14 ต.ค. 2563 539 37

Apple เปิดตัว iPhone ทั้งหมด 4 รุ่น iPhone 12, iPhone 12 mini, iPhone 12 Pro และ iPhone 12 Pro Max ทุกรุ่นรองรับ 5G

Apple เปิดตัว iPhone ทั้งหมด 4 รุ่น iPhone 12, iPhone 12 mini, iPhone 12 Pro และ iPhone 12 Pro Max ทุกรุ่นรองรับ 5G

Apple เปิดตัว iPhone 12 และ iPhone 12 mini รวมถึง iPhone 12 Pro และ iPhone 12 Pro Max ที่มาพร้อม 5G ทั้ง 4 รุ่น โดย iPhone 12 ได้รับการออกแบบใหม่ ให้มาพร้อมจอภาพ Super Retina XDR ที่กว้างแบบขอบจรดขอบ ขอบไม่หนา ใช้วัสดุด้านหน้าแบบ Ceramic Shield ชิป A14 Bionic เป็นชิพที่เร็วที่สุดในสมาร์ทโฟนและเป็นขุมพลังที่ขับเคลื่อนทุกๆ ประสบการณ์บน iPhone 12 มากับระบบกล้องคู่สุดล้ำ (สำหรับ iPhone 12 และ 12 Mini) พร้อมเปิดตัว MagSafe ซึ่งมาพร้อมการชาร์จแบบไร้สายกำลังสูง


หน้าจอ Super Retina XDR บน iPhone 12 และ iPhone 12 mini มีขนาด 6.1 นิ้วและ 5.4 นิ้ว โดยมาพร้อมสี น้ำเงิน เขียว ดำ ขาว และ (PRODUCT)RED

ประสบการณ์ 5G บน iPhone ช่วยให้การดาวน์โหลดเร็วขึ้น สามารถสตรีมวิดีโอที่มีคุณภาพสูงยิ่งขึ้น โทร FaceTime ความละเอียดสูง และอีกมากมาย

iPhone 12 และ iPhone 12 mini พร้อมมอบประสบการณ์ 5G อันล้ำสมัยครอบคลุมทั่วโลก ซึ่งเกิดขึ้นได้จากการผสานการทำงานของฮาร์ดแวร์ระดับโลกเข้าเป็นหนึ่งเดียวกับซอฟต์แวร์ระดับโลก โดยจุดเด่นของ 5G บน iPhone มีตั้งแต่ความเร็วในการดาวน์โหลดและอัพโหลดที่สูงขึ้น การสตรีมวิดีโอที่มีคุณภาพสูงยิ่งขึ้น การเล่นเกมที่ลื่นไหลยิ่งขึ้น การโต้ตอบภายในแอพที่รวดเร็วทันใจ จนถึงการโทร FaceTime ความละเอียดสูง และอีกมากมาย นอกจากนี้ลูกค้ายังสามารถเชื่อมต่อได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัยจนไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่อกับฮอตสปอต Wi-Fi สาธารณะบ่อยๆ อีกต่อไป

iPhone 12 รองรับย่านความถี่ 5G มากที่สุดในบรรดาสมาร์ทโฟน จึงสามารถใช้งาน 5G ได้ครอบคลุมทั่วโลกมากที่สุด2 โดยรุ่นที่จำหน่ายในสหรัฐอเมริกานั้นรองรับความยาวคลื่นระดับมิลลิเมตร ซึ่งเป็น 5G ในความถี่ที่สูงกว่า ทำให้ iPhone 12 สามารถทำความเร็วได้สูงสุดถึง 4Gbps แม้จะอยู่ในพื้นที่ที่มีผู้ใช้งานหนาแน่น นอกจากนี้ iPhone 12 ยังมาพร้อมโหมด Smart Data ที่จะช่วยยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่อย่างชาญฉลาดโดยการประเมินความจำเป็นในการเชื่อมต่อ 5G และปรับการใช้งานข้อมูล ความเร็ว และพลังงานให้สมดุลในแบบเรียลไทม์

สเปค

  • รองรับ 5G (sub-6 GHz)
  • Gigabit LTE พร้อม MIMO แบบ 4x4 และ LAA4
  • Wi‑Fi 6 (มาตรฐาน 802.11ax) พร้อม MIMO แบบ 2x2

จากเว็บไซต์ https://www.apple.com/th/iphone/cellular/ ระบุ Model ที่รองรับ 5G ในไทย คือ iPhone 12 Pro รุ่น A2407 และ iPhone 12 Pro Max รุ่น A2411 รวมไปถึง iPhone 12 รุ่น A2399 และ iPhone 12 mini รุ่น A2403

รุ่น A2407

5G NR (ย่านความถี่ n1, n2, n3, n5, n7, n8, n12, n20, n25, n28, n38, n40, n41, n66, n77, n78, n79)

FDD-LTE (ย่านความถี่ 1, 2, 3, 4, 5, 7, 8, 12, 13, 17, 18, 19, 20, 25, 26, 28, 30, 32, 66)

TD-LTE (ย่านความถี่ 34, 38, 39, 40, 41, 42, 46, 48)

UMTS/HSPA+/DC-HSDPA (850, 900, 1700/2100, 1900, 2100 MHz)

GSM/EDGE (850, 900, 1800, 1900 MHz)

รุ่น A2411

5G NR (ย่านความถี่ n1, n2, n3, n5, n7, n8, n12, n20, n25, n28, n38, n40, n41, n66, n71, n77, n78, n79)

FDD-LTE (ย่านความถี่ 1, 2, 3, 4, 5, 7, 8, 12, 13, 17, 18, 19, 20, 25, 26, 28, 30, 32, 66)

TD-LTE (ย่านความถี่ 34, 38, 39, 40, 41, 42, 46, 48)

UMTS/HSPA+/DC-HSDPA (850, 900, 1700/2100, 1900, 2100 MHz)

GSM/EDGE (850, 900, 1800, 1900 MHz)

รุ่น A2403

5G NR (ย่านความถี่ n1, n2, n3, n5, n7, n8, n12, n20, n25, n28, n38, n40, n41, n66, n77, n78, n79)

FDD-LTE (ย่านความถี่ 1, 2, 3, 4, 5, 7, 8, 12, 13, 17, 18, 19, 20, 25, 26, 28, 30, 32, 66)

TD-LTE (ย่านความถี่ 34, 38, 39, 40, 41, 42, 46, 48)

UMTS/HSPA+/DC-HSDPA (850, 900, 1700/2100, 1900, 2100 MHz)

GSM/EDGE (850, 900, 1800, 1900 MHz)

รุ่น A2399

5G NR (ย่านความถี่ n1, n2, n3, n5, n7, n8, n12, n20, n25, n28, n38, n40, n41, n66, n77, n78, n79)

FDD-LTE (ย่านความถี่ 1, 2, 3, 4, 5, 7, 8, 12, 13, 17, 18, 19, 20, 25, 26, 28, 30, 32, 66)

TD-LTE (ย่านความถี่ 34, 38, 39, 40, 41, 42, 46, 48)

UMTS/HSPA+/DC-HSDPA (850, 900, 1700/2100, 1900, 2100 MHz)

GSM/EDGE (850, 900, 1800, 1900 MHz)

มาพร้อมชิพ A14 Bionic, ดีไซน์แบบใหม่หมดพร้อมด้วย Ceramic Shield, ระบบกล้องระดับโปร, สแกนเนอร์ LiDAR และจอภาพ Super Retina XDR ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาใน iPhone มีให้เลือก 4 สี ได้แก่สีกราไฟต์ เงิน ทอง และแปซิฟิกบลู

หน้าจอ Super Retina XDR บน iPhone 12 Pro ขนาด 6.1 นิ้ว และ iPhone 12 Pro Max ขนาด 6.7 นิ้ว เป็นจอภาพที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาใน iPhone และมีความละเอียดสูงที่สุดถึงเกือบ 3.5 ล้านพิกเซล และจอภาพ OLED ในทั้งสองรุ่นนี้ยังถ่ายทอดวิดีโอ HDR ได้อย่างมีชีวิตชีวาด้วยความสว่างสูงสุดถึง 1,200 nit

ถ้าอยากได้กล้องโปร ลงทุน Pro / Pro Max ไปเลย โดย iPhone 12 Pro มาพร้อม Apple ProRAW (ซึ่งจะมีให้ใช้งานภายในปีนี้) โดยเป็นการนำการประมวลผลภาพแบบหลายเฟรมและการประมวลผลภาพถ่ายด้วยคอมพิวเตอร์ของ Apple มารวมเข้ากับความอเนกประสงค์ของรูปแบบ RAW ช่วยให้ผู้ใช้สามารถควบคุมสีสัน รายละเอียด และช่วงไดนามิกได้อย่างเต็มที่ตามความคิดสร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็นบน iPhone หรือใช้แอพปรับแต่งภาพระดับมืออาชีพอื่นๆ

iPhone 12 Pro มาพร้อมกล้องไวด์ใหม่ที่มีชิ้นเลนส์ 7 ชิ้น พร้อมรูรับแสงขนาด ƒ/1.6 ซึ่งถือว่าใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาใน iPhone จึงสามารถถ่ายภาพและวิดีโอในสภาวะแสงน้อยได้ดีขึ้น 27% และยังมีกล้องอัลตร้าไวด์ที่มีมุมในการมองกว้างถึง 120 องศา เหมาะสำหรับการเก็บภาพด้วยมุมมองที่กว้างขึ้นในที่แคบๆ หรือภาพทิวทัศน์แบบอลังการ รวมถึงกล้องเทเลโฟโต้ทางยาวโฟกัส 52 มม. ซึ่งเหมาะสำหรับการถ่ายภาพบุคคล ทั้งหมดนี้ทำให้ช่วงซูมแบบออปติคอลเพิ่มขึ้นเป็น 4 เท่า

iPhone 12 Pro Max ยกระดับประสบการณ์การใช้กล้องระดับโปรให้เหนือชั้นยิ่งขึ้นไปอีก ด้วยกล้องไวด์ใหม่ที่มีรูรับแสงขนาด ƒ/1.6 พร้อมด้วยเซ็นเซอร์ขนาดใหญ่ขึ้น 47% และพิกเซลขนาด 1.7μm จึงสามารถถ่ายภาพในสภาวะแสงน้อยได้ดีขึ้นมากถึง 87% ทั้งยังมาพร้อมกล้องอัลตร้าไวด์ที่กว้างสุดๆ และกล้องเทเลโฟโต้ทางยาวโฟกัส 65 มม. ที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นจากการเข้าใกล้สิ่งที่จะถ่ายได้มากขึ้น และทำให้ภาพดูแน่นขึ้น ซึ่งเมื่อรวมเข้าด้วยกันแล้ว ทำให้กล้องระบบนี้มีช่วงซูมแบบออปติคอลถึง 5 เท่า

นอกจากนี้ iPhone 12 Pro ยังถ่ายวิดีโอคุณภาพสูงที่สุดในสมาร์ทโฟน และเป็นกล้องตัวแรกและอุปกรณ์ตัวเดียวในโลกที่สามารถมอบประสบการณ์ Dolby Vision ตั้งแต่ต้นจนจบด้วยการบันทึกแบบ HDR สูงสุด 60 fps พร้อมด้วยระบบป้องกันภาพสั่นไหวสำหรับวิดีโอที่ดียิ่งขึ้นเพื่อการสร้างสรรค์ผลงานระดับภาพยนตร์ นอกจากนี้ยังมีการปรับโทนสีแบบ Dolby Vision แบบสดๆ อย่างต่อเนื่องขณะตัดต่อ ไม่ว่าจะเป็นในแอพรูปภาพหรือ iMovie และจะมีให้ใช้งานใน Final Cut Pro X ภายในปีนี้ ส่วน Dolby Vision นั้นก็ใช้ประโยชน์จากจอภาพ Super Retina XDR เพื่อถ่ายทอดคอนทราสต์ในระดับที่น่าทึ่ง ทั้งในขณะบันทึกและเล่นวิดีโอ และผู้ใช้ยังสามารถแชร์วิดีโอด้วย AirPlay ไปยังอุปกรณ์ภายนอกได้สูงสุดถึงระดับ 4K ในแบบ Dolby Vision

iPhone 12 และ iPhone 12 mini มีจำหน่ายในรุ่นความจุ 64GB, 128GB และ 256GB ในสีน้ำเงิน, เขียว, ดำ, ขาว และ(PRODUCT)RED

iPhone 12 Pro และ iPhone 12 Pro Max จะมีให้เลือกระหว่างรุ่นความจุ 128GB, 256GB และ 512GB ในสีกราไฟต์ เงิน ทอง และแปซิฟิกบลู

User Avatar
Yokekung
เขียนข่าว บทความให้กับ adslthailand มา 8 ปี นำเสนอเรื่องราวเพื่อแนะนำคนใช้เน็ตทุกคน ด้วยความเชื่อใน Voice of Broadband Citizen หวังว่าคงจะเป็นประโยชน์ต่อคนใช้เน็ตทุกคนนะครับ
COMMENTS