31 ม.ค. 2565 576 16

ครั้งแรกในอาเซียน เออาร์วี จับมือ ไอบีเอ็ม ยกระดับการยืนยันตัวตนองค์กรด้วยระบบดิจิทัล เปิดตัวแพลตฟอร์ม National Digital Corporate Identity (NCID) เต็มรูปแบบ

ครั้งแรกในอาเซียน เออาร์วี จับมือ ไอบีเอ็ม ยกระดับการยืนยันตัวตนองค์กรด้วยระบบดิจิทัล เปิดตัวแพลตฟอร์ม National Digital Corporate Identity (NCID) เต็มรูปแบบ

เอไอ แอนด์ โรโบติกส์ เวนเจอร์ส (เออาร์วี)บริษัทด้านปัญญาประดิษฐ์และหุ่นยนต์ในเครือ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. เปิดตัวแพลตฟอร์ม National Digital Corporate Identity (NCID) หรือระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนผ่านบล็อกเชน ที่ร่วมพัฒนากับ IBM Consulting 

 

แพลตฟอร์มพิสูจน์และยืนยันตัวตนดังกล่าวจะช่วยให้องค์กรและธนาคารไทยดำเนินกระบวนการ KYC ได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็วมากขึ้น จากรูปแบบการดำเนินการในปัจจุบันที่เกี่ยวข้องกับเอกสารจำนวนมาก ส่งผลให้ใช้เวลาในการดำเนินการมากกว่าหนึ่งเดือน เมื่อนำระบบดิจิทัลเต็มรูปแบบเข้ามาช่วย ทำให้ใช้เวลาเพียงไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ ซึ่งจะลดความยุ่งยากในการดำเนินการ และเพิ่มโอกาสในการดำเนินธุรกิจระหว่างนิติบุคคลและธนาคารพาณิชย์ได้มากขึ้น 

 

แพลตฟอร์ม NCID เป็นระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลระบบแรกในอาเซียน (ASEAN) โดยใช้มาตรฐาน Self-Sovereign Identity บนบล็อกเชนสาธารณะ (Public Blockchain) และการเข้ารหัสกุญแจที่มีความปลอดภัยตามมาตรฐานที่กำหนดโดยสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ระบบ NCID ถูกพัฒนาขึ้นบน IBM Cloud และ Red Hat OpenShift ที่ได้รับการรับรองความปลอดภัย FIPS 140-2 ระดับ 4 ซึ่งเป็นมาตรฐานสูงสุดในอุตสาหกรรม ผสานหลักการ Keep-Your-Own-Key ที่รองรับการพัฒนาต่อยอดและขยายการใช้งานในอนาคต

 

วันนี้ถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับทุกฝ่าย ทั้งหน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานที่กำกับดูแล ธนาคารคู่ค้า ตลอดจน  ปตท.สผ. ที่ได้ร่วมมือกันในการศึกษาและแก้ไขปัญหาที่ท้าทายของกระบวนการพิสูจน์ และยืนยันตัวตนนิติบุคคลในการทำธุรกรรม หรือ onboard process ด้วยเทคโนโลยี Web3สินธู ศตวิริยะ Head of Ventures บริษัท เอไอ แอนด์ โรโบติกส์ เวนเจอร์ส จำกัด กล่าว


"จากการร่วมมือกับไอบีเอ็ม เราได้สร้างแพลตฟอร์มที่ปลอดภัยซึ่งจะช่วยทำลายข้อจำกัดและสร้างโอกาสมากมายจากธุรกรรมดิจิทัลระหว่างนิติบุคคลและธนาคารพาณิชย์ เราเชื่อว่าแพลตฟอร์มและระบบที่รองรับนี้จะช่วยให้นิติบุคคลในประเทศไทยสามารถเข้าถึงธุรกรรมการเงินดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งถือเป็นมิติใหม่ของระบบนิเวศทางธุรกิจและภาคการเงินในอนาคตอันใกล้ ทั้งยังสอดคล้องกับภารกิจ Smart Financial Infrastructure ที่นำร่องโดยกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทยในปัจจุบัน

 

ไอบีเอ็มภูมิใจที่ได้นำเทคโนโลยีขั้นสูง ความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมที่เป็นที่ยอมรับ รวมถึงระบบโครงสร้างพื้นฐานไฮบริดคลาวด์ เข้าช่วยเออาร์วีในการสร้างและนำระบบ Digital ID นี้ สู่การใช้งานจริงในที่สุด” นายสวัสดิ์ อัศดารณ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ไอบีเอ็ม ประเทศไทย และ Managing Partner ของไอบีเอ็ม คอนซัลติง กล่าว


แพลตฟอร์ม Digital ID บนบล็อกเชนนี้ จะผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เพราะไม่เพียงแต่ระบบจะช่วยลดเวลาในการดำเนินงานลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ยังนำไปสู่การสร้างมาตรฐานกระบวนการพิสูจน์และยืนยันตัวตนสำหรับธนาคารต่างๆ ในประเทศไทย และสนับสนุนการมุ่งหน้าสู่ระบบโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลครบวงจรในประเทศของเรา”

 

ทั้งนี้ จะมีการเริ่มใช้งานระบบ NCID จริงเป็นครั้งแรกในอาเซียน บน Joint Sandbox ที่ก่อตั้งขึ้นโดยสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์และธนาคารแห่งประเทศไทย ในช่วงต้นปี 2565 นี้ และจะเริ่มใช้งานเป็นที่แรกโดย ปตท.สผ. และธนาคารคู่ค้า ในกระบวนการ KYCเพื่อการดำเนินธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับบริหารเงินและบัญชีธนาคาร

 

ในฐานะผู้ที่มีส่วนสำคัญในการริเริ่มและสร้างแพลตฟอร์ม ปตท.สผ. จะร่วมมือกับธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ และธนาคารคู่ค้ากว่า 11 แห่ง เพื่อนำร่องใช้งานแพลตฟอร์มนี้ผ่านทาง เออาร์วี

 

 

เกี่ยวกับ ARV: 
บริษัท เอไอ แอนด์ โรโบติกส์ เวนเจอร์ส จํากัด (เออาร์วีเป็นบริษัทในเครือ บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. ที่มุ่งเน้นการสร้างธุรกิจใหม่โดยใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และหุ่นยนต์เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและต่อยอดโอกาสในการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในภาคธุรกิจรายย่อยและภาคอุตสาหกรรม ด้วยนวัตกรรม การวิจัยพัฒนารวมถึงความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อสร้างคุณค่าให้กับระบบนิเวศในพื้นที่ปฏิบัติการ


 

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.arv.co.th



 

เกี่ยวกับ IBM:

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับไอบีเอ็ม ได้ที่ https://www.ibm.com