8 ธ.ค. 2565 1,063 30

จีน อนุมัติเปิดทางหลวงพิเศษให้บริการขนส่ง-ขับขี่อัจฉริยะ โชว์เสาส่งและดำเนินการทดลองขับ L2 ผ่านระบบ AI และ 5G

จีน อนุมัติเปิดทางหลวงพิเศษให้บริการขนส่ง-ขับขี่อัจฉริยะ โชว์เสาส่งและดำเนินการทดลองขับ L2 ผ่านระบบ AI และ 5G

ประเทศจีนถือเป็นอีกหนึ่งประเทศที่เริ่มอนุญาตให้รถยนต์ไร้คนขับสามารถเคลื่อนที่ได้บนทางหลวงที่จัดขึ้นพิเศษนครเซี่ยงไฮ้บนพื้นที่เขตเศรษฐกิจและที่มีประชากรจีนอาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าวมากที่สุด เริ่มดำเนินการอนุญาตให้แท็กซี่ไร้คนขับชุดแรกใช้บริการบนทางด่วนพิเศษตามที่คณะกรรมาธิการการขนส่งเทศบาลเซี่ยงไฮ้ได้อนุมัติ

ทางด่วนพิเศษที่คณะกรรมาธิการการขนส่งเทศบาลเซี่ยงไฮ้ได้อนุญาตให้รถยนต์อัจฉริยะสามารถขนส่งได้ตั้งแต่วันที่ 9 พฤศจิกายน 2565 ในระยะทาง 21.5 กิโลเมตรบนเส้นทางด่วนวงแหวน G1503 และ บนทางด่วน G2 ปักกิ่ง-เซี่ยงไฮ้ ระยะทาง 19.5 กิโลเมตร นอกจากนี้ทางเซี่ยงไฮ้ยังเตรียมทดสอบทางหลวงที่จะให้บริการการขับขี่อัตโนมัติเป็นจำนวน 926 แห่งเพื่อให้นครเซี่ยงไฮ้เป็นเมืองเชื่อมต่อกับรถยนต์อัจฉริยะและการใช้งานในรูปแบบต่างๆ โดยเฉพาะการการให้บริการเชิงพาณิชย์


ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาประเทศจีนพยายามดำเนินแผน Smart City ซึ่งยกระดับเมืองอัจฉริยะที่เริ่มต้นบนท้องถนนโดยเฉพาะที่เซี่ยงไฮ้ตั้งเป้าภายใน 3 ปีพื้นที่บริเวณดังกล่าว 70% จะต้องเป็นรถยนต์อัจฉริยะหรือ Autonomous Cars ทั้งนี้ถนนดังกล่าวจะเต็มไปด้วยเทคโนโลยีที่ช่วยให้สามารถควบคุมระดับการขับขี่ให้เหมาะสมและเตรียมปรับปรุงแผนการจราจรบนท้องถนน


โดยระดับ L2 หรือ Partial Driving Automation คือ การเลี้ยวอัตโนมัติและควบคุมอัตราเร่งปรับความเร็วให้ทำงานด้วยกันผ่านการควบคุมที่ซับซ้อนได้ (Advanced Driver Assistance Systems) แต่ก็ยังต้องมีคนนั่งคุมเพื่อปกป้องความพผิดพลาด เช่นกัน

ทางทีมที่ทดสอบเทคโนโลยีจึงได้นำรถยนต์ไร้คนขับ 100 คันมาขับขี่บนท้องถนนโดยการควบคุม "Circles" ซึ่งเป็นกลุ่มของ Vanderbilt University และมหาวิทยาลัยอื่น ๆ อีกหลายแห่งที่รวบรวม Nissan, Toyota, General Motors และ Tennessee Department of Transportation (Tennessee DOT) ร่วมเป็นผู้ริเริ่มการทดสอบ


การทดสอบเริ่มในวันที่ 14 -18 พฤศจิกายน 2565 ในช่วงเวลา 05:00 น ถึง 10:30 น. ยถนน I-24 ดังกล่าวยาวระดับ 4 ไมล์ หรือ 6.44 กิโลเมตรซึ่งไม่ใช่รถที่ขับเองทุกคันแต่พวกเขาจะถูกตัดอยู่บนถนนทางหลวงโดยรวมกับการจราจรแบบปกติ โดยปกติแล้วถนนเส้นนี้มีรถผ่านประมาณ 175,000 คันทุกวัน

Berthold Horn ศาสตราจารย์ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้าและวิทยาการคอมพิวเตอร์ สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (Massachusetts Institute of Technology) กล่าวว่า การขับรถที่มีระยะห่าง ทุกครั้งในการเบรค ล้วนแล้วแต่เป็นสภาวะรถติดแบบฉับพลัน ส่งผลทำให้เราไม่ทราบว่าหากรถที่ติดชั่วคราวอยู่ในขณะนี้เป็นเพราะสาเหตุจากอุบัติเหตุทางรถยนต์หรือไม่แต่ทั้งหมดล้วนแล้วแต่เป็นพฤติกรรมในการขับขี่ของมนุษย์



ดังนั้นการทดสอบนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อทำความเข้าใจในการขับขี่แบบไร้คนขับบนการจราจรสภาพจริงรวมถึงการบรรเทาความแออัดของการจราจรและการสูญเสียพลังงานโดยร่วมกับ 35 นักวิจัยเพื่อปรับปรุงการขนส่งและการส่งเสริมปัญญาประดิษฐ์ วิศวกรจราจรและเทคโนโลยียานยนต์ในสภาวะแวดล้อมการจราจรจริงผสมกับยานพาหนะขับขี่.

การทดสอบดังกล่าวเป็นการทดสอบผสมผสานระหว่างรถยนต์ที่ขับขี่อัตโนมัติและรถยนต์ที่ขับขี่จริงโดยรถยนต์ที่ขับขี่อัตโนมัตินั้นจะเปิดระบบการควบคุมความเร็วคงที่ให้รถสามารถไหลเวียนการจราจรได้ดีขึ้น เพื่อช่วยให้การจราจรดีขึ้นและลดปัญหาการจราจรที่ติดขัดและส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตของผู้โดยสาร รถยนต์ที่ทดสอบ ได้แก่ Nissan Rouge, Toyota RAV4 และ Cadillac XT5 รถยนต์ดังกล่าวถือเป็นรถยนต์ขั้นพื้นฐานที่ใช้น้ำมันเป็นหลัก


ก้าวต่อไปคือการพัฒนาสู่การขับขี่ระดับสูงขึ้นไปอีก 1 ขั้นด้วยเทคโนโลยีดังกล่าวจะต้องปราศจากความกังวลในด้านความปลอดภัยบนท้องถนนรวมถึงง่ายต่อการใช้งาน การทดสอบดังกล่าวยังต้องใช้เซ็นเซอร์กล้องความละเอียด 4K เชื่อมต่อกับเทคโนโลยี 4G และ 5G จำนวนมากกว่า 30 ตัวครอบคลุมถนนและรวมไปถึงเซ็นเซอร์ต่างๆที่บอกความแม่นยำระดับสูงกระจายไปยังบริเวณอุปกรณ์สัญญาณของทางหลวง เพื่อให้ระบบสามารถประมวลภาพ 3 มิติเชิงซ้อน เพื่อทำให้ข้อมูลดังกล่าวเกิดความแม่นยำมากที่สุด

Austin Russell (Austin Russell) ผู้ก่อตั้ง Luminar กล่าวว่า การขับขี่ไร้คนขับจะเกิดขึ้นได้ภายใน 10 ปี บริษัทที่เกี่ยวข้องกับการขับขี่อัตโนมัติต้องเตรียมระบบการขนส่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าเมื่อถึงเวลาดังกล่าวก็สามารถนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาประยุกต์ใช้บนท้องถนนได้อย่างทันที  ข้อมูล  baijiahao.baidu  view.inews.qq  baijiahao.baidu china.org.cn