4 ส.ค. 2565 1,243 9

พบ CEO ไปรษณีย์ไทย คุยตลาดครึ่งปีหลัง 65 เผยโตขึ้น 11.23 % ชูกลยุทธ์ Green Logistics นำร่องใช้รถขนส่ง EV พร้อมเปิดจุดให้บริการชาร์จแบตฯ

พบ CEO ไปรษณีย์ไทย คุยตลาดครึ่งปีหลัง 65 เผยโตขึ้น 11.23 % ชูกลยุทธ์ Green Logistics นำร่องใช้รถขนส่ง EV พร้อมเปิดจุดให้บริการชาร์จแบตฯ

บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เดินหน้าหนุนความต้องการส่งด่วนในภาคธุรกิจอีคอมเมิร์ซและภาคประชาชน เน้นบริการ EMS พร้อมปรับกลยุทธ์ต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้บริการมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้จากการพัฒนาประสิทธิภาพนำจ่าย EMS ทำให้ในไตรมาสที่ 1 ปี 2565 ปริมาณงานสอบสวนลดลง 46 % สิ่งของสูญหาย/เสียหาย/ล่าช้า ลดลง 46 % การเติบโตของปริมาณชิ้นงาน EMS ในประเทศ เพิ่มขึ้นอีก 15 % เมื่อเทียบกับช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2564

ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวเปิดใจกับ Adslthailand ว่า ในปี 2565 – 2567 คาดว่าขนาดตลาดขนส่งด่วน จะมีอัตราเติบโตโดยเฉลี่ย 11.23% ต่อปี โดยปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของกลุ่มลูกค้า e-Commerce โดยเฉพาะการขายผ่านทาง Social Media ในรูปแบบ Social Commerce และผ่านทาง e-Marketplace ไปรษณีย์ไทยจึงมุ่งให้ความสำคัญความต้องการของผู้ใช้บริการที่มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น และพร้อมพัฒนารูปแบบการให้บริการให้สามารถตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการผ่านเทคโพสต์ อาทิ การอัปเกรด Pick up Service เรียกได้ 24 ชม. นำร่องที่เขตหลักสี่ ปากเกร็ด รามอินทรา บริการ iPost รับฝากพัสดุผ่านตู้ไปรษณีย์อัจฉริยะ เปิดให้บริการทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง การส่งต้นไม้-กล้าพันธุ์ไม้ที่ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ การส่งผลไม้ที่ต้องขนส่งอย่างรวดเร็วป้องกันการเน่าเสีย การส่งยาและเวชภัณฑ์บางประเภท รวมถึงอาหารสดที่ต้องมีการควบคุมอุณหภูมิ ฯลฯ

ในปัจจุบันไตรมาส 3 ปี 2565 พบว่าการแข่งขันกลับมาแข่งขันอย่างดุเดือดอีกครั้งหนึ่ง แม้ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ค่าพลังงานเชื้อเพลิงปรับตัวสูงขึ้นส่งผลให้ต้นทุนในการให้บริการเราเพิ่มขึ้น 30% ทางเราได้ใช้ KPI ในการปรับ Routing หรือเส้นทางเดินรถยนต์ให้สอดคล้องกับระยะทางการเดินรถ  ที่สำคัญผู้ประกอบการหน้าใหม่ด้านโลจิสติกส์เข้ามาในตลาดและใช้กลยุทธ์ทางด้านราคาอย่างต่อเนื่อง  หากเกิดสภาวะนี้ในระยะเวลายาวนานข้อจะเกิดผลร้ายกับอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ของประเทศไทยเนื่องจากในปัจจุบันการรับส่งพัสดุภัณฑ์เกิดการแข่งขันที่ต่ำกว่าราคาต้นทุนจริง 


ไปรษณีย์ไทย ยังคงยึดมั่นในการให้ความสำคัญกับเรื่องคุณภาพในการรับส่งสินค้าและบริการเป็นหลักและพร้อมที่จะให้บริการอำนวยความสะดวกส่งด่วนให้กับพ่อค้าแม่ค้า SME ไม่ว่าจะอยู่แพลตฟอร์มไหนก็สามารถที่จะเชื่อมต่อกับทางไปรษณีย์ไทยได้อย่างเข้าถึง โดยในอนาคตทางไปรษณีย์ไทยพร้อมที่จะเชื่อมต่อกับผู้ให้บริการอื่นๆเพิ่มเติมอย่างแน่นอน โดยราคาเข้าถึงง่ายไม่เป็นต้นทุนกับผู้ประกอบการเพื่อตอบสนองกับการแข่งขันดุเดือดในปัจจุบัน สัดส่วนของตลาดดังกล่าวมีอัตราเติบโตขึ้นสูงถึง 11%



ดร.ดนันท์ กล่าวต่อว่า ได้ย้ำการใช้กลยุทธ์ Parcel Centric คือการใส่ใจสินค้าที่ลูกค้าจะนำส่งเพื่อให้ไปรษณีย์ไทยใช้ช่องทางการนำส่งโลจิสติกส์ได้อย่างเหมาะสมเพื่อเพิ่มคุณภาพในการให้บริการผู้บริโภค เช่น การส่งสินค้าประเภทยารักษาโรค การส่งของที่ต้องอาศัยความเย็น การส่งผลไม้ การส่งต้นไม้ รวมถึงการส่งของที่ห้ามแตกหักเสียหายเด็ดขาด กลุ่มการให้บริการดังกล่าวจะเป็นกลุ่มที่ไม่ได้แข่งขันด้านราคา

นอกจากนี้ทางไปรษณีย์ยังให้ความสำคัญกับกลุ่มธุรกิจ Retail ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการช่วยเหลือผู้ประกอบการท้องถิ่น ผ่านการให้บริการ ThailandPostMart และสำนักงานไปรษณีย์ร่วมกับบุรุษไปรษณีย์ เป็นช่องทางสำคัญ โดยนำของดีของแต่ละท้องถิ่นทั่วประเทศไทยมารวมที่ไปรษณีย์ไทยรับไปรษณีย์ไทยเป็นคนกลางในการรับส่งของดีทั่วประเทศ ของดีดังกล่าวเกิดจากความรู้และทักษะของบุรุษไปรษณีย์ที่รวบรวมข้อมูลของดีแต่ละท้องถิ่นทั่วประเทศแล้วมาแชร์สินค้าดีๆ โดยไปรษณีย์ไทยได้ต่อยอดโดยการให้ Professional มาช่วยเทสสินค้าดังกล่าว เพื่อให้ประชาชนชาวไทยได้รับประทานและได้ใช้สินค้าที่มีชื่อเสียงซึ่งเป็นสินค้าท้องถิ่นชื่อดังโดยไม่ต้องเดินทาง ส่งผลให้ช่องทางดังกล่าวสามารถสร้างรายได้สูงถึง 500 ล้านบาท เพิ่มมากขึ้นจากปีที่แล้ว 300 ล้านบาท รายได้ส่วนใหญ่เกิดจากบุรุษไปรษณีย์สูงถึง 60% และช่องทางออนไลน์  ThailandPostMart ในสัดส่วน 40% ในอนาคตทางไปรษณีย์ไทยพร้อมร่วมกับแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี่ในการให้บริการเพิ่มเติมภายในปี 2565 อย่างแน่นอน

ด้านบริการเซมเดย์โพสต์ (Same Day Post) ในปี 2565 ทางเราได้เร่งเจรจาเพื่อเตรียมร่นระยะเวลาในการนำส่งให้น้อยกว่า 1 วันผ่านการร่วมมือกับบริษัท ขนส่ง จำกัด หรือ บขส. ซึ่งถือเป็นหนึ่งในรัฐวิสาหกิจที่ล่าสุดมติคณะรัฐมนตรีอนุญาตให้ บขส. มีภารกิจด้านการขนส่งผู้โดยสาร และการขนส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ในรูปแบบ Hub to Hub บริเวณท่ารถ บขส.  ส่วนทางไปรษณีย์ไทยจะรับผิดชอบรูปแบบ Hub to Home ซึ่งในอนาคตเราเองได้เล็งเห็นศักยภาพเส้นทางรถไฟและเส้นทางทางเรือในอนาคตเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการการส่งด่วนโดยเฉพาะการส่งสินค้าขนาดใหญ่บนศักยภาพของการใช้ทรัพย์สินภาครัฐให้เกิดประโยชน์ร่วมกันแล้วนำมาอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน

e-Time stamping คือ เป้าหมายที่สำคัญ เนื่องจากการสื่อสารได้เปลี่ยนเป็นรูปแบบดิจิทัลซึ่งเรากำลังเปลี่ยนให้จดหมายในรูปแบบเดิมให้มาอยู่ในรูปแบบดิจิตอลและที่สำคัญจดหมายดังกล่าว จะต้องมีการลงทะเบียนและสามารถรองรับบริการตอบรับในรูปแบบการประทับรับรองเวลาอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ถูกปลอมแปลงซึ่งสามารถอ้างอิงกับศาลยุติธรรม

ปัจจุบันนี้ ไปรษณีย์ไทยยังมีสัดส่วนการขนส่งโลจิสติกส์ 40% ซึ่งถือเป็นงานที่มีกำไรมากที่สุดเนื่องจากการขนส่งดังกล่าวเน้นคุณภาพ การใส่ใจ รวมถึงความสำคัญทางด้านความปลอดภัยของสินค้าและบริการเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหาย ส่งผลทำให้ผู้บริโภคพร้อมพี่จะใช้บริการไปรษณีย์ไทยในราคาที่สูงขึ้น ถัดมางานไปรษณีย์ภัณฑ์รวมถึงกลุ่มจดหมาย  30% การบริการขนส่งระหว่างประเทศ 20%  และการให้บริการ Retail และ Financial Service ที่กำลังพัฒนาสัดส่วนรายได้ให้มีปริมาณเติบโตให้เพิ่มสูงขึ้นจาก 10% กำลังเพิ่มเป็น 15%

ก้าวต่อไปอนาคตของไปรษณีย์ไทยได้เตรียมการปรับรถยนต์ในการขนส่งสินค้าให้ใช้พลังงานไฟฟ้า ( EV Vans ) เพิ่มสูงขึ้น 250 คันและในปี 2566 เพิ่มขึ้นมากกว่า 500 คัน นอกจากนี้เราได้เตรียมทดสอบรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า (EV Bike) ซึ่งรวมถึงมาตรฐานของแบตเตอรี่จำนวน 30 คัน เพื่อให้เกิดความมั่นใจในการใช้บริการรวมถึงค่าบำรุงรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า หากเราทราบค่าใช้จ่ายดังกล่าวเราจะได้เตรียมความพร้อมให้กับบุรุษไปรษณีย์ไทยได้ใช้ในการให้บริการต่อไปในอนาคต ถือเป็นการร่วมมือระหว่างบริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (OR)  นโยบายดังกล่าวถือเป็นเป้าหมายที่สำคัญในการลดคาร์บอนไดออกไซด์ (Green Logistics) และลดพลังงานไปในคราวเดียวกัน


ส่วนการให้บริการจุดชาร์จแบตเตอรี่นั้นทางไปรษณีย์ไทยกำลังพิจารณาเปิดบริการดังกล่าว เพื่อให้ประชาชนและบุรุษไปรษณีย์ไทยสามารถเข้าถึงพลังงานดังกล่าวได้อย่างสะดวก

นอกจากนี้ทางบริษัทได้ลงทุนระบบ Core Post มากกว่า 100 ล้านบาท ซึ่งเป็นระบบการเชื่อมโยงข้อมูลตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทางอย่างเป็นระบบ ซึ่งในปัจจุบันทางไปรษณีย์ไทยมีหลายระบบในการประกอบการในการให้บริการก็จะยุบเหลือเพียงระบบเดียว ส่งผลดีให้กับการให้บริการได้อย่างรวดเร็ว 

ทางด้านงานคุณภาพการรับส่งสินค้า ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาไตรมาส 1 ปี 2565 เทียบกับ ไตรมาส 4 ปี 2564 ที่ผ่านมาพบว่าคุณภาพในการให้บริการของเราดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง งานสอบสวนเอกสารและพัสดุต่างๆลดลง 46%  ของเสียหายล่าช้าลดลง 46 % โดยในปีนี้เราพร้อมที่จะขยายจุดให้บริการไปรษณีย์ 12,000 แห่ง รวมจุดให้บริการเอกชนไม่ว่าจะเป็น Tesco Lotus ศรีสวัสดิ์ บางจาก CJ Express และสามารถติดตามพัสดุได้ผ่านบริการ LINE ในชื่อ @Thailandpost เพื่อให้ลูกค้าเกิดความสะดวกสบายเพิ่มมากขึ้น


ทั้งนี้ ไปรษณีย์ไทยยังได้ขยายเวลา “โปรคุ้ม EMS ลดทุกวัน” เพื่อลดค่าใช้จ่ายให้กับทุกภาคส่วน   ด้วยการมอบส่วนลดค่าส่งด่วน EMS สูงสุดกว่า 50% โดยฝากส่งสิ่งของในวันจันทร์ถึงวันเสาร์ราคาเริ่มต้นเพียง 25 บาท และวันอาทิตย์เริ่มต้นเพียง 19 บาท  คิดคำนวณแบบราคาเดียวทุกปลายทางทั่วไทย ไม่บวกเพิ่ม และไม่มีเก็บค่าขนส่งในพื้นที่ห่างไกล พร้อมนำจ่ายทุกวันไม่มีวันหยุด โดยผู้ใช้บริการสามารถรับส่วนลดดังกล่าวได้จนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2565 ครอบคลุมทุกที่ทำการฯ ทั่วประเทศ