20 มิ.ย. 2567 88 0

DITP โชว์ผลงานติดอาวุธผู้ประกอบการ เดินหน้าขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์ไทยกระหึ่มเวทีโลก

DITP โชว์ผลงานติดอาวุธผู้ประกอบการ เดินหน้าขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์ไทยกระหึ่มเวทีโลก

สถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ (NEA) กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ประกาศความสำเร็จโครงการ “Export 5F : Thai Soft Powers to the World” (Fighting, Festival, Film, Food & Fashion) สร้างองค์ความรู้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรม Soft Power มากกว่า 500 ราย ผลักดันการนำซอฟต์พาวเวอร์ไทยไปต่อยอด เพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการ พร้อมก้าวสู่โอกาสทางการค้าและเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในเวทีโลก

ภาวินี รวยรื่น ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ (NEA) เปิดเผยว่า จากการที่สถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ ภายใต้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ ได้จัดทำโครงการ “Export 5F : Thai Soft Powers to the World” (Fighting, Festival, Film, Food & Fashion) เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้ให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมซอฟต์พาวเวอร์ (Soft Power) ทราบถึงข้อมูลของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ แนวโน้มความต้องการของตลาดโลก รวมถึงเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเรียนรู้จากประสบการณ์จริงและนำไปปรับใช้ในการพัฒนาต่อยอดธุรกิจ ตลอดจนเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการในด้านปัญหาและอุปสรรคทางการค้าต่าง ๆ อาทิ การคุ้มครองด้านทรัพย์สินทางปัญญา และความต้องการสินค้าและบริการของแต่ละตลาดเป้าหมาย ผ่านการจัดสัมมนาทั้งในรูปแบบออนไซต์และออนไลน์ จำนวน 5 ครั้ง ตั้งแต่เดือนมกราคม-พฤษภาคม 2567 ผลปรากฏว่าได้กระแสตอบรับจากผู้ประกอบการ SMEs ทุกลุ่มสินค้าและบริการ ผู้ผลิต ผู้ส่งออกที่มีศักยภาพ และผู้สนใจ เข้าร่วมโครงการฯ มากกว่า 600 ราย

สำหรับ Fighting (มวยไทย) ถือเป็นทุนทางวัฒนธรรมที่สามารถสร้างมูลค่าเศรษฐกิจ สินค้าและบริการที่เกี่ยวเนื่องกับมวยไทย รวมถึงบุคลากรในวงการมวยไทยมีโอกาสต่อยอดธุรกิจสู่เวทีโลก ส่วน Food (อาหารไทย) เป็นซอฟต์พาวเวอร์ที่ได้รับความนิยมมากในตลาดโลก มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น รองรับกลุ่มผู้บริโภคในต่างประเทศได้หลากหลาย ในขณะที่ Fashion (แฟชั่นไทย) มีดีไซน์เนอร์หลายรายที่มีความโดดเด่น มีผลงานเป็นที่ยอมรับในระดับสากล Festival (เทศกาลไทย) ทำให้ต่างชาติรู้จักและสัมผัสประเทศไทยได้มากขึ้น และ Film (ธุรกิจบันเทิงไทย) เป็นอีกหนึ่งซอฟต์พาวเวอร์ที่ผลักดันให้สินค้าไทยมีมูลค่าเพิ่ม จากการนำเสนอผ่านภาพยนตร์และซีรีส์ที่นำออกฉายในต่างประเทศ  

ภาวินี กล่าวเพิ่มเติมว่า สถาบัน NEA มุ่งเน้นการพัฒนาผู้ประกอบการไทย ด้วยการเสริมสร้างองค์ความรู้ และสถานการณ์การค้าของตลาดเป้าหมายให้ผู้ประกอบการไทยทุกระดับตามนโยบายภาครัฐในการกำหนดทิศทางขับเคลื่อนการส่งออกด้วยซอฟต์พาวเวอร์ เนื่องจากประเทศไทยมีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ มีความหลากหลาย ทั้งในด้านทรัพยากร อาหาร ศิลปวัฒนธรรม และสถานที่ท่องเที่ยว โดยรัฐบาลได้มีการจัดทำยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติเพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมศักยภาพ 11 สาขา ประกอบด้วย แฟชั่น หนังสือ เทศกาล อาหาร ท่องเที่ยว ดนตรี เกม กีฬา ศิลปะ ออกแบบ และภาพยนตร์ เพื่อผลักดันซอฟต์พาวเวอร์ไทยสู่เวทีโลก


“การจัดเสวนาให้ความรู้ผู้ประกอบการ ทั้งผู้ผลิต ผู้สร้างแบรนด์ ผู้ส่งออก ผู้ขนส่ง นักการตลาด ผู้ค้าออนไลน์ ผู้จัดนิทรรศการแสดงสินค้า นักสร้างคอนเทนต์ นักออกแบบ และผู้สนใจ ภายใต้โครงการ Export 5F : Thai Soft Powers to the World ถือเป็นจุดเริ่มต้นในการนำร่องอุตสาหกรรมซอฟต์พาวเวอร์ที่มีศักยภาพสูง ไม่ว่าจะเป็น Fighting, Festival, Film,  Food และ Fashion ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์พาวเวอร์ของไทย สนับสนุนการนำซอฟต์พาวเวอร์ไปพัฒนาต่อยอด เพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าและบริการ พร้อมก้าวสู่โอกาสทางการค้าในตลาดต่างประเทศ และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันให้ประเทศไทยในเวทีโลกต่อไป” ผู้อำนวยการสถาบัน NEA กล่าวในตอนท้าย

ผู้สนใจสามารถเข้าชมการเสาวนาย้อนหลังพร้อมทั้งติดตามข้อมูลข่าวสารการยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการด้านการค้าระหว่างประเทศ ได้ที่ Facebook : สถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่