TDRI เผยธุรกิจไทยใช้ซอฟท์แวร์ลดต้นทุนในยุคดิจิทัล เพิ่มกำไรหลายร้อยล้านบาท

SIPA ร่วมกับ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ TDRI ได้ทำการศึกษากรณีศึกษาการใช้ซอฟต์แวร์ของภาคธุรกิจในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวปฏิบัติเชิงยุทธศาสตร์ของการใช้ซอฟต์แวร์เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการได้ ตลอดจนช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs หันมาใช้ซอฟต์แวร์และเห็นประโยชน์ของการใช้ซอฟต์แวร์ให้มากขึ้น ผ่านการประชาสัมพันธ์และนำเสนอกรณีตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ธุรกิจที่ยังไม่ได้ใช้ซอฟต์แวร์
 
ทั้งนี้ จากผลการศึกษา พบว่า ในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล ธุรกิจไทยได้มีการนำซอฟต์แวร์และเทคโนโลยีดิจิทัลไปใช้ประโยชน์ในหลากหลายธุรกิจ ทั้งในแง่ของการเพิ่มผลิตภาพ/ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ เพิ่มรายได้ และลดต้นทุน  ดังนั้น ภาครัฐควรมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการใช้ซอฟต์แวร์ในธุรกิจไทยโดยเฉพาะ SMEs  ซึ่งได้พบว่าธุรกิจไทยส่วนใหญ่ โดยเฉพาะ SMEs ยังขาดความตระหนักในเรื่องประโยชน์ที่ได้จากซอฟต์แวร์ นอกจากนี้ ยังมีการสะท้อนความต้องการสนับสนุนมาถึงภาครัฐ ให้มีการสนับสนุนผู้ผลิตซอฟต์แวร์ไทยกลุ่มสตาร์ทอัพ ให้มีจำนวนมากขึ้น โดยภาครัฐอาจใช้มาตรการจูงใจด้านการเงิน เช่น การให้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ หรือมาตรการทางภาษี
 
 
ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานทีดีอาร์ไอ กล่าวว่า ได้เริ่มศึกษาและวิจัยตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ถึงเดือน ตุลาคม ซึ่งทำการศึกษาผ่านการทบทวนวรรณกรรม ทั้งจากวารสารวิชาการและวารสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น วารสารด้านการตลาด และวารสารด้านเทคโนโลยี และการสัมภาษณ์เชิงลึกจากธุรกิจและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยในการสัมภาษณ์เชิงลึกนี้ได้สัมภาษณ์ผู้ใช้บริการซอฟต์แวร์จำนวนทั้งสิ้น กรณีศึกษาและเจาะกลุ่มตัวอย่างในหลากหลายธุรกิจ ดังต่อไปนี้

ด้านธุรกิจบริการท่องเที่ยวและโรงแรม 

โรงแรมคอลัมน์ แบงค็อกมีรายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 38.4 ล้านบาทต่อปี จากการมีระบบจองห้องพักออนไลน์และมีข้อมูลในการวางแผนการตลาด รวมทั้งประหยัดค่าใช้จ่ายในการจ้างพนักงาน 0.4 ล้านบาทต่อปี นอกจากนี้ ยังสามารถลดขั้นตอนตรวจสอบด้านบัญชีและการเงิน เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของฝ่ายต่าง ๆ และเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการแก่ลูกค้า ขณะที่มีต้นทุนการใช้ซอฟต์แวร์และบุคลากร IT เฉลี่ยประมาณ 1.7 ล้านบาทต่อปี

ด้านธุรกิจบริการขนส่งธุรกิจแท็กซี่

บริษัทออลไทยแท็กซี่ ซึ่งพัฒนาซอฟต์แวร์ขึ้นมาใช้เองเพื่อแก้ปัญหาด้านประสิทธิภาพและคุณภาพของแท็กซี่ จนทำให้สามารถเพิ่มเวลาให้บริการได้มากกว่า 42.8% เมื่อเทียบกับรถแท็กซี่ทั่วไป หรือคิดเป็นรายได้ที่เพิ่มขึ้นกว่า 900 บาทต่อคันต่อวัน นอกจากนี้ ผู้โดยสารได้รับบริการที่ดีขึ้นด้วย ทั้งในด้านความปลอดภัยและความตรงไปตรงมา ขณะที่มีต้นทุนการใช้ซอฟต์แวร์และบุคลากรด้านไอที เฉลี่ยประมาณ 162 บาทต่อคันต่อวัน

ด้านธุรกิจบริการรับเหมาก่อสร้าง
 
บริษัท ศุภกร วิศณุศิลป์ นำซอฟต์แวร์บิลค์ (builk) ซึ่งคิดค้นโดยคนไทย และเปิดให้ใช้งานฟรีมาใช้ในกิจการ จนทำให้สามารถลดต้นทุนค่าวัสดุก่อสร้างได้มากกว่า 2% ต่อโครงการ และลดค่าบริหารจัดการ (overhead cost) ได้ประมาณ 0.8% ต่อโครงการ เนื่องจาก ซอฟต์แวร์ช่วยให้บริหารจัดการโครงการให้เสร็จเร็วกว่าแผน 39% 

ด้านธุรกิจบริการรักษาความปลอดภัย

บริษัท เอเชีย ซิเคียวริตี้ เมเนจเม้นท์ จำกัด นำซอฟต์แวร์มาใช้ในการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล จนทำให้บริษัทสามารถบริหารจัดการจ่ายค่าตอบแทนพนักงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและลดการจ่ายค่าจ้างผิดพลาดได้โดยเฉลี่ย 83.4 ล้านบาทต่อปี อีกทั้งลดจำนวนบุคลากรฝ่ายบุคคลและฝ่ายบัญชีได้ 20 ตำแหน่ง นอกจากนี้ ยังช่วยเพิ่มคุณภาพการบริการได้ดีขึ้น เนื่องจาก การรายงานข้อมูลแบบ real time ทำให้บริษัทสามารถจัดการกับสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างทันท่วงทีมากขึ้น ขณะที่มีต้นทุนการใช้ซอฟต์แวร์และบุคลากร IT เฉลี่ยปีละประมาณ 6.7 ล้านบาท

ด้านธุรกิจผลิตสิ่งพิมพ์ธุรกิจสิ่งพิมพ์

กลุ่มบริษัทศิริวัฒนา ที่มีการพัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อแก้ไขปัญหาสำคัญซึ่งส่งผลต่อประสิทธิภาพในกระบวนการผลิต และการบริหารจัดการภายในองค์กรนทำให้สามารถมียอดขายเพิ่มขึ้นมากกว่า เท่าในเวลา ปี ลดต้นทุนการจัดเก็บวัตถุดิบได้ 165 ล้านบาทต่อปี และมีกำไรเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 200 ล้านบาทต่อปี ขณะที่มีต้นทุนการใช้ซอฟต์แวร์และบุคลากรด้านไอทีเฉลี่ยปีละประมาณ ล้านบาท

Share this Article: