิงหาคม 2564  และดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการ SBTP ได้ที่ www.thefinlab.com/Thailand เพื่อเรียนรู้ข้อมูล เพื่อเปลี่ยนแปลงปรับธุรกิจสู่ดิจิทัล



ข้อมูลโครงการ Smart Business Transformation หรือ SBTP

 โครงการ Smart Business Transformation หรือ SBTP ริเริ่มขึ้นครั้งแรกในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2562 เพื่อสนับสนุนและพัฒนาขีดความสามารถผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ในประเทศไทยให้สามารถเปลี่ยนแปลงองค์กรสู่ดิจิทัลเต็มรูปแบบ

 

โครงการ SBTP ดำเนินการโดยธนาคารยูโอบี ประเทศไทย และเดอะ ฟินแล็บ ผู้ร่วมขับเคลื่อนการนำเทคโนโลยีไปใช้โดยได้รับการสนับสนุนจากธนาคารยูโอบีเพื่อช่วยเหลือธุรกิจในการเดินทางสู่โลกดิจิทัล โดยได้รับความร่วมมือและการสนับสนุนจากองค์กรพันธมิตร ได้แก่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) องค์กรพันธมิตรภาคเอกชน รวมถึงผู้ให้บริการดิจิทัลโซลูชันต่างๆ

 

ในการเข้าร่วมโครงการ SMEs จะสามารถระบุปัญหาในการดำเนินธุรกิจ รวมถึงได้คำแนะนำการใช้งานเครื่องมือต่างๆ ความรู้และแนวทางการทำงานในการปรับตัว และสร้างความเชื่อมั่นในการใช้นวัตกรรมใหม่ หลังจากนั้น จะได้ทดลองใช้ดิจิทัลโซลูชันที่เหมาะสม เพื่อให้สามารถนำเทคโนโลยีไปทดลองแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ


 

สรุปการดำเนินงานและผลลัพธ์โครงการ SBTP

• ปี 2562 เปิดตัวโครงการเพื่อช่วยเหลือ SMEs ของไทยพัฒนา และเพิ่มขีดความสามารถด้านดิจิทัล พร้อมเปลี่ยนแปลงองค์กรด้วยดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ

o การดำเนินงาน: ผู้ประกอบการ 15 บริษัทเข้าร่วมโครงการ ด้วยวิธีบ่มเพาะความรู้แบบเชิงเข้มข้น เจาะลึกจากผู้เชี่ยวชาญ และผู้พัฒนาเทคโนโลยีหลากหลายสาขา รวมถึงให้ความช่วยเหลือแบบ high touch ในการแนะนำโซลูชันที่เหมาะสม จนถึงช่วยให้นำไป implement และใช้ได้จริง

o ผลลัพธ์: ผู้ประกอบการทั้ง 15 บริษัทได้นำเทคโนโลยีและดิจิทัลโซลูชันต่างๆ ไปใช้งาน เพื่อปรับและขับเคลื่อนองค์กรสู่ดิจิทัล ซึ่งได้เห็นผลลัพธ์เชิงบวกที่สำคัญ โดยได้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำธุรกิจ ลดต้นทุนต่างๆ สร้างทัศนคติและความคิดดิจิทัลให้เกิดขึ้นในองค์กร พร้อมทั้งช่วยสนับสนุนและอำนวยความสะดวกในการขยายธุรกิจสู่ประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค อาทิ

- แบรนด์ Nappi baby ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กผลิตจากใยไผ่ หลังปรับธุรกิจสู่ดิจิทัล 1) มียอดขาย e-commerce เติบโตถึงร้อยละ 150 ในปีที่ 2563 และยังคงเติบโตได้อย่างดีในสถานการณ์ระบาดปีนี้ หลังพัฒนาใช้ e-commerce เต็มรูปแบบ 2) ลดต้นทุนด้านบุคลากร ค่าเช่าหน้าร้าน ปรับใช้ระบบ Fulfillment เพื่อบริหารคลังสินค้า ทำให้ต้นทุนธุรกิจโดยรวมลดลงถึงร้อยละ 50 สามารถต่อยอด 3) ขยายตลาดต่างประเทศ ล่าสุดมีตัวแทนจำหน่ายใหม่ในประเทศมาเลเซีย ตลอดจนเป็น Coaching ให้กับเอสเอ็มอีที่ต้องการเปลี่ยนสู่ธุรกิจออนไลน์ ว่าควรจะเริ่มต้นที่ตรงไหน โดยใช้ประสบการณ์การเรียนรู้อย่างเป็นระบบจากโครงการ SBTP ได้อย่างดี

- Kingdom Organic หรือเครือข่ายอาหารที่ขับเคลื่อนการพัฒนาเกษตรอินทรีย์ เป็นอีก SME ที่มีการปรับเปลี่ยนธุรกิจอย่างต่อเนื่อง นำ 1) แนวทางการพัฒนาทั้งระบบการขาย การตลาด การบริหารจัดการด้วยระบบ ERP แม้ในพื้นที่ห่างไกลเพื่อควบคุมประสิทธิภาพและต้นทุน 2) การจัดการด้วยระบบ Smart Faming และใช้ Big Data Management, AI, Machine Learning เพื่อการตอบกลับได้ของผลผลิตผ่านระบบ Block chain มีการปรับตัวเข้าสู่เกษตรอุตสาหกรรมด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม

• ปี 2563 – 2564  ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 โครงการจึงได้ปรับรูปแบบใหม่ให้เป็นแบบออนไลน์ทั้งหมด เพื่อช่วยเหลือ SMEs แบบไร้ขีดจำกัดทั่วประเทศ ให้เป็นแนวทางในการเรียนรู้ และปรับเปลี่ยนองค์กรสู่ยุคดิจิทัลได้ตามที่ตนเองต้องการ

o การดำเนินงาน: ด้วยผลกระทบจากโควิด-19 โครงการจึงได้มุ่งเน้นช่วยเหลือผู้ประกอบการเรื่องการขายของออนไลน์ เนื่องจากความต้องการที่เร่งด่วนในเรื่องการนำดิจิทัลมาสนับสนุนธุรกิจให้สามารถไปต่อได้เช่นการนำe-commerce มาใช้ การทำ digital marketing จนถึงมุมมองในการจัดการธุรกิจเพื่อให้สามารถธุรกิจดำเนินได้ราบรื่น และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

o ผลลัพธ์:  ผู้ประกอบการสามารถปรับธุรกิจสู่ดิจิทัลได้ต่อเนื่อง สามารถรับมือกับวิกฤตโควิด-19  ปรับใช้ดิจิทัลเทคโนโลยีใหม่ที่สอดคล้องกับการดำเนินการ พร้อมทั้งต่อยอดธุรกิจออกไปในตลาดต่างประเทศ ได้อีกด้วย อาทิ

- บริษัทดอลลี่ โซลูชัน ผู้พัฒนาระบบลานจอดรถและผู้จัดจำหน่ายอุปกรณ์จราจร

แบรนด์ DPARK ที่ได้ใช้โซลูชันที่หลากหลายจากการเข้าร่วมอบรมด้านดิจิทัล เช่น การทำการตลาดผ่านอีเมลซึ่งช่วยให้สามารถเข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย ในขณะเดียวกันก็สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในการทำการตลาดได้



สำหรับ SMEs ที่มีความต้องการและความพร้อมปรับธุรกิจสู่ดิจิทัล สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมหรือสมัครเข้าร่วมโครงการ SBTP ได้ทางเว็บไซต์ www.thefinlab.com/thailand