26 พ.ย. 2566 342 0

Samsung ครองอันดับ 5 แบรนด์ที่ดีที่สุดในโลก ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4

Samsung ครองอันดับ 5 แบรนด์ที่ดีที่สุดในโลก ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4

ด้วยมูลค่าแบรนด์ที่สูงถึง 91,400 ล้านดอลลาร์ และได้รับการยอมรับจากการขับเคลื่อนกลยุทธ์ ด้านการสร้างประสบการณ์ให้ลูกค้าอย่างต่อเนื่องและเป็นผู้บุกเบิกเทคโนโลยีแห่งอนาคต อย่าง 6G และ AI

ซัมซุงได้รับการยอมรับจาก Interbrand บริษัทที่ปรึกษาด้านการสร้างแบรนด์ระดับโลก ให้เป็นหนึ่งใน “5 แบรนด์ที่ดีที่สุดในโลก” เป็นปีที่ 4 และเผยว่ามูลค่าแบรนด์ของซัมซุงได้ขยับสูงขึ้นสู่ระดับ 91,400 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเติบโตขึ้นถึง 4% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า


ในปี 2566 มูลค่าแบรนด์ของซัมซุงได้เพิ่มสูงขึ้นทุกกลุ่มธุรกิจ แม้ว่าความต้องการในอุตสาหกรรมไอทีทั่วโลกจะซบเซาก็ตาม จากข้อมูลของ Interbrand บ่งบอกว่าปัจจัยที่ส่งผลบวกต่อการประเมินของซัมซุงมีดังนี้:

  • การเดินหน้ายกระดับประสบการณ์ลูกค้าอย่างต่อเนื่องตามกลยุทธ์ “One Samsung”
  • ระดับของการเชื่อมต่อที่มากขึ้นและประสบการณ์ในการเล่นเกมที่ดียิ่งขึ้นผ่านผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายและ SmartThings
  • บทบาทของซัมซุงในฐานะผู้นำนวัตกรรมเทคโนโลยีแห่งอนาคต อย่าง 6G, AI, ยานยนต์, AR และ VR
  • การดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อเสริมสร้างความเป็นผู้นำ ESG ผ่านกิจกรรมที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมในทุกสายผลิตภัณฑ์

“ด้วยการสนับสนุนจากลูกค้าทั่วโลก มูลค่าแบรนด์ของซัมซุงจึงเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีสภาพแวดล้อมทางธุรกิจโดยรวมที่มีความท้าทาย” YH Lee ประธานการตลาดระดับโลกของซัมซุง กล่าว “เรามุ่งมั่นเดินหน้าอย่างต่อเนื่องเพื่อเป็นแบรนด์ที่เป็นที่รักของลูกค้าด้วยการเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมทางเทคโนโลยีที่จะช่วยมอบประสบการณ์ที่มีคุณค่า พร้อมกับสานต่อความพยายามด้านความยั่งยืนต่อไป”

มูลค่าแบรนด์ที่ขับเคลื่อนโดย SmartThings, ประสบการณ์เกมมิ่ง, นวัตกรรมชั้นนำของอุตสาหกรรม และความเป็นผู้นำในด้าน ESG


เมื่อปีที่แล้ว ซัมซุงได้ก่อตั้งศูนย์ Direct-to-Consumer (D2C) ภายใต้สำนักงานการตลาดทั่วโลกเพื่อมอบประสบการณ์ที่ครบถ้วน  ทั้งในแบบออนไลน์และออฟไลน์ นอกจากนี้ยังมีศูนย์ CX-MDE ซึ่งมีหน้าที่เสริมสร้างประสบการณ์การใช้งานแบบหลากหลายอุปกรณ์เพื่อช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการทำงานร่วมกันระหว่างผลิตภัณฑ์ต่างๆ และยกระดับประสบการณ์โดยรวมของลูกค้า

ความร่วมมือก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนมูลค่าแบรนด์ของซัมซุงให้เพิ่มสูงยิ่งขึ้นในปีที่ผ่านมา ซัมซุงกำลังเสริมความแข็งแกร่งของตนในด้านความร่วมมือแบบเปิดกว้างจาก SmartThings ที่สามารถเปิดประสบการณ์การเชื่อมต่อที่เป็นหนึ่งเดียวกัน โดยที่ไม่จำกัดอยู่แค่เพียงแค่ผลิตภัณฑ์ของซัมซุงเท่านั้น นอกจากนี้ ยังได้ร่วมมือกับบริษัทต่างๆ อย่างหลากหลาย ทั้งในส่วนของสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต ทีวี คอมพิวเตอร์ และมอนิเตอร์ ที่จะมอบประสบการณ์ในการเล่นเกมที่ดีเยี่ยมลงตัวที่สุดให้กับลูกค้าอีกด้วย

ซัมซุงยังคงเดินหน้าลงทุนกับเทคโนโลยีแห่งอนาคตเช่น 5G/6G, AI และยานยนต์ อย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยส่งเสริมและเพิ่มศักยภาพให้กับผู้บริโภคในวันข้างหน้า ในภาคเซมิคอนดักเตอร์ ซัมซุงได้รับการยอมรับจากการนำเสนอนวัตกรรมที่ถือว่าเป็นครั้งแรกของอุตสาหกรรมอย่างหน่วยความจำ DDR5 DRAM ระดับ 12 นาโนเมตร และสำหรับการจัดการกับอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มเติบโตเรื่อยๆ ตั้งแต่ AI ไปจนถึงยานยนต์และอุปกรณ์เคลื่อนที่ขั้นสูง

ESG ได้กลายเป็นจุดสนใจหลักอีกด้าน ซึ่งเป็นผลมาจากการดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจของซัมซุงที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม เช่น การนำวัสดุรีไซเคิลมาใช้มากขึ้นเรื่อยๆ อย่างการใช้พลาสติกจากอวนประมงที่ถูกทิ้ง เศษแก้วและอลูมิเนียม ใน Galaxy S23 และ Galaxy Z Flip5/Fold5 Series การจดลิขสิทธิ์แบบเปิดสำหรับเทคโนโลยีรีโมทคอนโทรลแบบโซลาร์เซลล์ที่ใช้กับทีวี การร่วมมือกับ Patagonia เพื่อพัฒนาไส้กรอง Less Microfiber™ สำหรับเครื่องซักผ้าและการนำโหมดประหยัดพลังงานด้วย AI มาใช้ใน SmartThings Energy เป็นต้น

ความพยายามของซัมซุงที่ได้รับการยอมรับในแต่ละกลุ่มธุรกิจ

สมาร์ทโฟน

  • นวัตกรรมกล้องถ่ายภาพของ Galaxy S23 Series ที่พัฒนาขึ้นจากความรู้ความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับลูกค้า
  • การเปิดตัวแคมเปญ “Join the Flip Side” และการคงความเป็นผู้นำในกลุ่มผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฟนจอพับ
  • การเสริมความแข็งแกร่งยิ่งขึ้นในอุตสาหกรรมเกมมิ่งเพื่อมอบประสบการณ์การเล่นเกมที่เต็มประสิทธิภาพที่สุดบนอุปกรณ์ Galaxy โดยการทำงานร่วมกับพันธมิตรเกมมิ่งชั้นนำในอุตสาหกรรม
  • การปรับปรุงการเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการอย่างต่อเนื่อง รวมถึงฟีเจอร์ ““Ambient Sound”” ใน Galaxy Buds
  • แอปพลิเคชัน Samsung Global Goals ที่ระดมพลังของกลุ่มคนใช้อุปกรณ์ Galaxy และให้ความรู้เกี่ยวกับวิธีการสนับสนุน Global Goals

เครือข่าย

  • การบุกเบิกนวัตกรรม 5G ผ่านความเป็นผู้นำทางเทคนิค เช่น 5G virtualized Radio Access Network (vRAN) และ Open RAN
  • การเสริมความแข็งแกร่งของซัมซุงในอุตสาหกรรม 5G ผ่านความร่วมมือกับผู้ให้บริการเครือข่ายโทรคมนาคมระดับเทียร์ 1 ของโลก
  • การสื่อสารด้านความยั่งยืนของเทคโนโลยีเครือข่าย 5G ของซัมซุง

จอภาพ

  • การเสริมความแข็งแกร่งความเป็นผู้นำตลาดโลกผ่านการสร้างนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง เช่น Neo QLED 8K และ Micro LED
  • การเสริมความแข็งแกร่งตำแหน่งในอุตสาหกรรมเกมมิ่งให้เข้มแข็งยิ่งขึ้นผ่านผลิตภัณฑ์ที่ก้าวล้ำ เช่น Odyssey Ark, Samsung Gaming Hub และความร่วมมือกับเกมสตรีมมิ่งชั้นนำระดับโลก
  • การยกระดับการเข้าถึงผ่านโหมด Relumino[1] และความร่วมมือกับสถาบันแห่งชาติเพื่อคนตาบอด (RNIB)
  • เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน
  • การรักษาความเป็นผู้นำระดับโลกในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน เช่น ตู้เย็นและเครื่องซักผ้า
  • การยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้ตลอดช่วงอายุการใช้งานของผลิตภัณฑ์โดยอาศัยความรู้ความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับลูกค้า
  • การเพิ่มบทบาทใหม่ให้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านด้วยผลิตภัณฑ์ Bespoke และการคว้ารางวัล CES Innovation Award,   iF Design Award และอื่นๆ อีกมากมาย

เซมิคอนดักเตอร์

  • การนำเสนอนวัตกรรมที่ถือเป็นครั้งแรกของอุตสาหกรรม เช่น หน่วยความจำ DDR5 DRAM ระดับ 12 นาโนเมตร และการเสริมความแข็งแกร่งในฐานะผู้นำตลาด
  • การเสริมสร้างความร่วมมือให้เข้มแข็งยิ่งขึ้นในด้านที่มีศักยภาพการเติบโตสูง เช่น AI และยานยนต์
  • การขยับขยายการใช้ชิปประมวลผล Exynos สู่อุปกรณ์สวมใส่และเครือข่าย 5G
  • การยกระดับความน่าเชื่อถือของเซ็นเซอร์ ISOCELL จากการใช้ในสมาร์ทโฟนระดับแฟลกชิปจากผู้ผลิตรายใหญ่
  • การเสริมสร้างการสื่อสารการดำเนินงานด้าน ESG ให้เข้มแข็งยิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง

“แบรนด์ที่ดีที่สุดในโลก” ของ Interbrand ได้รับการจัดอันดับจากการประเมินมูลค่าของแต่ละแบรนด์โดยการวิเคราะห์อย่างละเอียดลึกซึ้งทั้งในแง่ผลการดำเนินงานทางการเงิน อิทธิพลของแบรนด์มีต่อการตัดสินใจซื้อของลูกค้า และความสามารถในการแข่งขันของแบรนด์ ซึ่งถือเป็นการประเมินมูลค่าแบรนด์ที่มีประวัติความเป็นมายาวนานที่สุดโครงการหนึ่งของโลก ละได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในด้านของความน่าเชื่อถือ