26 ส.ค. 2566 584 0

ดีอีเอส สแกนข่าวปลอม พบนโยบายรัฐพุ่ง ด้าน “ลงทุน-สินเชื่อกู้ยืม-รับเงินดิจิทัล” ยังติดท็อป 10 ประจำสัปดาห์ ย้ำเช็คข้อมูลให้ชัวร์ก่อนแชร์

ดีอีเอส สแกนข่าวปลอม พบนโยบายรัฐพุ่ง ด้าน “ลงทุน-สินเชื่อกู้ยืม-รับเงินดิจิทัล” ยังติดท็อป 10 ประจำสัปดาห์ ย้ำเช็คข้อมูลให้ชัวร์ก่อนแชร์

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) สรุปสถานการณ์ข่าวปลอม พบข่าวปลอมนโยบายรัฐไม่แผ่ว ประชาชนยังให้ความสนใจข่าว รถที่โดนใบสั่งมาที่บ้านและยังไม่ได้จ่าย ตั้งแต่เดือนเมษายน 66 เป็นต้นไป หากไปต่อภาษีจะมีค่าปรับตามใบสั่ง รองลงมาเป็นข่าว กฟภ. แจ้งเตือนประชาชนให้ติดต่อเจ้าหน้าที่ เพื่ออัปเดทมิเตอร์เร่งด่วน ด้วยบัตรปชช. ด้านข่าวหลอกลงทุน ปล่อยสินเชื่อ เงินกู้ ยังติดท็อป 10 รายสัปดาห์  เตือนอย่าเสียรู้โจร เช็คข้อมูลทุกด้านให้ดีก่อนหลงเชื่อ หรือแชร์ข้อมูล


เวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ในฐานะโฆษกกระทรวงฯ ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึง ผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 18 - 24 สิงหาคม 2566 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 1,281,649 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 226 ข้อความ ทั้งนี้ช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 196ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 30 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 161 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 85 เรื่อง

ทั้งนี้ ดีอีเอส ได้แบ่งข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจเป็น 4 กลุ่ม ประกอบด้วย

กลุ่มที่ 1 : นโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความสงบเรียบร้อยของสังคม ขัดศีลธรรมอันดี และความมั่นคงภายในกระเทศ จำนวน 70 เรื่อง อาทิ กรมบัญชีกลาง ประชาสัมพันธ์ข่าวสารให้กับข้าราชการทำการยืนยันในสิทธิบำเหน็จ หรือบำนาญ เพื่อให้ระบบได้ทำการตรวจสอบถึงข้อมูลที่ถูกต้อง เป็นต้น

กลุ่มที่ 2 : ผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมาย จำนวน 52 เรื่อง อาทิ  นั่งก้มหน้าเล่นมือถือมากเกินไป จนกดทับกระดูกต้นคอ ยิ่งก้มมาก ก้มนาน เสี่ยงอัมพฤกษ์อัมพาตได้ เป็นต้น

กลุ่มที่ 3 : ภัยพิบัติ จำนวน 12 เรื่อง อาทิ พายุซาวลา จะก่อตัว ในอีก 6วัน ในทะเลจีนใต้ตอนบน ทิศทางมีโอกาสทะลุเข้าภาคเหนือตอนบน จังหวัดน่าน และเขียงราย สูงมาก ในวันที่ 27 ส.ค. 66 เป็นต้น

กลุ่มที่ 4 : เศรษฐกิจ จำนวน 27 เรื่อง อาทิ ธ.กรุงไทย ปล่อยเงินฉุกเฉิน วงเงิน 10,000-500,000 บาท เป็นต้น

สำหรับข่าวปลอมทั้ง 4 กลุ่ม แบ่งเป็นเรื่องการหลอกลวงธุรกรรมทางการเงิน จำนวน 23 เรื่อง

อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจในลำดับต้นๆ ในสัปดาห์ล่าสุดนี้ พบว่าส่วนใหญ่เป็นข่าวด้านกลุ่มนโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ รองลงมาเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและกลุ่มเศรษฐกิจ ตามลำดับ

สำหรับข่าวปลอมที่มีคนสนใจสูงสุด 10 อันดับ ดังนี้ 

อันดับที่ 1 : เรื่อง มีใบสั่งมาที่บ้าน หากยังไม่ได้จ่ายตั้งแต่ เม.ย. 66 เป็นต้นไป ถ้าไปต่อภาษีจะมีค่าปรับตามใบสั่ง

อันดับที่ 2 : เรื่อง กฟภ. แจ้งเตือน ปชช. ให้ติดต่อ จนท. เพื่ออัปเดตสถานะมิเตอร์อย่างเร่งด่วนด้วยเลขบัตร ปชช.

อันดับที่ 3 : เรื่อง เพจเงินกู้-ออนไลน์ ปล่อยสินเชื่อออมสินเพื่อคุณ ดอกเบี้ย 1.25% ต่อเดือน

อันดับที่ 4 : เรื่อง กรมบัญชีกลางประชาสัมพันธ์ข้าราชการทำการยืนยันในสิทธิบำเหน็จ/บำนาญ ผ่านไลน์

อันดับที่ 5 : เรื่อง ดื่มน้ำต้มหญ้าไข่เหารักษาโรคมะเร็งทุกชนิด

อันดับที่ 6 : เรื่อง ธ. กรุงไทยปล่อยเงินฉุกเฉิน วงเงิน 10,000-500,000 บาท ผ่านเพจเฟซบุ๊ก

อันดับที่ 7 : เรื่อง  ออมสินปล่อยสินเชื่อเพื่อคุณ ผู้มีรายได้ประจำ วงเงินสูงสุด 100,000 บาท ไม่ต้องใช้หลักประกัน

อันดับที่ 8 : เรื่อง เพจตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย SET เปิดรับสมัครเรียนรู้หุ้นฟรี

อันดับที่ 9 : เรื่อง ล้างไขมันในลำไส้ด้วยชามะละกอ

อันดับที่ 10 : เรื่อง ลงทะเบียนรับเงินดิจิทัล 10,000 บาท ผ่านแอปพลิเคชันได้แล้ววันนี้

ปัจจุบันข่าวปลอมยังคงมีจำนวนมาก ดีอีเอส และศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ให้ความสำคัญในการตรวจสอบข่าวปลอม ตลอด 24 ชั่วโมง เมื่อได้รับข่าวสาร ข้อมูล ควรตรวจสอบให้รู้เท่าทัน รอบด้าน เลือกเชื่อ เลือกแชร์   เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้น โดยสามารถติดตามแจ้งเบาะแสข่าวปลอม ผ่านช่องทาง ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ได้ที่ไลน์ @antifakenewscenter เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com ทวิตเตอร์ https://twitter.com/AFNCThailand และช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87 ตลอด 24 ชั่วโมง” เวทางค์ กล่าว