ทัศนะของบิล เกตส์ : หุ่นยนต์ที่ทำงานแทนมนุษย์ควรเสียภาษี

บิล เกตส์ ผู้ก่อตั้งไมโครซอฟต์ หนึ่งในผู้นำนวัตรกรรมด้าน AI ได้ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว Quartz ถึงการเปลี่ยนแปลงในวงการอุตสาหกรรมที่มีการนำหุ่นยนต์หรือระบบ Automation เข้ามาทำงานแทนที่มนุษย์ไว้อย่างน่าสนใจด้วยแนวคิดที่ว่าหุ่นยนต์ที่ทำงานแทนมนุษย์ได้ควรเสียภาษี

สรุปจากวีดิโอได้คร่าวๆ ดังนี้ค่ะ 

ในปัจจุบัน ถ้าพนักงานในโรงงานทำเงินได้ 50,000 ดอลลาร์จะถูกเรียกเก็บภาษี ถ้านำหุ่นยนต์มาทำงานในรูปแบบเดียวกัน คุณคิดไหมว่าเราควรจะเก็บภาษีหุ่นยนต์ในระดับเดียวกันด้วย?  สิ่งที่โลกต้องการคือการใช้โอกาสนี้ ปล่อยให้หุ่นยนต์ผลิตสินค้าและบริการที่มีอยู่ แล้วปล่อยแรงงานมนุษย์ให้เป็นอิสระเพื่อให้พวกเขาสามารถออกไปประกอบอาชีพที่ดีกว่านี้ เช่นการออกไปช่วยเหลือผู้สูงอายุ หรือการทำให้ห้องเรียนมีขนาดเล็กลงในการออกไปช่วยเหลือเด็กๆ ที่มีความต้องการที่พิเศษ ซึ่งงานเหล่านี้ยังเป็นงานที่ต้องใช้ความรู้สึกและความเข้าใจของมนุษย์ในระดับที่หุ่นยนต์ไม่สามารถทดแทนได้ ซึ่งเรายังแคลนบุคลากรอีกมากในงานลักษณะนี้ที่ต้องออกไปช่วยเหลือผู้คน ซึ่งถ้าเราสามารถนำคนที่ถูกทดแทนด้วยเครื่องจักรที่ทำงานได้อย่างอัตโนมัติมาฝึกอบรมให้สามารถทำงานเหล่านี้ได้จะเป็นประโยชน์อย่างมาก ซึ่งเงินทุนสำหรับการจ้างงานในลักษณะนี้อาจมาในรูปแบบของการเก็บภาษีจากหุ่นยนต์

ฟังดูแล้วเป็นแนวคิดที่น่าสนใจมากค่ะ แนวคิดนี้จะช่วยชะลอการนำหุ่นยนต์เข้าไปใช้ในอุตสาหกรรมให้เป็นไปอย่างค่อยๆ เป็นค่อยๆไปอีกทั้งยังสามารถระดมทุนเพื่อที่จะทำให้เกิดการจ้างงานสวัสดิการสังคมในรูปแบบอื่นที่ยังขาดแคลนและจำเป็นต้องใช้มนุษย์ในการให้บริการ เช่นการสอนหนังสือเด็กหรือช่วยเหลือผู้สูงอายุที่มีมากขึ้นเนื่องจากโลกกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุค่ะ

แต่ก็ยังมีเสียงค้านจากทัศนะของชาวเน็ตว่าการเก็บภาษีจากหุ่นยนต์ดูจะไม่เป็นธรรมเท่าไหร่นักเพราะหุ่นยนต์ไม่ได้รับสวัสดิการทางสังคมอะไรเลยจากภาษีที่เสียไป ถ้ามนุษย์ต้องไปโรงพยาบาลเวลาป่วยไข้และได้ใช้สิทธิในการรักษาจากเงินภาษีแล้วหุ่นยนต์ล่ะจะได้รับสิทธิอะไรจากภาษีที่เสียไป?

แนวคิดที่สามารถนำไปใช้ได้จริงอาจเป็นการตั้งกำแพงภาษีเพิ่มขึ้นในการจัดซื้อหรือการติดตั้งหุ่นยนต์ในโรงงานที่สามารถทำงานได้แทนมนุษย์แล้วนำส่วนต่างพิเศษที่เพิ่มขึ้นมาเข้าไปในกองทุนสำหรับงานด้านการบริการสังคมเป็นต้น

แต่ทั้งหมดที่ว่ามายังเป็นเพียงแค่แนวคิดเท่านั้นค่ะ ในความเป็นจริงนั้น ผู้ประกอบการพร้อมที่จะอ้าแขนตอบรับเทคโนโลยีอะไรก็ได้ที่เพิ่มประสิทธิภาพ ประสิทธิผลและลดต้นทุนในการผลิต อะไรก็ได้ค่ะที่ไม่ใช่สหภาพแรงงานที่พร้อมจะออกไปโวยวายเวลาได้รับโบนัสน้อยกว่าที่ตั้งเป้าหรืองอแงนัดกันหยุดงานขอเพิ่มค่าแรง เมื่อเทียบกันในสายตาผู้ประกอบการแล้ว หุ่นยนต์น่ารักกว่ามากค่ะ

ต้องยอมรับว่าการมาของระบบ Automation ต่างๆ อาจเป็นการปฏิวิติอุตสาหกรรมครั้งใหม่ที่เป็นงานท้าทายของรัฐบาลต้องเตรียมรับมือกับแรงงานจำนวนมหาศาลที่กำลังจะตกงานเพราะจักรกลที่สามารถทำงานแทนได้ เราจะทำอย่างไรให้พวกเขาออกไปทำงานที่ต้องใช้ทักษะสูงขึ้นและไม่สามารถทดแทนด้วยหุ่นยนต์ได้ เราจะรับมือการทำการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอนนี้อย่างไรโดยให้ทุกคนได้รับประโยชน์และอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบ

เราคงไม่อยากเห็นภาพหนุ่มสาวโรงงานรวมตัวกันเข้าไปทำลายเครื่องจักรที่แย่งอาชีพพวกเขากันใช่ไหมคะ เคยได้ยินเกี่ยวกับพวก Luddite ซึ่งเป็นพนักงานทอผ้าที่รวมตัวประท้วงและทำลายเครื่องทอผ้าในอดีตช่วงที่เราจะนำเครื่องจักรทอผ้าเข้ามาแทนมนุษย์กันไหมคะ?

Share this Article:

ADVERTISMENT