27 พ.ค. 2567 126 0

เตือนภัย 'โจรออนไลน์' ปลอมเป็น จนท.รัฐ หลอกโอนเงินกว่า 7 ล้านบาท เผยยอดอายัดบัญชีแล้วกว่า 4,700 ลบ.

เตือนภัย 'โจรออนไลน์' ปลอมเป็น จนท.รัฐ หลอกโอนเงินกว่า 7 ล้านบาท เผยยอดอายัดบัญชีแล้วกว่า 4,700 ลบ.

AOC 1441 เตือนภัย “โจรออนไลน์” ปลอมเป็น จนท.รัฐ หลอกโอนเงินกว่า 7 ล้านบาท เผยยอดอายัดบัญชีแล้วกว่า 4,700 ลบ.

วงศ์อะเคื้อ บุญศล โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายการเมือง เปิดเผยว่า ในช่วงวันที่ 23 – 26 พฤษภาคม 2567 ที่ผ่านมา ศูนย์ AOC 1441 (Anti Online Scam Operation Center) ได้มีรายงานเคสตัวอย่างอาชญากรรมออนไลน์ที่ประชาชนได้รับผลกระทบจากการถูกหลอกลวง จำนวน 5 เคส ประกอบด้วย

คดีที่ 1 หลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล หรือวัตถุประสงค์อื่น ๆ มูลค่าความเสียหาย 7,000,000 บาท ผู้เสียหายได้แจ้งความออนไลน์ คดีโดนหลอกลวงเงินกู้ผ่านช่องทาง Facebook ปลอม ชื่อเพจ “ตำรวจสอบสวนกลาง” มิจฉาชีพอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ศปอศ.5 ที่ดูแลคดี และให้ผู้เสียหายเพิ่มเพื่อนผ่านช่องทาง Line เพื่อพูดคุยกับทนายความ โดยแจ้งว่าเงินกู้ของผู้เสียหายได้ถูกโอนออกไปต่างประเทศแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจแนะนำให้ทำการเทรดหุ้นเพื่อโจมตีและดึงเงินกู้กลับคืนมา ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงทำตามคำแนะนำ ต่อมาภายหลังผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก 

คดีที่ 2 หลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ ที่ไม่มีลักษณะเป็นขบวนการ มูลค่าความเสียหาย 276 บาท โดยผู้เสียหายเข้าเพจกลุ่ม Facebook ชื่อเพจ “รับหิ้ว - ขายของเชียงใหม่” พบเห็นสมาชิกชื่อ ”เจ้าอ้วน” ลงประกาศรับหิ้วพิซซ่า ผู้เสียหายสนใจจึงทักไปสอบถามพูดคุย มิจฉาชีพแจ้งว่า โปรโมชัน Pizza Hut ราคา 98 บาท ต่อถาด รับหิ้ว 2 ถาด รวมค่าหิ้วในราคา 276 บาท ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินชำระเต็มราคา ภายหลังการโอนเงินได้ทักไปสอบถามหลักฐานการสั่งซื้อพิซซ่า แต่ไม่ได้รับการตอบกลับและไม่สามารถติดต่อได้อีก จึงเชื่อว่าตนเอง ถูกมิจฉาชีพหลอกลวง 

คดีที่ 3 หลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ ที่ไม่มีลักษณะเป็นขบวนการ มูลค่าความเสียหาย 22,000 บาท ผู้เสียหายสนใจรถไถนามือสองไว้ใช้งาน จึงค้นหาผ่านช่องทาง Facebook ชื่อเพจ “ขายรถไถนาเดินตามมือสอง” โดยทักไปสอบถามพูดคุยตกลงราคาซื้อขายกันพร้อมนัดหมายวันรับสินค้า ภายหลังการโอนเงินชำระเต็มราคาเรียบร้อยแล้ว มิจฉาชีพติดต่อกลับมาแจ้งว่าต้องมีการค่าดำเนินการอื่น ๆ เพิ่มเติมอีก แต่ผู้เสียหายไม่ได้โอนเงินไป ผู้เสียหายจึงเชื่อว่า ตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก

คดีที่ 4 หลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ ที่ไม่มีลักษณะเป็นขบวนการฯ มูลค่าความเสียหาย 16,064 บาท ทั้งนี้ผู้เสียหายสนใจแลกเปลี่ยนเงินสกุลไทยเป็นสกุลต่างประเทศ เงินสกุล “หยวนจีน” ผ่านช่องทาง Facebook จึงได้ทักข้อความสอบถามราคาอัตราแลกเปลี่ยนซื้อ-ขาย และตกลงซื้อขายกัน ภายหลังการโอนชำระเงินเสร็จไม่สามารถติดต่อผู้ขายได้อีก ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก

คดีที่ 5 หลอกลวงติดตั้งโปรแกรมควบคุมระบบในเครื่องโทรศัพท์ มูลค่าความเสียหาย 68,240 บาท โดยผู้เสียหายได้รับการติดต่อทางโทรศัพท์ อ้างตนว่าติดต่อมาจากกองบังคับการตำรวจภูธร จังหวัดแพร่ แจ้งว่าผู้เสียหายจะได้รับเงินบำนาญจากภาครัฐคืน เดือนละ 15,000 บาท เป็นประจำทุกเดือน โดยให้เพิ่มเพื่อนผ่านช่องทาง Line พร้อมส่ง QR Code ให้ผู้เสียหาย ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงทำตามคำแนะนำ ภายหลังผู้เสียหายเช็คยอดเงินในบัญชีของตน พบว่าได้ถูกโอนออกไปและไม่สามารถติดต่อได้ ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก


สำหรับมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้ง 5 คดี รวม 7,106,580 บาท

ทั้งนี้ผลการดำเนินงานของ ศูนย์ AOC 1441 ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 ถึง วันที่ 24 พฤษภาคม 2567 มีตัวเลขสถิติผลการดำเนินงานดังนี้

1. สายโทรเข้า 1441 จำนวน 671,007 สาย / เฉลี่ยต่อวัน 3,257 สาย

2. ระงับบัญชีธนาคาร จำนวน 161,951 บัญชี / เฉลี่ยต่อวัน 988 บัญชี

3. ระงับบัญชีตามประเภทคดีสูงสุด 5 ประเภท ได้แก่ (1) หลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ 49,674 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 30.68 (2) หลอกลวงหารายได้พิเศษ 36,102 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 22.29 (3) หลอกลวงลงทุน 28,430 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 17.55 (4) หลอกลวงให้กู้เงิน 12,958 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 8.00 (5) หลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล 10,814 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 6.68 (และคดีอื่นๆ 23,973 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 14.80)

4. ยอดการอายัดบัญชี (1 พ.ย.66 – 3 พ.ค.67) ข้อมูลจาก ตร. (บช.สอท) รวมทั้งประเทศ (1) ยอดขออายัด 9,943.9 ลบ. (2) ยอดอายัดได้ 4,754.2 ลบ. (3) อายัดได้ ร้อยละ 47.81

“จากเคสตัวอย่างจะเห็นได้ว่า การก่ออาชญากรรมทางออนไลน์ส่วนใหญ่ มักเกิดขึ้นผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย ได้แก่ Facebook และ Line ซึ่งทาง ดีอี ได้ดำเนินการประสานความร่วมมือกับผู้ให้บริการมาโดยตลอด ดังนั้นจึงขอความร่วมมือประชาชนระมัดระวังการใช้งานโซเชียลมีเดียอย่างรอบคอบ ควรตรวจสอบบัญชี หรือพิจารณารายละเอียดของบัญชีที่ทำการติดต่อด้วย ก่อนที่จะทำธุรกรรมใดๆ อย่างไรก็ตาม ดีอี ได้เร่งดำเนินการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบร่วมกับหน่วยงานเกี่ยวข้อง ตามนโยบายเร่งด่วนของ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ซึ่งเป็นไปตามข้อสั่งการของเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ในระยะที่ 2 พร้อมวางมาตการเร่งด่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนและผลกระทบจากอาชญากรรมออนไลน์ของประชาชน” วงศ์อะเคื้อ กล่าว

ทั้งนี้ หากประชาชนโดนหลอกออนไลน์ โทรแจ้งดำเนินการ ระงับ อายัดบัญชี AOC 1441