9 ก.พ. 2566 1,260 27

AIS เผยผลประกอบการปี 2565 รายได้รวมขยับ 2.3% ธุรกิจเน็ตบ้านโตเหนือตลาด อัดงบลงทุน 27,000 - 30,000 ล้านบาท ขยายโครงข่ายและรองรับการเติบโตลูกค้าใหม่

AIS เผยผลประกอบการปี 2565 รายได้รวมขยับ 2.3% ธุรกิจเน็ตบ้านโตเหนือตลาด อัดงบลงทุน 27,000 - 30,000 ล้านบาท ขยายโครงข่ายและรองรับการเติบโตลูกค้าใหม่

AIS ประกาศผลประกอบการปี 2565 ยังคงตอกย้ำความเป็นผู้นำในทุกมิติ แม้จะเผชิญกับความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงของ  บริบทโลก รวมถึงสภาพแวดล้อมทางการแข่งขันของอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนไป โดยเอไอเอสสามารถทำรายได้รวม 185,485 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.3และมีกำไรสุทธิ 26,011 ล้านบาท ตอกย้ำสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งที่สุดในอุตสาหกรรม ด้วยความเป็นผู้นำในตลาดโทรคมนาคมทุกมิติทั้งด้านการให้บริการ และคุณภาพโครงข่าย โดยเฉพาะ 5G ที่วันนี้ AIS มีผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นกว่า 2.2 ล้านราย ควบคู่กับการรุกขยายฐานลูกค้าเน็ตบ้านอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีอัตราการเติบโตเหนือตลาด สำหรับปี 2566 วางงบลงทุนกว่า 27,000 -30,000 ล้านบาท เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลให้มีความแข็งแกร่งพร้อมรองรับโอกาสและการเข้ามาของลูกค้าใหม่ ทั้งในด้านความครอบคลุมและคุณภาพ    พัฒนาโครงข่ายอัจฉริยะ ตามวิสัยทัศน์ Cognitive Tech-Co


สมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS เปิดเผยว่า “ท่ามกลาความท้าทายในการดำเนินธุรกิจตลอดทั้งปี 2565 ที่ผ่านมา ทั้งภาวะการแข่งขันของตลาดที่รุนแรง อัตราเงินเฟ้อสูงที่ส่งผลต่อต้นทุนพลังงานและกำลังซื้อผู้บริโภค รวมถึงภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มชะลอตัว อย่างไรก็ดีด้วเป้าหมายที่ชัดเจนทำให้เรายังคงทำผลงานได้เป็นที่น่าพอใจ ทั้งในเชิงรายได้และจำนวนผู้ใช้บริการ พร้อมยังคงสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งที่สุดในอุตสาหกรรม

ด้วยความมุ่งมั่นยกระดับคุณภาพการให้บริการ และส่งมอบประสบการณ์การใช้งานที่เหนือกว่าให้แก่ลูกค้า ที่วันนี้ AIS ยังคงเป็นผู้ให้บริการที่มีคลื่นความถี่มากสุดในอุตสาหกรรม ทั้งย่านความถี่ต่ำ กลาง และสูง รวม 1,420 MHz ครอบคลุมการใช้งานทุกรูปแบบ ตลอดจนวันนี้เรายังสร้างDigital Ecosystem ร่วมกับพาร์ทเนอร์ชั้นนำจากหลากหลายภาคส่วน เพื่อตอบสนองความต้องการของภาคธุรกิจด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยีและโซลูชัน

สำหรับผลประกอบการของปี 2565 เอไอเอสทำรายได้รวม 185,485 ล้านบาท เติบโต 2.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 26,011 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 3.4เมื่อเทียบกับปีก่อนปัจจัยหลักมาจากในฝั่งของต้นทุนที่เจอความท้าทายจากราคาพลังงานและเงินเฟ้อ แต่ด้วยการบริหารจัดการต้นทุนอย่างเหมาะสม ทำให้เอไอเอสมี EBITDA อยู่ที่ 89,731 ล้านบาท ลดลง 1.8จากปีก่อน และมี EBITDA Margin แข็งแกร่งที่ดับ 48% พร้อมจ่ายเงินปันผลจากผลประกอบการครึ่งปีหลังที่ 4.24 บาทต่อหุ้น โดยสรุปผลการดำเนินงานแยกตามกลุ่มธุรกิจ ดังนี้

ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ในปี 2565 มีผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นกว่า1.9 ล้านราย จากการส่งมอบคุณภาพ และการให้บริการที่เหนือกว่า วันนี้เอไอเอสได้ก้าวข้ามการแข่งขันด้วยราคาในตลาดด้วยการมุ่งสร้างประสบการณ์การดิจิทัลที่ดีที่สุดให้ลูกค้า ทำให้ปัจจุบันมีจำนวนลูกค้โทรศัพท์มือถือรวม 46 ล้านเลขหมาย ยังคงมีส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับ 1 โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใช้บริการรายเดือนที่ยังคงสามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง ทั้งในเชิงรายได้และผู้ใช้บริการ ในส่วนของการให้บริการ 5G ที่วันนี้มีลูกค้าอยู่ที่ 6.8 ล้านราย ติบโตก้าวกระโดดจาก 2.2 ล้านราย ในปี 2564 ด้วยการพัฒนาคุณภาพให้บริการบนเครือข่าย 5ที่เร่งขยายโครงข่ายครอบคลุม 85% ของพื้นที่ประชากรทั่วประเทศและมากกว่า 99.95ในพื้นที่กรุงเทพฯ

ธุรกิจอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง เอไอเอส ไฟเบอร์ มีรายได้เติบโตกว่า 19ในปี 2565 นับเป็นการเติบโตเหนืออุตสาหกรรม ด้านลูกค้ามีจำนวนเพิ่มขึ้นกว่า 390,000 ราย ทำให้ลูกค้ารวมอยู่ที่ 2.2 ล้านราย ครองส่วนแบ่งการตลาที่ 16ด้วยความมุ่งมั่นในการยกระดับตลาดเน็ตบ้านด้วยการสร้างมาตรฐานการแข่งขันให้เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา ทั้งเทคโนโลยีด้านคุณภาพอย่างการเปิดให้บริการ อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงแบบไร้สาย หรือ Fixed Wireless Access (FWA) ด้วยเทคโนโลยี 5mmWave เป็นครั้งแรกในไทย การร่วมมือ NOKIA ทดลองเทคโนโลยี 25G PON ครั้งแรกในเอเชีย เพื่อนำเสนอบริการอินเอร์เน็ตความเร็วสูงพิเศษ และ AIS Fibre ยังเป็นผู้เล่นรายแรกในไทยที่เปิดให้บริการ 2Gbps รวมถึงการยกระดับการให้บริการลูกค้าที่พร้อมดูแลลูกค้าตลอด 24 ชั่วโมง

ธุรกิจบริการลูกค้าองค์กร เป็นอีกหนึ่งกลุ่มธุรกิจที่สร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จนก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำทั้งในมุมการรับรู้ที่ AIS Business ครองแชมป์อันดับ ผู้ให้บริการสำหรับองค์กรและธุรกิจ โดยผลสำรวจของ Global Data ที่รวบรวมจากกลุ่มธุรกิจชั้นนำกว่า 200 องค์กร รวมถึงในมุมของรายได้ที่ยังคงสามารถสร้างการเติบโตได้ถึง 26จากปีก่อน โดยในปีที่ผ่านมา AIS Business สามารถเชื่อมต่อการทำงานกับองค์กรภาคธุรกิจ ด้วยการส่งมอบเทคโนโลยีและโซลูชัน ที่มุ่งสร้าง Digital Business Ecosystem ให้มีความสมบูรณ์แบบ ทั้งบริการโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลที่ทันสมัย มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และเชื่อถือได้ ด้วยความพร้อมเต็มรูปแบบของ Intelligent Network, Cloud Platforms และ Cyber Security ตอบโจทย์การให้บริการลูกค้าด้วยการบริหารจัดการข้อมูลอัจฉริยะ พร้อมการสร้างสรรค์โซลูชันใหม่ ๆ เฉพาะอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็น Smart Manufacturing, Smart Transportation & Logistics, Smart City & Building และ Smart Retail

ธุรกิจดิจิทัลเซอร์วิส ยังคงมุ่งนำศักยภาพด้านดิจิทัลเทคโนโลยี มาออกแบบบริการดิจิทัลที่สอดรับกับพฤติกรรมของลูกค้าและคนไทย ทั้งในแง่ของประสบการณ์ด้านคอนเทนต์ ไม่ว่าจะเป็น Disney+ Hotstar ผู้ให้บริการคอนเทนต์วิดโอแพลตฟอร์มระดับโล หรือแม้แต่การเป็นศูนย์รวมคอนเทนต์กีฬา อาทิ ฟุตบอลไทยลีกฟุตซอลไทยแลนด์ลีก, Golf LPGAลีกบาสเกตบอล 3x3BL, รายการ ONE Championship รวมถึงวันนี้ AIS ยังคงต่อยอดบริการดิจิทัลเพื่อตอบโทย์ไลฟ์สไตล์อย่างรอบด้าน อาทิ บริการประกันดิจิทัลจาก AIS Insurance Service รวมถึงบริการช่องทางชำระเงินออนไลน์ผ่าน mPAYPGW – Payment Link solution เพื่อส่งมอบประสบการณ์การใช้จ่ายที่ง่าย สะดวกสบาย ปลอดภัย

สำหรับภาพรวมผลงานปี 2565 ของ AIS ถือว่าอยู่ในระดับน่าพึงพอใจ โดยในปีนี้ AIS ยังเดินหน้าลงทุนเพื่อคุณภาพอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเตรียมงบลงทุนกว่า 27,000 - 30,000 ล้านบาท เพื่อก้าวสู่เป้าหมาย Cognitive Tech-Cหรือการเป็นผู้ให้บริการโทรคมนาคมอัจฉริยะ ด้วยการมุ่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัให้มีความแข็งแรง เพิ่มขีดความสามารถของโครงข่ายให้มีความอัจฉริยะผ่านการใช้ AI, Data Analytic ในระดับสูง ตามมาตรฐานโครงข่ายระดับโลก เพื่อให้เกิดการเชื่อมต่อการทำงานกับทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ เอกชน และภาคประชาชน ที่เราพร้อมสนับสนุนการเติบโตร่วมกัน และยกระดับเศรษฐกิจจากฐานรากสู่เศรษฐกิจดิจิทัล เพื่อประเทศต่อไป” สมชัย กล่าวทิ้งท้าย

เกี่ยวกับ AIS

บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS ผู้ให้บริการดิจิทัลบนโครงข่ายอัจฉริยะ 5ที่มีคลื่นความถี่ในการให้บริการมากที่สุดรวม 1420 MHz และมีจำนวนผู้ใช้งานมากที่สุดกว่า 46 ล้านเลขหมาย (ณ ธันวาคม 2565) พร้อมขับเคลื่อนประเทศไทยด้วยเทคโนโลยี 5ที่ครบ 77 จังหวัดแล้วเป็นรายแรกผ่าน 3 สายธุรกิจ ได้แก่ โทรศัพท์เคลื่อนที่อินเทอร์เน็ตบ้านความเร็วสูงภายใต้แบรนด์ AIS Fibre และบริการดิจิทัล 5 ด้าน ได้แก่ วิดีโอ คลาวด์ ดิจิทัลเพย์เมนท์ อินเทอร์เน็ตในทุกสิ่ง (IoT) และบริการร่วมกับพาร์ทเนอร์ตลอดจนขยายสู่กลุ่มธุรกิจใหม่ อาทิ AIS eSports, AIS Insurance Service ทั้งหมดนี้เพื่อเดินหน้าตามวิสัยทัศน์การเป็นองค์กรโทรคมนาคมอัจฉริยะ หรือ Cognitive Tech-Co ที่พร้อมนำศักยภาพเข้าสนับสนุนความแข็งแกร่งด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศขยายขีดความสามารถของภาคอุตสาหกรรม และยกระดับ คุณภาพชีวิตของคนไทยไปพร้อมกัน พบกับเราได้ที่ www.ais.th