Telkomsel เตรียมให้บริการ 4.5G พร้อมกัน 2 ระบบ เร็ว 1 Gbps รองรับ Asian Games 2018

ล่าสุดเครือข่าย Telkomsel (Singtel ผู้ถือหุ้นใหญ่ ทั้ง Telkomsel และ AIS ประเทศไทย) เตรียมเครือข่ายการให้บริการ 4.5G เพื่อให้บริการในระหว่างการแข่งขัน Asian Games 2018 ซึ่งการแข่งขันกีฬาที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย จัดขึ้นวันที่ 18 สิงหาคม - 2 กันยายน พ.ศ. 2561 ที่กรุงจาการ์ตาและปาเลมบัง

 
Telkomsel ได้เร่งติดตั้งอุปกรณ์ 4.5G LTE ทั้งระบบ FDD และ TDD ให้รองรับความเร็วที่ 1 Gbps กับปริมาณผู้คนใช้งานพร้อมๆกันทั้งคนคนอินโดนีเซียและชาวต่างประเทศ โดยเน้นการนำ Multiple-Multiple Input Multiple Input (MIMO) แบบ Time Division Duplexing (TDD) เพื่อรองรับการสตรีมวิดีโอบริเวณพื้นที่จัดการแข่งขัน เช่น สนามกีฬาแห่งชาติ
 
ซึ่ง Telkomsel นำความถี่ 2300 MHz จำนวน 30 MHz มาให้บริการ 4G LTE Multi-Band หลายร้อยสถานี ใช้ Base Transceiver Station (BTS) 4G เพื่อขยายสัญญาณการรับส่งข้อมูลเพื่อเพิ่มความสามารถการให้บริการและคุณภาพบริการของ 4G LTE ทำให้สามารถให้บริการทั่วพื้นที่การแข่งขันให้บริการมากกว่า 90% เป็นที่เรียบร้อย



ระบบ FDD ใช้คลื่นความถี่ 2.1 GHz มีจำนวน 15 MHz, ความถี่ 1.8 GHz มีจำนวน 22.5 MHz bandwidth, ความถี่ 900 MHz มีจำนวน 7.5 MHz , ความถี่ 800 MHz มีจำนวน 7.5 MHz เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ครอบคลุมพื้นที่การแข่งขัน 100 %
 
หากอยู่ในพื้นที่ให้บริการทั้ง FDD และ TDD และอุปกรณ์ของผู้ใช้งานรองรับ ทาง Telkomsel จะทำการ dual-carrier 4G เพื่อให้อินเตอร์เน็ตสามารถทำความเร็วขั้นต่ำ 259 Mbps แม้มีปริมาณคนใช้งานพร้อมกันเป็นจำนวนมาก



ทั้งนี้ ผู้ให้บริการเครือข่ายเชื่อว่าลูกค้าหลายรายสามารถใช้บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงสุดที่ 960 MHz ซึ่งเป็นความเร็วใกล้เคียงกับการให้บริการ 5G
 
Telkomsel ติดตั้งอุปกรณ์ 4.5G แบ่งเป็น 3 จุด ดังต่อไปนี้
 
1. สนามการแข่งขัน 51 แห่ง โดยเฉพาะ สนามกีฬาหลัก Bung Karno Main Park (GBK) และ Harupat Bandung Starling และ Jakabaring Stadium Palembang
 
2. สถานที่ 59 แห่ง โดยเฉพาะ ศูนย์ผู้สื่อข่าว บ้านพักนักกีฬา และสถานที่เชียร์นอกสนามกีฬา
 
3. สถานที่ 65 แห่ง กับพื้นที่สาธารณะต่างๆ เช่น สนามบินและศูนย์การค้าอื่น ๆ



ส่วนกรณีรัฐบาลอินโดนีเซียยังแต่งตั้งให้ Telkomsel ให้บริการ 5G เพื่อแสดงความสามารถทางอินเตอร์เน็ตของประเทศที่ล้ำหน้าไม่แพ้ชาติใดๆ ซึ่งทางโครงข่ายได้ขออนุญาตให้บริการ 5G อย่างไม่เป็นทางการ ทำความเร็วได้เกิน 1 Gbps และในความเป็นจริงความเร็วสูงสุดถึง 20 Gbps เพื่อรองรับอุปกรณ์ IoT แต่ยังไม่เปิดใช้งานเชิงพาณิชย์ เนื่องจากยังไม่มีอุปกรณ์จำหน่ายแพร่หลาย และตัวคลื่น 3.5 GHz ยังคงใช้งานในกิจการดาวเทียม ส่วนคลื่น 28GHz คุณภาพจะต่ำลงเพราะถ้าหากฝนตกอีกด้วย
Share this Article:

ADVERTISMENT