เราพร้อมมั้ย? กับเน็ตบ้าน 1Gbps!!!

จากสภาพการแข่งขันด้านค่าบริการบรอดแบนด์อินเตอร์เน็ต โดยเฉพาะหลังจากการเริ่มให้บริการอินเตอร์เน็ตประเภทบุคคลทั่วไปถึงระดับความเร็ว 200 เมกะบิตต่อวินาที ซึ่งบทความนี้จะมาอธิบายคร่าวๆ ถึงเทคโนโลยี GPON FTTX ที่ผู้ให้บริการบ้านเราส่วนใหญ่เลือกให้บริการ และจะกล่าวถึงการเตรียมตัวในฝั่งของผู้ใช้งาน ว่าควรเตรียมความพร้อมสำหรับการรองรับแบนด์วิดธ์ที่เพิ่มมากขึ้นอย่างมากมายได้อย่างไร

FTTX คืออะไร

คือเทคโนโลยีในการส่งผ่านข้อมูลผ่านสายไฟเบอร์ออพติก (Fiber Optic) จาก Node หรือ สถานีติดตั้งอุปกรณ์ ของผู้ให้บริการ ตรงไปยังบ้าน หรือห้องพักผู้ใช้งาน

FTTX สามารถแบ่งออก สองเทคนิคหลักคือ ACTIVE และ PASSIVE ซึ่งในแต่ละเทคนิค ก็ยังแบ่งแยกได้อีกหลายเทคนิคย่อย โดยในปัจจุบัน ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตในประเทศไทย เลือกใช้เทคนิค GPON และ ACTIVE ETHERNET ซึ่งในที่นี้ เราจะอธิบายเจาะเฉพาะเทคนิค GPON

 GPON Standard

GPON เป็นมาตรฐานสากลของหน่วยงาน ITU โดยอ้างอิงตามมารฐานของ ITU-T G.984 โดยมีความสามารถในการรับส่งข้อมูลของแต่ละพอร์ตโดยปล่อยและรับสัญญาณแสงรองรับความเร็วในฝั่งดาวโหลดและอัพโหลดสูงสุดที่พอร์ต GPON ติดตั้งใน OLT อยู่ที่ 2500/1250 Mbps ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลที่ได้รับการพัฒนาต่อยอดจาก มาตรฐาน EPON ก่อนหน้า  ที่มีความสามารถในการรับส่งอยู่ที่ 1250/1250 Mbps ในทั้งสองฝั่ง (ดาวโหลดและอัพโหลด)

GPON ทำงานอย่างไร

ผู้ให้บริการติดตั้งอุปกรณ์แม่ข่าย OLTในชุมสายหรือใน Outdoor Cabinet ที่ติตตั้งตามเสาไฟฟ้าในพื้นที่ ที่พร้อมให้บริการ รวมทั้งทำการติดตั้งอุปกรณ์แยกและกระจายสัญญาณที่เรียกว่า Fiber Optic Splitter ในจุดที่คาดว่าจะมีลูกค้าหนาแน่น โดยอุปกรณ์ Spitter สามารถกระจายได้ตั้งแต่ เข้า 1 ออก 4 (1:4), เข้า 1 ออก 8 (1:8), เข้า 1 ออก 16 (1:16) เป็นต้น  โดยจะมีอุปกรณ์ตัวรับลูกข่ายในฝั่งบ้านผู้ใช้งานที่เรียกว่า ONT หรือ ONU (Optical Network Unit)

จะเห็นได้ความเร็วในการให้บริการของผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต แต่ละราย ในปัจจุบัน มีผลต่อการออกแบบและวางแผนการเลือกเทคโนโลยี รวมทั้งโครงข่ายไฟเบอร์ออพติกหลัก โครงข่ายไฟเบอร์ออพติกที่กระจายไปยังบ้านหรือบริษัทของผู้ใช้บริการ อาทิเช่น ผู้ให้บริการเลือกติดตั้งโครงข่ายและอุปกรณ์ Splitter โดยใช้ Ratio 1:32 ไปแล้ว อาจมีผลกระทบต่อการให้บริการที่ความเร็วเกิน 80 Mbps ซึ่งวิธีแก้ไขคือ อาจต้องมีการวางโครงข่ายและติดตั้งอุปกรณ์ Splitter ใหม่ “หรือ” เลือกติดตั้งอุปกรณ์ OLT ด้วยเทคโนโลยีใหม่ที่สามารถให้บริการด้วยความเร็วสูงสุดถึงระดับ 10,000/2500 Mbps ด้วยเทคโนโลยี NG-PON (Next Generation PON) ตระกูล 10GPON (ITU-T G.987.x/988) หรือ TWDM-PON (ITU-T G.989.x) ซึ่งมีความเร็วสูงสุดถึงระดับ 40,000 Mbps (40G) ในอนาคต

ผู้ใช้งานต้องเตรียมตัวอย่างไร

หลังการสมัครใช้บริการ FTTX ทางผู้ให้บริการจะทำการเดินสาย Drop Fiber Optic จากจุดกระจายสัญญาณ Splitter ไปยังตำแหน่งติดตั้งอุปกรณ์ปลายทางฝั่งลูกค้าที่เรียกว่า ONU หรือ ONT (Optical Network Terminal) ซึ่งอุปกรณ์ดังกล่าวจะแบ่งเป็นประเภทใหญ่ๆ ได้ 3 ประเภทคือ

1. Bridge ONU คืออุปกรณ์ Modem ที่มีเพียงพอร์ต LAN ‪10/100/1000‬ Mbps (RJ-45) หนึ่งพอร์ต เพื่อต่อไปยังอุปกรณ์ WiFi Router ที่ผู้ให้บริการ “อาจ” ติดตั้งมาพร้อมกับอุปกรณ์ Bridge ONU

2. ONU พร้อมพอร์ตโทรศัพท์ประเภท 4 Port LAN (ไม่มี Wifi)

3. WIFI ONU พร้อมพอร์ตโทรศัพท์ประเภท 4 Port LAN (มี Wifi)

สำหรับอุปกรณ์ในประเภทที่ 1 และ 2 พอร์ต LAN พร้อมสาย LAN 1 เส้นจะทำการต่อไปยังอุปกรณ์ WiFi Router ที่ผู้ให้บริการ “อาจ” ติดตั้งเพิ่มเติมมาพร้อมกับอุปกรณ์ Bridge ONU  ส่วนประเภทที่ 3 จะมาพร้อมในลักษณะ All-in-one   แต่อย่างไรก็ตาม คุณภาพของสัญญาณ Wifi จากอุปกรณ์ที่ได้รับมาพร้อมการติดตั้ง   อาจมีคุณภาพของสัญญาณไม่ค่อยดีและเสถียรมากนัก  ซึ่งโดยส่วนใหญ่ ผู้ใช้งานอาจลงทุนเพิ่มเพื่อเลือกซื้ออุปกรณ์ Wifi Router เองเพื่อมาติดตั้งทดแทน  หรือติดตั้งเพิ่ม      โดยเฉพาะในปัจจุบัน ที่ผู้ใช้งานส่วนใหญ่ได้ใช้บริการอินเตอร์เน็ตด้วยความเร็วระดับหลายสิบ หรือหลายร้อยเมกะบิตต่อวินาที และมีอุปกรณ์มือถือ Tablet หรือคอมพิวเตอร์ที่สามารถรองรับการใช้งานได้ในระดับหลายร้อยเมกะบิต มักเลือกซื้ออุปกรณ์ Wifi Router ประเภทรองรับ 2 ย่านความถี่ ที่ 2.4 และ 5 GHz ซึ่งสามารถรองรับความเร็วได้สูงสุดระดับ หลายพันเมกะบิต แล้วแต่ประเภท คุณภาพและราคาที่เลือกหามาใช้งานเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด

Share this Article:

ADVERTISMENT