2 ส.ค. 2565 139 0

เวียตเจ็ทเผยผลประกอบการณ์เป็นบวก ครึ่งแรกของปี 2565 คาดการเดินทางทั้งภายในประเทศเวียดนามและการท่องเที่ยวระหว่างประเทศฟื้นตัว

เวียตเจ็ทเผยผลประกอบการณ์เป็นบวก ครึ่งแรกของปี 2565 คาดการเดินทางทั้งภายในประเทศเวียดนามและการท่องเที่ยวระหว่างประเทศฟื้นตัว

บริษัท เวียตเจ็ท เอวิเอชั่น จอยท์สต็อค (VJC) ประเทศเวียดนาม รายงานผลประกอบการเป็นบวกในไตรมาส 2 และครึ่งแรกของปี 2565 ขณะที่ความต้องการการเดินทางทั้งภายในประเทศเวียดนามและการท่องเที่ยวระหว่างประเทศฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง

ในไตรมาส
2 ของปีนี้ รายได้รวมของการขนส่งทางอากาศของเวียตเจ็ท (เวียดนาม) อยู่ที่ 11,355 พันล้านดองเวียดนาม (ประมาณ 488 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 17,607 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 15% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 ในปี 2562 โดยมีกำไรหลังหักภาษีอยู่ที่ 36 พันล้านดองเวียดนาม (ประมาณ 1.54 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 55 ล้านบาท) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รายได้ภายในประเทศในไตรมาสที่ 2 เพิ่มขึ้นกว่า 30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2562 ด้วยบริการภายในประเทศ 53 รายการ

ทั้งนี้ รายรับรวมของเวียตเจ็ทอยู่ที่
11,590 พันล้านดองเวียดนาม (ประมาณ 499 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 18,000 ล้านบาท) และกำไรหลังจากหักภาษีรวมในไตรมาส 2 อยู่ที่ 181 พันล้านดองเวียดนาม (ประมาณ 7.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 281 ล้านบาท)  สำหรับผลประกอบการในช่วง 6 เดือนแรก รายได้ค่าขนส่งทางอากาศของสายการบินและรายได้รวมของบริษัทอยู่ที่ 14,696 พันล้านดองเวียดนาม (ประมาณ 532 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 1,886 ล้านบาท) และ 16,112 พันล้านดองเวียดนาม (ประมาณ 693 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 2,500 ล้านบาท) ตามลำดับ ซึ่งสูงกว่าช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 ในปี 2562

กำไรโดยรวมหลังหักภาษีของเวียตเจ็ทในช่วงครึ่งปีแรกมูลค่าสูงถึง
76 พันล้านดองเวียดนาม (ประมาณ 3.26 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 117 ล้านบาท) ในขณะที่กำไรรวมของบริษัทอยู่ที่ 426 พันล้านดอง (18.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 660 ล้านบาท)  ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา เวียตเจ็ทได้เพิ่มความถี่ในการให้บริการบนเส้นทางบินต่าง ๆ มากมาย เพื่อตอบสนองความต้องการการเดินทางที่เพิ่มสูงขึ้นภายหลังการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 เพื่อรองรับการฟื้นตัวของตลาดการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยให้บริการเที่ยวบินทั้งหมด 52,500 เที่ยว มีผู้โดยสารเดินทางด้วยอากาศยานกว่า 9 ล้านคน ตามลำดับ ซึ่งเพิ่มขึ้น 54% และ 92% ต่อปี และมีจำนวนเที่ยวบินเพิ่มขึ้น 8% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 ในปี 2562

ในช่วงไตรมาสที่
2 เวียตเจ็ทให้บริการ 33,000 เที่ยวบิน โดยมีผู้โดยสารร่วมเดินทางกว่า 6 ล้านคน ทั้งจำนวนเที่ยวบินและจำนวนผู้โดยสารนั้นสูงกว่าช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19  รวมถึงปริมาณการขนส่งสินค้าที่เพิ่มสูงขึ้นกว่า 11,000 ตัน  เวียตเจ็ทเดินหน้าขยายเส้นทางบินระหว่างประเทศเส้นทางใหม่ ๆ อย่างรวดเร็ว เพื่อส่งเสริมการก้าวเป็นผู้นำในตลาดทันทีที่น่านฟ้าของประเทศเวียดนามและต่างประเทศเปิดอีกครั้งภายหลังการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 ถือเป็นสายการบินบุกเบิกในการขยายเครือข่ายเส้นทางบินตรง 17 เส้นทาง เชื่อมต่อระหว่างเวียดนามและอินเดีย ซึ่งเป็นตลาดที่มีประชากรกว่า 1.4 พันล้านคน โดยเฉพาะในเดลี มุมไบ อาเมดาบัด ไฮเดอราบัด และบังกาลอร์ พร้อมกันนี้ เวียตเจ็ทยังเปิดให้บริการเส้นทางบินใหม่จากโฮจิมินห์และดานัง สู่ ปูซาน (ประเทศเกาหลีใต้) จากฮานอย สู่ นาโกย่าและฟุกุโอกะ (ประเทศญี่ปุ่น) เป็นต้น

นอกจากนี้ เพื่อเสริมทัพฝูงบินของเวียตเจ็ทซึ่งประกอบด้วยเครื่องบินแอร์บัส
A320 และ A321 เวียตเจ็ทได้รับมอบเครื่องบินแอร์บัส A330 รุ่นใหม่ ซึ่งมีความทันสมัยและมีลำตัวกว้างมาใช้งานเป็นครั้งแรก พร้อมด้วยเทคโนโลยีควบคุมเสียงรบกวน เพื่อประสบการณ์การบินที่ปลอดภัยและสะดวกสบายยิ่งขึ้นแก่ผู้โดยสาร  พร้อมกันนี้ เวียตเจ็ทเปิดตัวเว็บไซต์และแอปพลิเคชันบนมือถือใหม่ล่าสุด พร้อมบริการแพ็คเกจ “บินก่อน จ่ายทีหลัง เพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนลูกค้าผู้ประสบปัญหาทางการเงิน และบริการสกายฮอลลิเดย์ ให้บริการแพ็คเกจตั๋วเครื่องบินและที่พักในโรงแรมและรีสอร์ททั่วประเทศเวียดนาม

บริการ "บินก่อน จ่ายทีหลัง" ได้รับรางวัล
Best New Fintech Product 2022 จากนิตยสาร The Global Economics Times อันทรงเกียรติจากสหราชอาณาจักร ซึ่งได้รับการยกย่องไม่เพียงแค่การสนับสนุนทางการเงินเท่านั้น แต่ยังรวมถึงวัตถุประสงค์ของบริการซึ่งมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจและสังคมอีกด้วย  นอกจากนี้ เวียตเจ็ทสามารถรักษานโยบายแรงงานและเอื้ออำนวยหลักสูตรการฝึกอบรมหลายหลักสูตรแก่พนักงานทุกคน ในขณะที่หลายสายการบินประสบปัญหาการขาดแคลนแรงงานภายหลังการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19

สายการบินเวียตเจ็ท (
VJAA) ได้เปิดหลักสูตรมากกว่า 650 หลักสูตรสำหรับผู้เข้ารับการฝึกอบรมกว่า 15,000 คน อาทิ นักบิน ลูกเรือ ผู้จัดส่งเที่ยวบิน วิศวกรการบิน และเจ้าหน้าที่บริการภาคพื้นดิน ฯลฯ ได้ร่วมมือกับพันธมิตรรายใหญ่ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ เพื่อเริ่มโปรแกรมการฝึกนักบินเบื้องต้น  พร้อมกันนี้ เวียตเจ็ทได้รับการยกย่องให้เป็น 'สายการบินทรงคุณค่าแห่งปี' และ 'สายการบินราคาประหยัดที่ดีที่สุด 10 อันดับแรก' ประจำปี 2565 โดย AirlineRatings เว็บไซต์จัดอันดับที่มีชื่อเสียง

เวียตเจ็ทได้ผ่านการประเมินการรับรองความปลอดภัยจาก
ISO27001 อีกครั้งโดย TUV NOR ของเยอรมัน ซึ่งตรงตามเกณฑ์ทั้งหมดของการจัดการความปลอดภัยของ ISO27001:2013  ที่งานฟาร์นโบโรห์แอร์โชว์ ซึ่งจัดขึ้นในสหราชอาณาจักรเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เวียตเจ็ทบรรลุข้อตกลงกับบริษัทโบอิ้งในการปรับโครงสร้างการตกลงซื้อขาย ยืนยันความมุ่งมั่นของสายการบินในการซื้อเครื่องบินโบอิ้ง 737 จำนวน 200 ลำด้วยทุนระหว่างประเทศ ถือเป็นความร่วมมือของโบอิ้งและเวียตเจ็ทในการสนับสนุนการค้าทวิภาคีระหว่างเวียดนามและสหรัฐอเมริกา

แม้ว่ารายได้จะพุ่งทะยานในไตรมาสที่
2 และครึ่งหลังของปี 2565 แต่กำไรรวมหลังหักภาษีก็สูงถึง 426 พันล้านดองเวียดนาม หรือประมาณร้อยละ 85.2 ของเป้าหมายในช่วงครึ่งปีแรกของสายการบิน เนื่องจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น   อย่างไรก็ตาม เวียตเจ็ทได้ชำระเงินจำนวนทั้งสิ้น 2,300 พันล้านดองเวียดนาม (ประมาณ 99 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ให้กับรัฐบาล ซึ่งรวมภาษีและค่าธรรมเนียมทั้งทางตรงและทางอ้อมสำหรับครึ่งแรกของปี 2565 ผลการดำเนินงานเชิงบวกของสายการบินเวียตเจ็ทซึ่งนำหน้าสายการบินอื่น ๆ มีส่วนทำให้รายได้สนามบินพุ่งสูงขึ้น รวมถึงสร้างรายได้แก่ผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้องในครึ่งหลังของปี 2565

เวียตเจ็ทมุ่งมั่นดำเนินตามมาตรการจัดการลดต้นทุนที่เข้มงวดต่อไป พร้อมผลักดันโครงการด้านดิจิทัลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน นอกจากนี้ เวียตเจ็ทยังใช้ประโยชน์จากนโยบายสนับสนุนจากรัฐบาล ซึ่งรวมถึงการยกเว้นค่าธรรมเนียมการนำอากาศยานขึ้นและลงจอด
50% และลดภาษีการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมสำหรับน้ำมันที่ใช้กับอากาศยานลงเหลือ 1,000 ดองเวียดนาม (ประมาณ 4 เซ็นต์สหรัฐ) ต่อถัง เวียตเจ็ทตั้งเป้าที่จะเร่งการฟื้นตัวภายหลังการระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 และในไตรมาสเหลือของปี 2565 โดยความร่วมมือจากท้องถิ่นและประชากรภายในประเทศเพื่อก้าวเข้าสู่การปรับตัวเพื่อการพัฒนาและบูรณาการ