WiGig มาตราฐานใหม่ของ Ultra-Fast Wi-Fi แรงกว่าเดิม เร่งสปีดความเร็วเน็ตในปี 2017

เตรียมตัวให้พร้อม กับความเร็ว Wi-Fi มาตรฐานใหม่ (ตอนนี้อุปกรณ์ต่างๆรองรับ Wi-Fi AC)
โดยทาง WiFi Alliance ผู้คลอดมาตรฐาน Wi-Fi ได้กำหนดมาตรฐาน certified "WiGig" เป็นไวไฟแบบ ultra-fast เป็นเทคโนโลยีคลื่นสั้น ที่ให้ความเร็ว แรงกว่า Wi-Fi ปัจจุบัน

อุปกรณ์เยอะแยะมากมายกว่า 180 ล้านอุปกรณ์ ทั้งเร้าเตอร์ สมาร์ทโฟน แล็บท็อป แท็บเล็ต และอุปกรณ์อื่นๆ ต่างก็ต้องเตรียมพร้อมต้อนรับมาตรฐาน WiGig หรือมาตรฐาน multi-gigabit Wi-Fi 802.11ad บนความถี่ย่าน 60 GHz (Gigahertz)

ตอนนี้อุปกรณ์รุ่นล่าสุดทั้ง Surface Studio, Macbook Pro ยังรองรับ Wi-Fi 802.11ac แต่ปีหน้า 2017 เราจะได้เห็นความเปลี่ยนแปลง โดยมาตรฐานกำหนดไว้ว่าผลิตภัณฑ์ฮาร์ดแวร์ไม่ใช่แค่รองรับ 60 GHz แต่ยังต้องรองรับมาตรฐานเดิม Wi-Fi – 2.4 หรือ 5GHz ด้วย

ถ้าใครติดตามมาตรฐาน Wi-Fi มาโดยตลอด จะเห็นว่ามีการพัฒนามาตลอด 15 ปี และสำหรับ WiGig ให้ประสิทธิภาพในการใช้งานที่แรงกว่า ไวกว่า เหนือกว่า Wi-Fi ที่เราเคยใช้งาน นี่คือคำพูดของ Edgar Figueroa, CEO ของ Wi-Fi Alliance

สำหรับมาตรฐาน WiGig นั้นรองรับการกระจายสัญญาณย่าน 60 GHz ให้สปีดหรือความเร็วในการถ่ายโอนข้อมูลสูงถึง 8 Gbps หรือเกือบๆ 1GB ต่อวินาทีในระยะ 33 ฟุต (10 เมตร) อย่างที่เรารู้กันแหล่ะว่า ระยะทาง ระยะห่างของ เร้าเตอร์ ตัวกระจายสัญญาณ Wi-Fi มีผลกับความเร็วในการส่งผ่านข้อมูล เอาแค่ 8 Gbps นี่ก็คือว่าไวกว่า 802.11ac ถึง 3 เท่าแล้ว

การขยับตัวของเทคโนโลยีนี้ ช่วยในเรื่องการโหลดหนัง HD ในเวลาไม่กี่วินาที และนำไปสู่การใช้งาร wireless VR และ AR headsets ด้วย เพราะไร้สายต้องเร็วมากพอ

ท้ายที่สุด แม้จะเป็นเทคโนโลยี แต่อุปกรณ์ปลายทางจะต้องรองรับ WiGig ด้วยเช่นกัน แน่นอนว่ามี Intel, Qualcomm และ Dell ร่วมพัฒนาในตอนนี้ แค่เห็น Qualcomm เราก็ชื่นใจได้แล้วว่ามีอุปกรณ์ที่รองรับแหล่ะ

สำหรับผลิตภัณฑ์แรกที่รองรับ certified WiGig คือ Dell Latitude 7450 และ 7470 และอุปกรณ์อื่นๆจะต้องรองรับตามมาทั้งเร้าเตอร์ แท็บเล็ต โน้ตบุ๊ก สมาร์ทโฟน และอื่นๆ

ส่วนเร้าเตอร์นั้น Intel และ Qualcomm ผ่านมาตรฐานนี้ กับ certified router solutions แต่ Samsung มีผลิตภัณฑ์แล้วแต่ยัง uncertified WiGig hardware อยู่ เอาเป็นว่า เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับ WiGig ในปี 2017 จาก Wi-Fi Alliance อย่างน้อยๆก็ผลิตภัณฑ์ที่เปิดตัวในปีหน้า

ที่มา thehackernews.com

มีคลิป Demo ที่ทีมงาน adslthailand.com ไปดูงาน WMC2016 ที่ Barcelona ประเทศสเปน มาฝากครับ

Share this Article:

ADVERTISMENT