ทรูมูฟเอช ออกแถลงการณ์ น้อมรับคำสั่ง กสทช. ยืนยันร่วมดูแลลูกค้าและยกระดับความปลอดภัยข้อมูล

ล่าสุด ทรูมูฟ เอช ออกแถลงการด่วน เผยน้อมรับคำสั่งกสทช.  ยืนยันร่วมดูแลลูกค้าที่ได้รับผลกระทบพร้อมยกระดับมาตรการป้องกันและรักษาความปลอดภัยข้อมูล  จากกรณีที่มีการเข้าถึงข้อมูลสำเนาบัตรประชาชนของลูกค้า ทรูมูฟ เอช จำนวน 11,400 ราย ที่เปิดเบอร์พร้อมซื้อเครื่องมือถือ ผ่าน iTruemart  ซึ่งเป็นหนึ่งในช่องทางจัดจำหน่ายออนไลน์ของทรูมูฟ เอช  

ต่อมา กสทช.ได้มีหนังสือให้ ทรูมูฟ เอช  ปฏิบัติตามประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง มาตรการคุ้มครองสิทธิของผู้ใช้บริการโทรคมนาคมเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล สิทธิในความเป็นส่วนตัว และเสรีภาพในการสื่อสารถึงกันโดยทางโทรคมนาคม นั้น บริษัทฯ ยินดีปฏิบัติตามประกาศข้างต้น และขอรับรองว่า บริษัทฯ ได้ปฏิบัติตามมาตรการดังกล่าวอย่างเคร่งครัดมาโดยตลอด และเป็นสิ่งที่บริษัทให้ความสำคัญเป็นอย่างสูง 

 

สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในกรณีของ iTruemart นั้น บริษัทฯ ต้องขออภัยเป็นอย่างสูงที่ทำให้ลูกค้ามีความกังวลในเรื่องความปลอดภัยของข้อมูล และไม่ได้นิ่งนอนใจกับเหตุดังกล่าว โดยได้ขอความร่วมมือไปยัง iTruemart ซึ่งได้ดำเนินการปิดกั้นการเข้าถึงข้อมูลของลูกค้าทั้งหมดแล้ว ให้ลงบันทึกประจำวันเป็นหลักฐานต่อหน่วยงานราชการ พร้อมส่ง SMS แจ้งลูกค้าที่อาจได้รับผลกระทบ และเปิดให้สอบถามผ่าน Call Center โดยไม่มีค่าใช้จ่ายที่หมายเลข 1242 ตลอด 24 ชั่วโมง รวมทั้ง ทรูมูฟ  เอช ยินดีที่จะดูแลและเยียวยาความเสียหายร่วมกับ iTruemart ให้แก่ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

 

บริษัทฯ  ขอยืนยันว่า เหตุการณ์นี้ไม่กระทบต่อลูกค้าทรูมูฟ  เอช โดยรวมแต่อย่างใด  เนื่องจากข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า ทรูมูฟ เอชทั้งหมดมีการจัดเก็บโดยใช้ระบบที่ตั้งอยู่ในศูนย์คอมพิวเตอร์ภายในของบริษัทฯ เอง  ซึ่งเป็นระบบที่มีมาตรการป้องกันและรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลอย่างแน่นหนา และมีการจัดการภายในองค์กรที่เป็นไปตามประกาศมาตรการคุ้มครองสิทธิ   อีกทั้งมีมาตรการที่ใช้บังคับภายในด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล  และบริษัทฯ ได้มีการดำเนินการเพื่อตรวจสอบระบบเป็นประจำ เพื่อเป็นหลักประกันว่าข้อมูลส่วนบุคคลที่อยู่ภายใต้การควบคุมภายในของบริษัทฯ จะมีความมั่นคงและปลอดจากภัยคุกคามต่างๆ  รวมทั้งจะมีการจ้างบริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้ระดับโลกเข้ามาเสริมทีม เพื่อเพิ่มความมั่นใจในมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลให้มากยิ่งขึ้น

 

นอกจากนี้ ทรูมูฟ เอช จะมีการดำเนินการร่วมกับ iTruemart ซึ่งเป็นหนึ่งในช่องทางการจัดจำหน่ายของบริษัทฯ รวมถึงเพื่อนคู่ค้า (Partner) รายอื่นๆ เพื่อร่วมกันพัฒนามาตรการป้องกันและยกระดับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล ให้เหมาะสมกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับการพัฒนาทางเทคโนโลยี 




ก่อนหน้านี้ วันที่ 18 เมษายน 2561 คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ อาศัยอำนาจตามมาตรา 64 แห่ง พ.ร.บ.การประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 มีคำสั่งให้ บริษัทฯ ระงับการกระทำที่ฝ่าฝืน แก้ไขปรับปรุง และปฏิบัติให้ถูกต้องเหมาะสม ในเรื่องดังต่อไปนี้

 
1. จัดให้มีมาตรการป้องกันและรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลทั้งทางด้านเทคนิคและการจัดการภายในองค์กรในรูปแบบที่เหมาะสมกับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดยอย่างน้อยต้องปรับระดับรักษาความปลอดภัยให้เหมาะสมกับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นตามการพัฒนาทางเทคโนโลยี และให้มีการตรวจสอบระบบการรักษาความปลอดภัยจากผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยของข้อมูล
 
2. จัดให้มีช่องทางการตรวจสอบจากประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบ โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
3. ให้ บริษัท เรียล มูฟ จำกัด รับผิดชอบและเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อผู้ใช้บริการที่ได้รับผลกระทบ ทั้งความเสียหายที่เกิดขึ้นในทางแพ่งและทางอาญา
 
4. ให้รายงานผลการดำเนินการตามคำสั่งตามข้อ 1. 2. และ 3. มายังสำนักงาน กสทช. ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือฉบับนี้ และรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามคำสั่งนี้เป็นระยะๆ ทุก 15 วัน
 
หากบริษัท เรียล มูฟ จำกัด ไม่ดำเนินการตามคำสั่งนี้ เลขาธิการ กสทช. จะใช้มาตรการบังคับทางปกครองกำหนดค่าปรับทางปกครองตามกฎหมายไม่ต่ำกว่าสองหมื่นบาทต่อวัน ตามมาตรา 66 แห่งพ.ร.บ.การประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 ทั้งนี้ บริษัท เรียล มูฟ จำกัด มีสิทธิโต้แย้งคำสั่ง ดังกล่าวได้โดยยื่นอุทธรณ์ต่อ กสทช. ภายในระยะเวลา 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือฉบับนี้ ตามมาตรา 65 แห่งพ.ร.บ.การประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544


ข้อมูลข่าวก่อนหน้า : iTrueMart ชี้แจงกรณีหลุดข้อมูลภาพถ่ายบัตรประชาชนลงทะเบียนซิมลูกค้า TrueMove H ในเว็บไซต์ บน Amazon S3 http://bit.ly/2HNr8h3

 

Share this Article: