29 ส.ค. 2565 138 0

อะโดบีเผยผลการศึกษา “อนาคตของงานสร้างสรรค์” (Future of Creativity) พบ Creator Economy เติบโตอย่างรวดเร็วเป็นประวัติการณ์ โดยครีเอเตอร์กลุ่ม Millennials ครองตลาดถึง 42%

อะโดบีเผยผลการศึกษา “อนาคตของงานสร้างสรรค์” (Future of Creativity) พบ Creator Economy เติบโตอย่างรวดเร็วเป็นประวัติการณ์ โดยครีเอเตอร์กลุ่ม Millennials ครองตลาดถึง 42%

อะโดบี (NASDAQ:ADBE) เปิดเผยข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับ ระบบเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนโดยครีเอเตอร์ หรือ Creator Economy” จากรายงานผลการศึกษา อนาคตของการสร้างสรรค์หรือ “ Future of Creativity” พบว่า Creator Economy เศรษฐกิจที่เน้นการสร้างรายได้จากการทำคอนเทนต์ สินค้าและบริการออนไลน์ โดยใช้ประโยชน์จากความคิดสร้างสรรค์ ความสามารถพิเศษ และแพชชัน มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีจำนวนครีเอเตอร์เพิ่มมากขึ้นกว่า 165 ล้านคนในช่วงสองปีที่ผ่านมา ทำให้ปัจจุบันมีครีเอเตอร์ราว 303 ล้านคนทั่วโลก นอกจากนี้ยังพบว่า Creator Economy สร้างความเปลี่ยนแปลงในทุกแง่มุมของสังคมและวัฒนธรรม ตั้งแต่รูปแบบการทำงานในอนาคต ไปจนถึงความเคลื่อนไหวทางสังคม และการจัดการสุขภาพจิต (mental health)

สก็อต เบลสกี้
, ผู้บริหารฝ่ายผลิตภัณฑ์ และรองประธานบริหาร Adobe Creative Cloud กล่าวว่า Creator Economy เติบโตอย่างรวดเร็วแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และสร้างแพลตฟอร์มที่เปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถเป็นครีเอเตอร์ได้ ไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้ทั่วไป, solopreneur, เจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก หรือคอนเทนต์ครีเอเตอร์ก็สามารถแสดงออกและค้นหาความสนใจด้านครีเอทีฟและศิลปะในรูปแบบใหม่ๆ  ปัจจุบันครีเอเตอร์ทุกเพศทุกวัยได้เปลี่ยนแรงบันดาลใจและแพชชั่นของตัวเองเป็นอาชีพและธุรกิจใหม่ๆ โดยเครื่องมือครีเอทีฟของอะโดบี”

ผลการศึกษา
Future of Creativity จัดทำขึ้นเพื่อศึกษาความเคลื่อนไหวของ Creator Economy ทั่วโลกครบทุกแง่มุม รวมถึงการเติบโตของ creativity ที่เปลี่ยนแปลงไปใน สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร สเปน ฝรั่งเศส เยอรมนี ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และบราซิล ผลการศึกษาระบุว่าครีเอเตอร์ทั้งที่เป็นมืออาชีพและบุคคลทั่วไปที่สร้างคอนเทนต์ในแบบฉบับของตนเองเพื่ออาชีพ หรือทำตามความชอบ รวมถึงดีไซเนอร์ ช่างภาพ ผู้สร้างภาพยนต์ illustrator คนที่ทำคอนเทนต์เป็นงานอดิเรกและอื่นๆ  อินฟลูเอนเซอร์เองก็เป็นอีกหนึ่งประเภทของครีเตอร์ที่มีจำนวนผู้ติดตาม 5,000 คนขึ้นไป ซึ่งใช้ประโยชน์จากโซเชียลมีเดียสร้างความรู้ความเข้าใจหรือโน้มน้าวผู้ติดตามของพวกเขา ผลิตภัณฑ์ของอะโดบีสามารถช่วยให้ทุกคนเป็นครีเอเตอร์ และเป็นโซลูชันทางเลือกสำหรับครีเอเตอร์ทั่วโลก ตั้งแต่บุคคลทั่วไป solopreneur และโซเชียลอินฟลูเอนเซอร์ ไปจนถึงเจ้าของธุรกิจขนาดเล็กและธุรกิจระดับองค์กร



Creator Economy
มีความหลากหลายและกำลังเฟื่องฟู ตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นมา ระบบเศรษฐกิจ Creator Economy มีการเติบโตอย่างเท่าทวีคูณ
·        ครีเอเตอร์กว่า 165 ล้านคนเข้าร่วม Creator Economy ตั้งแต่ปี 2563 โดยมีการเติบโตอย่างรวดเร็วในทุกตลาด
·        Creator Economy ในสหรัฐฯ เติบโตอย่างมาก โดยมีจำนวนครีเอเตอร์เพิ่มขึ้นราว 34 ล้านคน (40%) บราซิล (ครีเอเตอร์ใหม่กว่า 73 ล้านคน), เกาหลีใต้ (กว่า 11 ล้านคน) และสเปน (กว่า 10 ล้านคน) ซึ่งกลายเป็นศูนย์กลางสำหรับการสร้างสรรค์
·        ประชากรราวหนึ่งในสี่ (23%) เป็นครีเอเตอร์ที่มีส่วนร่วมในการสร้างคอนเทนต์ ไม่ว่าจะเป็น ภาพถ่าย วิดีโอ งานเขียน และออนไลน์สเปซต่างๆ รวมถึงแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย และบล็อกต่างๆ
·        คนยุค Millennials ครองสัดส่วนถึง 42% ของ Creator Economy ขณะที่คน Gen Z ครองสัดส่วน 14 %
·        48% ของครีเอเตอร์ได้รับแรงจูงใจจากเป้าหมายเดียวกัน นั่นคือ เสรีภาพในการแสดงออก และครีเอเตอร์ไม่ถึงหนึ่งในสาม (26%) มีเงินเป็นแรงจูงใจ
·        อินฟลูเอนเซอร์ครองสัดส่วนเพียง 14 % ของ Creator Economy ทั่วโลก

นิยามใหม่สำหรับ
Future of Work
Creator Economy ปลดล็อคเส้นทางอาชีพใหม่ๆ ทั้งในส่วนของงานประจำและงานพาร์ทไทม์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคน Gen Z และ Millennials ซึ่งไม่ค่อยสนใจที่จะทำงานในอาชีพแบบเดิมๆ ผลการศึกษาพบว่าการสร้างคอนเทนต์สามารถช่วยสร้างรายได้ แต่ต้องอาศัยเวลาและความทุ่มเทอย่างเต็มที่จึงจะประสบความสำเร็จ และถึงแม้ว่าการสร้างคอนเทนต์ยังคงเป็นงานที่สร้างรายได้เสริมสำหรับคนส่วนใหญ่ แต่ก็มีครีเอเตอร์จำนวนมากที่อยากพัฒนาต่อยอดให้ได้มากกว่านั้น
·        อินฟลูเอนเซอร์ราว 2 ใน 5 มีแรงจูงใจที่จะเปลี่ยนอาชีพเสริมจากการสร้างคอนเทนต์ให้กลายเป็นอาชีพหลัก
·        17% ของครีเอเตอร์เป็นเจ้าของธุรกิจ ขณะที่ 39% มุ่งหวังจะเป็นเจ้าของธุรกิจในอนาคต
·        สำหรับครีเอเตอร์ส่วนใหญ่ การสร้างคอนเทนต์ถือเป็นงานอดิเรกหรืองานที่สร้างรายได้เสริม โดยครีเอเตอร์ 6 ใน 10 คนมีงานประจำอยู่แล้ว

ครีเอเตอร์คือกุญแจสำคัญในการส่งเสริมความเคลื่อนไหวทางสังคมผ่านทางออนไลน์  
ครีเอเตอร์ใช้โอกาสในการพูดคุยประเด็นทางสังคมผ่านทางออนไลน์ และสนับสนุนความเคลื่อนไหวทางสังคมที่มีความสำคัญต่อตนเอง
·        ครีเอเตอร์เกือบทั้งหมด (95%) ส่งเสริมหรือสนับสนุนความเคลื่อนไหวทางสังคมที่มีความสำคัญต่อตนเอง
·        ความมั่นคงทางความเป็นอยู่และอาหาร (62%), ความยุติธรรมในสังคม (59%) และภาวะโลกร้อน (58%) คือประเด็นทางสังคมที่มีความสำคัญมากที่สุดสำหรับครีเอเตอร์ทั่วโลก
·        ครีเอเตอร์ใช้ผลงานสร้างสรรค์และอิทธิพลของตนเองเพื่อส่งเสริมความเคลื่อนไหวทางสังคม เพราะเชื่อว่าตนเองสามารถสร้างความตระหนักรู้ให้แก่สังคม (51%), เป็นกระบอกเสียงให้แก่ผู้ด้อยโอกาส (49%) และช่วยให้คนอื่นๆ แสดงความเห็นเกี่ยวกับประเด็นทางสังคมได้ง่ายขึ้น (47%)



ครีเอเตอร์กับสุขภาพทางจิต  
ผลการศึกษาชี้ว่ายิ่งครีเอเตอร์ใช้เวลาในการสร้างและแชร์คอนเทนต์มากขึ้นเท่าไร เขาก็จะยิ่งรู้สึกมีความสุขมากขึ้นเท่านั้น ตรงกันข้ามกับผู้บริโภคโซเชียลมีเดีย ซึ่งผลการศึกษาระบุว่าสามารถได้รับผลกระทบแง่ลบจากการใช้โซเชียลมีเดีย
·        โดยรวมแล้ว ครีเอเตอร์ที่สร้างคอนเทนต์เป็นประจำทุกวันและ/หรือใช้เวลากว่า 10 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ในการสร้างสรรค์มีความสุขมากที่สุด
·        ครีเอเตอร์ (69%) และอินฟลูเอนเซอร์ (84%) ส่วนใหญ่ระบุว่าการสร้างและแชร์คอนเทนต์ออนไลน์เป็นช่องทางในการปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ซึ่งไม่สามารถหาได้จากที่อื่น
·        อินฟลูเอนเซอร์หนึ่งในสองคนระบุว่าการใช้โซเชียลมีเดียหรือการสร้างโซเชียลคอนเทนต์มีความสำคัญต่อสุขภาพจิตของเขามากกว่าการฟังเพลง (31%), การออกกำลังกาย (30%) และการออกไปสัมผัสกับธรรมชาติในที่กลางแจ้ง (27%)

Adobe Creative Cloud
นำเสนอชุดผลิตภัณฑ์และบริการที่ครบถ้วนสมบูรณ์มากที่สุด ครอบคลุมงานครีเอทีฟทุกประเภท เช่น การวาดภาพ การถ่ายภาพ การออกแบบ วิดีโอ 3D และประสบการณ์เสมือนจริง ปลดปล่อยพลังแห่งการสร้างสรรค์สำหรับทุกคน ช่วยให้ครีเอเตอร์หลายล้านคนทั่วโลกสามารถทำงานร่วมกันเพื่อบอกเล่าเรื่องราวของพวกเขา ล่าสุดอะโดบีได้ขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ด้วยการเพิ่ม Adobe Express ซึ่งสามารถใช้งานได้ทั้งบนเว็บและแอปพลิเคชันบนมือถือที่ช่วยเพิ่มความสะดวกในการสร้างคอนเทนต์ที่โดดเด่นจากเทมเพลตที่ไม่เหมือนใครหลายพันรายการ

ดาวน์โหลกรายงานฉบับเต็มของผลการศึกษา
Future of Creativity: Creators in the Creator Economy ของอะโดบีที่นี่

เกี่ยวกับรายงานผลการศึกษา
Future of Creativity
รายงานผลการศึกษา Future of Creativity ของอะโดบีมีจุดมุ่งหมายเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลงของงานครีเอทีฟที่เกิดขึ้นทั่วโลก โดยมีการสอบถามความเห็นโดยตรงจากบุคคลที่อยู่แถวหน้าของงานครีเอทีฟออนไลน์ นั่นคือ ครีเอเตอร์ในระบบ Creator Economy และผลการศึกษานี้ได้สำรวจอนาคตของงานครีเอทีฟจากหลากหลายมุมมอง

ระเบียบวิธีที่ใช้ในการศึกษา
การศึกษา Future of Creativity มีการสำรวจความเห็นของครีเอเตอร์ออนไลน์ประมาณ 9,000 คนในเดือนพฤษภาคม 2565 จาก 9 ประเทศทั่วโลก (สหรัฐฯ สหราชอาณาจักร สเปน ฝรั่งเศส เยอรมนี ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และบราซิล)  อะโดบีได้ร่วมมือกับ Edelman Data & Intelligence ในการศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อระบุแนวโน้มสำคัญๆ เกี่ยวกับ Creator Economy  “ครีเอเตอร์” ในที่นี้หมายถึงบุคคลที่เข้าร่วมในกิจกรรมด้านงานครีเอทีฟ (เช่น การถ่ายภาพ, งานเขียนสร้างสรรค์, คอนเทนต์ต้นฉบับบนโซเชียลมีเดีย ฯลฯ) และการโพสต์ แชร์ หรือโปรโมทผลงานจากกิจกรรมเหล่านี้ผ่านทางออนไลน์อย่างน้อยทุกเดือน โดยมีเป้าหมายที่จะทำให้ผลงานดังกล่าวเป็นที่รู้จักในโลกโซเชียลเพิ่มมากขึ้น  ทั้งนี้มีการเก็บรวบรวมข้อมูลจากครีเอเตอร์รุ่น Gen-Pop จำนวน 4,535 คน (อายุ 18 ปีขึ้นไป, ประมาณ 500 คนต่อประเทศ), ครีเอเตอร์รุ่น Gen Z จำนวน 5,111 คน (อายุ 16-24 ปี, ประมาณ 500 คนในแต่ละประเทศ) โดยมีค่าความคลาดเคลื่อนอยู่ที่ ±1.4% และระดับความเชื่อมั่น 95%