24 พ.ย. 2565 108 12

กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ร่วมกับ ดีแทค ให้ทักษะดิจิทัลเยาวชนทางอาญา หลักสูตร “ดีแทค เน็ตทำกิน” บนแพลตฟอร์มออนไลน์ โอกาสทางอาชีพและการใช้ชีวิต

กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ร่วมกับ ดีแทค ให้ทักษะดิจิทัลเยาวชนทางอาญา หลักสูตร “ดีแทค เน็ตทำกิน” บนแพลตฟอร์มออนไลน์ โอกาสทางอาชีพและการใช้ชีวิต

บรรยายภาพ 01 พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ (ที่ 2 จากซ้าย) อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน และ สตีเฟ่น เจมส์ แฮลวิก (ที่ 3 จากซ้าย) รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มกิจการองค์กร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการพัฒนาทักษะดิจิทัลเพื่อโอกาสในการทำอาชีพและทักษะการรับมือกับความเสี่ยงบนโลกออนไลน์ สำหรับเยาวชนในกระบวนการยุติธรรมทางอาญาซึ่งเป็นกลุ่มคนที่อยู่ในช่วงวัย Digital Native หรือ Gen Z โดยมี ดร.อนูวรรณ วงศ์พิเชษฐ์ (ขวาสุด) รองผู้อำนวยการสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (องค์การมหาชน) และวรชนาธิป จันทนู  (ซ้ายสุด) รองผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) ให้เกียรติร่วมเป็นสักขีพยาน เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2565 ที่ดีแทค เฮาส์

กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน และดีแทค ร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการพัฒนาทักษะดิจิทัลเพื่อโอกาสในการทำอาชีพและทักษะการรับมือกับความเสี่ยงบนโลกออนไลน์ สำหรับเยาวชนในกระบวนการยุติธรรมทางอาญา ที่อยู่ในระหว่างการเตรียมความพร้อมก่อนปล่อยตัว ให้ได้เรียนรู้และส่งเสริมทัศนคติที่เป็นบวกต่อการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลผ่านทั้งแพลตฟอร์ม e-Learning และภาคปฏิบัติ พร้อมกันนี้ ดีแทคเน็ตทำกินได้พัฒนาหลักสูตร “ดีแทค เน็ตทำกิน” บนแพลตฟอร์มออนไลน์ ร่วมกับสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) ทั้งนี้ เยาวชนที่ได้รับการอบรม จะสามารถใช้เทียบสมรรถนะการเรียนรู้ตามมาตรฐาน เพื่อศึกษาต่อยอดหรือประกอบอาชีในอนาคต

คุ้มครองดูแลทุกมิติ ก่อนส่งกลับสู่สังคม

จากรายงานสถิติคดีประจำปีงบประมาณ 2565 ของกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน พบว่ามี Gen Z ซึ่งเป็นเด็กที่มีอายุเกิน 12 ปี แต่ไม่เกิน 15ปีบริบูรณ์ และเยาวชน หรือบุคคลที่มีอายุเกิน 15 ปี แต่ไม่ถึง 18 ปีบริบูรณ์ที่กระทำความผิดมีจำนวนมากถึง 12,202 คดีทั่วประเทศ ในจำนวนนี้ถูกควบคุมตัวอยู่ในสถานพินิจฯ และศูนย์ฝึกและอบรมฯ ทั่วประเทศ รวม 3,000ราย 


พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กล่าวว่า “กรมพินิจฯ จะให้การคุ้มครองดูแลทั้งเรื่องสภาพร่างกายและจิตใจ จัดการศึกษา เพิ่มทักษะต่างๆ โดยทีมนักวิชาชีพของกรมพินิจฯ เพื่อให้สามารถนำทักษะความรู้ที่ได้รับและฝึกฝนไปใช้ได้ภายหลังได้รับการปล่อยตัว โดยเฉพาะเรื่องของการศึกษา ที่เป็นหัวใจสำคัญในการสร้างทักษะความสามารถให้กับเด็กและเยาวชน”

ภายในสถานพินิจฯ และศูนย์ฝึกและอบรมฯ มีรูปแบบการเรียน 3 รูปแบบให้เหมาะสมกับเด็กและเยาวชน ประกอบด้วย การศึกษาในระบบเดิม, การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) และการศึกษาทางเลือก เพื่อให้เด็กมีโอกาสในการจบการศึกษาภาคบังคับ (ม.3) รวมถึงจัดให้มีการศึกษาและเสริมทักษะด้านวิชาชีพ ทั้งนี้เมื่อจบการศึกษาจะได้รับประกาศนียบัตรตามหลักสูตร เพื่อนำไปใช้ในสังคมได้ตามปกติ ซึ่งในปีการศึกษา พ.ศ. 2564 มีเยาวชนที่ได้รับการศึกษาหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานทุกหลักสูตร จำนวนทั้งสิ้น 1,557 คน และการฝึกอาชีพระยะสั้น จำนวนทั้งสิ้น 2,237 คน

หนึ่งในหลักปรัชญาในการทำงานที่กรมพินิจฯ ยึดถือ คือการให้โอกาสเด็กและเยาวชนที่ก้าวพลาดได้ปรับปรุงตนเอง ได้รับการพัฒนาอย่างเหมาะสมตามช่วงวัยเพื่อให้สามารถกลับไปใช้ชีวิตในสังคมได้ ทั้งนี้ หากไม่มีโอกาส กรมพินิจฯ ก็มีหน้าที่สร้างโอกาสให้เด็กและเยาวชน การประสานความร่วมมือกับดีแทคในครั้งนี้ ก็เป็นหนึ่งในความพยายามในการสร้างโอกาสโดยให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้เกี่ยวกับโลกดิจิตอลและสื่อออนไลน์จากมืออาชีพ พร้อมทั้งเสริมประสบการณ์ให้เด็กและเยาวชนรู้เท่าทันภัยจากสังคมออนไลน์ เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจนำเด็กและเยาวชนเหล่านี้ไปสู่การกระทำผิดซ้ำอีกในอนาคต

 ลดช่องว่างดิจิทัล สร้างโอกาสทำมาหากิน


สตีเฟ่น เจมส์ แฮลวิก รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มกิจการองค์กร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทคกล่าวว่า “เยาวชนที่อยู่ภายใต้การดูแลในกระบวนการยุติธรรมทางอาญา เป็นกลุ่มคนที่อยู่ในช่วงวัย Digital natives หรือ Gen Z ซึ่งเกิดระหว่าง พ.ศ. 2540 – 2555 คือ ช่วงอายุ 10 – 25ปี และเติบโตมากับนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลอยู่แล้ว หน้าที่ของดีแทคและกรมพินิจฯ เพียงต้องทำหน้าที่ในการเชื่อมต่อ และส่งเสริมการมีปฏิสัมพันธ์ทางเทคโนโลยีดิจิทัลกับพวกเขา ให้พร้อมกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจและสังคมที่กำลังเปลี่ยนผ่านด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างรวดเร็ว ด้วยความมุ่งหวังว่า พวกเขาจะไม่พลาดที่จะมีโอกาสในการใช้ชีวิตร่วมกับคนในช่วงวัยเดียวกันกับพวกเขา สถิติน่าสนใจระบุว่า คน Gen Z จะเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่ใหญ่ที่สุดในไม่ช้า และจะมีรายได้เพิ่มขึ้นมากกว่าห้าเท่าเป็น 33 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2573 ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนมากกว่าหนึ่งในสี่ของ GDP ทั่วโลก และสูงกว่ารายได้ของคนรุ่น Millennials ภายในปี 2574 การวัดดัชนีความสามารถทางดิจิทัล คะแนนความสามารถเฉลี่ยของคน Gen Z สูงกว่าคนรุ่น Millennials 2.5% และสูงกว่าคนรุ่น Gen X มากกว่า 8% โดยที่ Gen Z มีความตื่นตัวและมีความทุ่มเทพยายามมากกว่าผู้ใหญ่อย่างเราๆ ที่จะใช้สื่อสังคมออนไลน์และเทคโนโลยี มาแก้ปัญหาในประเด็นทางสังคม การเมือง สิ่งแวดล้อม หรือสิทธิมนุษยชน”

ภายใต้ความร่วมมือบันทึกความเข้าใจร่วมฉบับนี้ กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน และดีแทคจะร่วมกันเสริมสร้างภูมิคุ้มกันบนดิจิทัลและพัฒนาศักยภาพการขายสินค้าออนไลน์ สำหรับเด็กและเยาวชนในกระบวนการยุติธรรมทางอาญา เป็นระยะเวลา ปี ดังนี้

1. สร้างทักษะให้เยาวชนในกระบวนการยุติธรรมทางอาญา ผ่านแพลตฟอร์ม e-Learning ให้เข้าใจและส่งเสริมทัศนคติให้เปิดรับความเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี และมีศักยภาพในการเปิดร้านค้าออนไลน์ การทำธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ เพื่อต่อยอดสู่ผู้ประกอบการในอนาคต 

2. สร้างทักษะให้เยาวชนในกระบวนการยุติธรรมทางอาญามีทักษะสามารถแยกแยะและรับมือกับความเสี่ยงจากการใช้งานออนไลน์ และการใช้สื่อสังคมออนไลน์อย่างมีความรับผิดชอบ รู้เท่าทัน และร่วมส่งเสริมวัฒนธรรมสังคมออนไลน์ที่สร้างสรรค์ได้ (Digital Resilience)

3. ลงมือปฏิบัติจริงผ่านกิจกรรม Workshop และร่วมประกวดแข่งขันในแคมเปญที่จัดทำร่วมกันระหว่าง ดีแทค เน็ตทำกิน และศูนย์ฝึกอบรมทั้ง 20 แห่ง เพื่อให้เยาวชนในกระบวนการยุติธรรมทางอาญาทั่วประเทศได้มีโอกาสฝึกฝน ลงมือทำตามสถานการณ์จริง

เยาวชนที่ผ่านหลักสูตรนี้ จะได้รับใบประกาศนียบัตรจาก ดีแทคและ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) เพื่อรับรองการผ่านการอบรมหลักสูตร "เน็ตทำกิน" ซึ่งจะเป็นประโยชน์สำหรับเยาวชนนำไปใช้เทียบสมรรถนะการเรียนรู้ตามมาตรฐาน เพื่อศึกษาต่อยอดหรือประกอบอาชีพเมื่อกลับสู่สังคมในอนาคต สำหรับในปีนี้ จะมีเยาวชนในกระบวนการยุติธรรมทางอาญาอย่างน้อย 500  คน จะเข้ามาเรียนบนแพลตฟอร์มออนไลน์