Mobile Data เติบโต พุ่งแรง ไปดู “ปริมาณความหนาแน่นของข้อมูลโมบายล์ทั่วโลก” (Global Mobile Data Traffic)

ซิสโก้ ได้รายงาน Visual Networking Index “ปริมาณความหนาแน่นของข้อมูลโมบายล์ทั่วโลก”(Global Mobile Data Traffic) โดยเพิ่มขึ้นเกือบ 11 เท่า จากปี พ.ศ. 2556 ถึง พ.ศ. 2561

ส่วนปัจจัยที่ทำให้ข้อมูลความหนาแน่นของข้อมูลโมบายล์ทั่วโลก เพิ่มขึ้นรวดเร็วมาก : ปี 2561 จะเป็นปีที่แน่นมาก! โดยอุปกรณ์ Mobile จะมีมากขึ้น เชื่อมต่อได้รวดเร็วขึ้น จำนวนผู้ใช้มากขึ้น และความต้องการ VDO บน Mobile มากขึ้น

รายงานดังกล่าวเป็นของซิสโก้เปิดเผยว่า ภายในปี 2561 จะมีผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่เกือบ 5 พันล้านคน และอุปกรณ์พกพากว่า 1 หมื่นล้านเครื่อง พร้อมการเชื่อมต่อกับเครือข่ายที่เร็วขึ้น และอุปกรณ์อัจฉริยะที่ฉลาดมากขึ้น ส่งผลให้วิดีโอครองสัดส่วนเพิ่มขึ้น 69 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณข้อมูลโมบายล์

โดยข้อมูลจากรายงานคาดการณ์ปริมาณความหนาแน่นข้อมูลโมบายล์ทั่วโลก Cisco Visual Networking Index สำหรับปี 2556 ถึง 2561 ระบุว่า ปริมาณความหนาแน่นข้อมูลโมบายล์ทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นเกือบ 11 เท่าในสี่ปีข้างหน้า และแตะระดับ 190 เอ็กซาไบต์ต่อปีภายในปี 2561 ปริมาณความหนาแน่นของข้อมูลโมบายล์ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นนี้ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากจำนวนการเชื่อมต่อโมบายล์อินเทอร์เน็ตที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น การเชื่อมต่ออุปกรณ์ส่วนบุคคล และการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ (Machine-to-Machine หรือ M2M) ซึ่งจะเกิน 10,000 ล้านการเชื่อมต่อภายในปี 2561 และมากกว่าจำนวนประชากรโลกถึง 1.4 เท่า (สหประชาชาติประเมินว่าประชากรโลกจะเพิ่มเป็น 7.6 พันล้านคนภายในปี 2561)

*เอ็กซาไบต์เป็นหน่วยของข้อมูลหรือที่เก็บข้อมูลคอมพิวเตอร์ซึ่งเท่ากับหนึ่งล้านล้านล้านกิกาไบต์

ตามข้อมูลจากรายงาน Cisco VNI Global Mobile Data Traffic Forecast อัตราปริมาณความหนาแน่นของข้อมูลโมบายล์ 190 เอ็กซาไบต์ต่อปีสำหรับปี 2561 จะเทียบเท่ากับ:

• 190 เท่าของปริมาณความหนาแน่นของอินเทอร์เน็ตโปรโตคอล (ไอพี) ทั้งหมด ทั้งบนเครือข่ายพื้นฐานและโมบายล์ ที่สร้างขึ้นในปี 2543 หรือ
• รูปภาพ 42 ล้านล้านรูป (เช่น รูปภาพที่ส่งผ่าน MMS หรือ Instagram) ซึ่งเท่ากับประชากรโลกแต่ละคนที่ส่งรูปภาพ 15 รูปเป็นประจำทุกวันตลอดหนึ่งปีเต็ม หรือ
• คลิปวิดีโอ 4 ล้านล้านคลิป (เช่น YouTube) ซึ่งเท่ากับประชากรโลกแต่ละคนส่งคลิปวิดีโอ 1 คลิปเป็นประจำทุกวันตลอดหนึ่งปีเต็ม
ตามข้อมูลคาดการณ์ ปริมาณความหนาแน่นบนโมบายล์อินเทอร์เน็ตเฉพาะในปี 2560 ถึง 2561 จะเพิ่มที่อัตรา 5.1 เอ็กซาไบต์ต่อเดือน ซึ่งมากกว่าถึง 3 เท่า เมื่อเทียบกับปริมาณความหนาแน่นของโมบายล์อินเทอร์เน็ตทั้งหมดในปี 2556 (1.5 เอ็กซาไบต์ต่อเดือน)

ปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนปริมาณความหนาแน่นของข้อมูลโมบายล์ทั่วโลก

สำหรับปี 2556 ถึง 2561 ซิสโก้คาดการณ์ว่าการเติบโตของปริมาณความหนาแน่นของข้อมูลโมบายล์ทั่วโลกจะแซงหน้าปริมาณความหนาแน่นของข้อมูลบนเครือข่ายพื้นฐานถึง 3 เท่า แนวโน้มต่อไปนี้เป็นปัจจัยที่ผลักดันการเติบโตของปริมาณความหนาแน่นของข้อมูลโมบายล์:

• มีผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่เพิ่มมากขึ้น: ภายในปี 2561 จะมีผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ 4.9 พันล้านคน (เพิ่มขึ้นจาก 4.1 พันล้านคนในปี 2556)
• มีการเชื่อมต่อโมบายล์เพิ่มมากขึ้น: ภายในปี 2561 จะมีอุปกรณ์/การเชื่อมต่อโมบายล์กว่า 10,000 ล้านจุด รวมถึงอุปกรณ์พกพาส่วนบุคคล 8 พันล้านเครื่อง และการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ (M2M) กว่า 2 พันล้านจุด โดยเพิ่มขึ้นจากอุปกรณ์ที่พร้อมรองรับระบบโมบายล์และการเชื่อมต่อ M2M ราว 7 พันล้านจุดในปี 2556
• การเชื่อมต่อโมบายล์ที่รวดเร็วมากขึ้น: ความเร็วเฉลี่ยของเครือข่ายโมบายล์ทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่า จาก 1.4 Mbps ในปี 2556 เป็น 2.5 Mbps ในปี 2561
• วิดีโอโมบายล์ที่เพิ่มขึ้น: ภายในปี 2560 วิดีโอโมบายล์จะคิดเป็นสัดส่วน 66 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณความหนาแน่นของข้อมูลโมบายล์ทั่วโลก (เพิ่มขึ้นจาก 51 เปอร์เซ็นต์ในปี 2555)

การเปลี่ยนย้ายไปสู่อุปกรณ์ที่ฉลาดขึ้น (Smarter Devices) ในประเทศต่างๆ ทั่วโลก

• สำหรับทั่วโลก 54 เปอร์เซ็นต์ของการเชื่อมต่อโมบายล์จะเป็นการเชื่อมต่อ “อัจฉริยะ” ภายในปี 2561 เพิ่มขึ้นจาก 21 เปอร์เซ็นต์ในปี 2556 อุปกรณ์และการเชื่อมต่ออัจฉริยะมีความสามารถขั้นสูงในด้านการประมวลผล/มัลติมีเดีย และมีการเชื่อมต่อ 3G เป็นอย่างน้อย
• สมาร์ทโฟน, แล็ปท็อป และแท็บเล็ต จะขับเคลื่อน 94 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณความหนาแน่นของข้อมูลโมบายล์ทั่วโลกภายในปี 2561 ส่วนปริมาณความหนาแน่น M2M จะคิดเป็นสัดส่วน 5 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณความหนาแน่นข้อมูลโมบายล์ทั่วโลกในปี 2561 ขณะที่โทรศัพท์มือถือระดับพื้นฐานจะคิดเป็นสัดส่วนที่เหลือ 1 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณความหนาแน่นข้อมูลโมบายล์ทั่วโลกภายในปี 2561 และอุปกรณ์พกพาอื่นๆ จะคิดเป็นสัดส่วน 0.1 เปอร์เซ็นต์
• ปริมาณความหนาแน่นโมบายล์คลาวด์จะเติบโต 12 เท่าในปี 2556 ถึง 2561 หรือคิดเป็นอัตราเติบโตเฉลี่ย 64 เปอร์เซ็นต์ต่อปี
ผลกระทบของการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ (และอุปกรณ์ที่สวมใส่ได้)

M2M หมายถึงแอพพลิเคชั่นที่ทำให้ระบบไร้สายและระบบที่เชื่อมต่อด้วยสายสัญญาณสามารถสื่อสารกับอุปกรณ์ที่คล้ายคลึงกัน เพื่อรองรับระบบนำทางด้วยดาวเทียม (GPS), การติดตามอุปกรณ์, มิเตอร์สาธารณูปโภค, ระบบรักษาความปลอดภัย และระบบวิดีโอวงจรปิด “อุปกรณ์ที่สวมใส่ได้” คือเซ็กเมนต์ใหม่ที่เพิ่มเติมไว้ในหมวดหมู่การเชื่อมต่อ M2M เพื่อแสดงเส้นทางการเติบโตของ Internet of Everything (IoE) เครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่เชื่อมโยงทุกสิ่งเข้าด้วยกัน หรือ อุปกรณ์ที่สวมใส่ได้ครอบคลุมอุปกรณ์ต่างๆ ที่ผู้ใช้สวมใส่ เช่น นาฬิกาข้อมืออัจฉริยะ แว่นตาอัจฉริยะ อุปกรณ์ตรวจสอบติดตามด้านสุขภาพและฟิตเนส สแกนเนอร์แบบสวมใส่ได้ที่สามารถเชื่อมต่อและสื่อสารกับเครือข่ายโดยตรงด้วยการเชื่อมต่อเซลลูลาร์ในอุปกรณ์ หรือผ่านทางอุปกรณ์อื่น เช่น สมาร์ทโฟนที่มี Wi-Fi และ Bluetooth

• ในปี 2556 การเชื่อมต่อ M2M คิดเป็นสัดส่วนเกือบ 5 เปอร์เซ็นต์ของอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อผ่านระบบโมบายล์ และสร้างปริมาณความหนาแน่นของข้อมูลโมบายล์มากกว่า 1 เปอร์เซ็นต์ของทั้งหมด
• ภายในปี 2561 การเชื่อมต่อ M2M จะคิดเป็นสัดส่วนเกือบ 20 เปอร์เซ็นต์ของอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อผ่านระบบโมบายล์ และสร้างปริมาณความหนาแน่นของข้อมูลโมบายล์เกือบ 6 เปอร์เซ็นต์ของทั้งหมด
• ในปี 2556 มีอุปกรณ์ที่สวมใส่ได้ 21.7 ล้านเครื่อง และภายในปี 2561 จะมีอุปกรณ์ที่สวมใส่ได้ทั่วโลก 176.9 ล้านเครื่อง หรือเติบโตที่อัตราเฉลี่ย 52 เปอร์เซ็นต์ต่อปี

***ในส่วนการปรับใช้เทคโนโลยี 4G และการเติบโตของปริมาณความหนาแน่นของข้อมูลบนเครือข่ายโมบายล์

ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่หลายรายทั่วโลกกำลังติดตั้งเทคโนโลยี 4G เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคและผู้ใช้ในองค์กรสำหรับบริการไร้สายในตลาดใหม่หลายๆแห่ง ผู้ให้บริการโทรคมนาคมกำลังสร้างเครือข่ายโมบายล์ใหม่ๆ โดยใช้โซลูชั่น 4G ในตลาดที่พัฒนาแล้ว ผู้ให้บริการกำลังเสริมสร้างหรือทดแทนโซลูชั่น 2G หรือ 3G ด้วยการติดตั้งเทคโนโลยี 4G

• ภายในปี 2018 การเชื่อมต่อ 4G จะรองรับ 15 เปอร์เซ็นต์ของการเชื่อมต่อทั้งหมด เพิ่มขึ้นจาก 2.9 เปอร์เซ็นต์ในปี 2556
• ภายในปี 2561 การเชื่อมต่อ 4G จะคิดเป็นสัดส่วน 51 เปอร์เซ็นต์ หรือ 8 เอ็กซาไบต์ต่อเดือน ของปริมาณความหนาแน่นข้อมูลโมบายล์ เพิ่มขึ้นจาก 30 เปอร์เซ็นต์ หรือ 448 เพทาไบต์ต่อเดือนในปี 2556
• ปริมาณความหนาแน่นของ 4G จะเติบโต 18 เท่าจากปี 2056 ถึง 2061 หรือเท่ากับอัตราเติบโตเฉลี่ย 78 เปอร์เซ็นต์ต่อปี
ปริมาณความหนาแน่นออฟโหลดบน Wi-Fi แซงหน้าปริมาณความหนาแน่นบนเครือข่ายเซลลูลาร์

“ออฟโหลด” (Offload) หมายถึง ปริมาณความหนาแน่นจากอุปกรณ์ที่รองรับสองโหมดและสนับสนุนการเชื่อมต่อเซลลูลาร์และ Wi-Fi (ไม่รวมแล็ปท็อป) บนเครือข่าย Wi-Fi และเครือข่ายเซลล์ขนาดเล็ก การออฟโหลดเกิดขึ้นเมื่อผู้ใช้และอุปกรณ์เมีการเปลี่ยนจากการเชื่อมต่อเซลลูลาร์ไปยังเครือข่าย Wi-Fi และเครือข่ายเซลล์ขนาดเล็ก รายงาน Cisco VNI Global Mobile Data Traffic Forecast (2556-2561) คาดการณ์โมบายล์ออฟโหลด โดยครอบคลุมปริมาณความหนาแน่นจากฮอตสป็อตสาธารณะ และเครือข่าย Wi-Fi ในที่พักอาศัย

• ปริมาณความหนาแน่นของข้อมูลโมบายล์ที่ถูกออฟโหลดไปยัง Wi-Fi จากอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อระบบโมบายล์ (17.3 เอ็กซาไบต์ต่อเดือน) จะมากกว่าปริมาณความหนาแน่นที่ยังคงอยู่บนเครือข่ายโมบายล์ภายในปี 2561 (15.9 เอ็กซาไบต์ต่อเดือน)
• ภายในปี 2561 ราว 52 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณความหนาแน่นโมบายล์ทั่วโลกจะถูกออฟโหลดไปยังเครือข่าย Wi-Fi/เซลล์ขนาดเล็ก โดยเพิ่มขึ้นจาก 45 เปอร์เซ็นต์ในปี 2556
การวิเคราะห์โมบายล์แอพพลิเคชั่นทั่วโลก: วิดีโอยังคงครองตำแหน่งสูงสุด

ปริมาณความหนาแน่นของโมบายล์วิดีโอจะเพิ่มขึ้น 14 เท่าจากปี 2556 ถึง 2561 และจะมีอัตราการเติบโตสูงสุดเมื่อเทียบกับโมบายล์แอพพลิเคชั่นอื่นๆ

• ภายในปี 2561 โมบายล์วิดีโอจะครองสัดส่วน 69 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณความหนาแน่นของโมบายล์ทั่วโลก เพิ่มขึ้นจาก 53 เปอร์เซ็นต์ในปี 2556
• ภายในปี 2561 เว็บแอพพลิเคชั่นและแอพพลิเคชั่นข้อมูลอื่นๆ จะครองสัดส่วน 17 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณความหนาแน่นของโมบายล์ทั่วโลก ลดลงจาก 28 เปอร์เซ็นต์ในปี 2556
• ภายในปี 2561 การสตรีมเสียงจะคิดเป็นสัดส่วน 11 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณความหนาแน่นของโมบายล์ทั่วโลก ลดลงจาก 14 เปอร์เซ็นต์ในปี 2556
• ภายในปี 2561 การแชร์ไฟล์จะคิดเป็นสัดส่วน 3 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณความหนาแน่นของโมบายล์ทั่วโลก ลดลงจาก 4 เปอร์เซ็นต์ในปี 2556
การคาดการณ์ที่สำคัญสำหรับการเติบโตในระดับภูมิภาค

ในแง่ของอัตราการเติบโตของปริมาณความหนาแน่นของข้อมูลโมบายล์ คาดว่าภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกาจะมีอัตราการเติบโตในระดับภูมิภาคสูงสุด ด้านล่างนี้คือการจัดอันดับของแต่ละภูมิภาคในแง่ของอัตราการเติบโต ภายในปี 2561:

1. ตะวันออกกลางและแอฟริกาจะมีอัตราการเติบโต 70 เปอร์เซ็นต์ต่อปี เพิ่มขึ้น 14 เท่า
2. ยุโรปกลางและยุโรปตะวันออกจะมีอัตราการเติบโต 68 เปอร์เซ็นต์ต่อปี เพิ่มขึ้น 13 เท่า
3. เอเชีย-แปซิฟิกจะมีอัตราการเติบโต 67 เปอร์เซ็นต์ต่อปี เพิ่มขึ้น 13 เท่า
4. ละตินอเมริกาจะมีอัตราการเติบโต 50 เปอร์เซ็นต์ต่อปี เพิ่มขึ้น 13 เท่า
5. อเมริกาเหนือจะมีอัตราการเติบโต 50 เปอร์เซ็นต์ต่อปี เพิ่มขึ้น 8 เท่า และ
6. ยุโรปตะวันตกจะมีอัตราการเติบโต 50 เปอร์เซ็นต์ต่อปี เพิ่มขึ้น 7 เท่า

ในแง่ของการสร้างปริมาณความหนาแน่นข้อมูลโมบายล์ คาดว่าภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกจะสร้างปริมาณความหนาแน่นข้อมูลโมบายล์มากที่สุด ด้านล่างนี้คือการจัดอันดับของแต่ละภูมิภาคในแง่ของการสร้างปริมาณความหนาแน่นข้อมูลโมบายล์ตามที่คาดการณ์สำหรับปี 2561:

1. เอเชีย-แปซิฟิก: 6.72 เอ็กซาไบต์ต่อเดือน
2. อเมริกาเหนือ: 2.95 เอ็กซาไบต์ต่อเดือน
3. ยุโรปตะวันตก: 1.9 เอ็กซาไบต์ต่อเดือน
4. ยุโรปกลางและยุโรปตะวันออก: 1.64 เอ็กซาไบต์ต่อเดือน
5. ตะวันออกกลางและแอฟริกา: 1.49 เอ็กซาไบต์ต่อเดือน และ
6. ละตินอเมริกา: 1.16 เอ็กซาไบต์ต่อเดือน
ระเบียบวิธีการคาดการณ์ดัชนี Cisco Mobile VNI

** รายงาน Cisco VNI Global Mobile Data Traffic Forecast (2556-2561) อ้างอิงข้อมูลคาดการณ์ของนักวิเคราะห์อิสระ และผลการศึกษาการใช้งานข้อมูลโมบายล์ในความเป็นจริง ซิสโก้อ้างอิงข้อมูลพื้นฐานดังกล่าวเพื่อประมาณการเกี่ยวกับการปรับใช้โมบายล์แอพพลิเคชั่น ระยะเวลาในการใช้งาน และความเร็วในการรับส่งข้อมูล ปัจจัยหลักที่รองรับการใช้งาน เช่น ความเร็วของโมบายล์บรอดแบนด์ และพลังประมวลผลของอุปกรณ์ ก็ถูกนำมาพิจารณาในการประมาณการและการศึกษา Cisco VNI เช่นกัน รายละเอียดเกี่ยวกับระเบียบวิธีปฏิบัติมีอยู่ในรายงานฉบับสมบูรณ์

ดั๊ก เว็บสเตอร์ รองประธานฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นของซิสโก้ กล่าวว่า “ปริมาณความหนาแน่นข้อมูลโมบายล์ทั่วโลกจะเติบโตอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง โดยจะเพิ่มขึ้นเกือบ 11 เท่าใน 5 ปีข้างหน้า จนกระทั่งในปี 2561 ปริมาณความหนาแน่นของข้อมูลจะสูงกว่า 57 เท่าเมื่อเทียบกับปริมาณปริมาณความหนาแน่นข้อมูลโมบายล์ในปี 2553 การเติบโตดังกล่าวจะเป็นเครื่องบ่งชี้ว่าโมบิลิตี้จะเป็นส่วนสำคัญในเครือข่าย รวมถึงคุณประโยชน์ที่ผู้บริโภคและองค์กรที่จะได้รับ นอกจากนี้ยังแสดงให้เห็นถึงโอกาสสำคัญสำหรับผู้ให้บริการในการใช้ Internet of Everything ให้เป็นประโยชน์ต่อไป”

วัตสัน ถิรภัทรพงศ์ กรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทย และอินโดจีนของซิสโก้ กล่าวว่า “ความต้องการเชื่อมต่อทุกที่ทุกเวลาทำให้ปริมาณความหนาแน่นของข้อมูลโมบายล์ทั่วโลกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และต่อเนื่อง ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาการเชื่อมต่อโมบายล์อินเทอร์เน็ตในประเทศไทยมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติเผยว่า จำนวนผู้ใช้มือถือในประเทศไทยได้เพิ่มขึ้นถึง 93.7 ล้านคน (มีนาคม, 2557) ในขณะที่ BMI (Business Monitor International) คาดการณ์ว่าจำนวนผู้ใช้มือถือจะเพิ่มขึ้นถึง 95.48 ล้านคน ภายในปี 2557 โดยอัตราการเข้าถึงจะอยู่ที่ 142% (Thailand Telecommunications Report, ไตรมาส 2, 2557, BMI)”

“3G ยังคงเป็นตัวผลักดัน และเร่งตลาดมือถือในประเทศไทยให้เติบโต รวมถึงรายได้จากการให้บริการด้านข้อมูลก็ยังคงสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางยุคของ Internet of Everything (IOE) ยังมีโอกาสทางธุรกิจมากมายให้กับของผู้ให้บริการ องค์กรธุรกิจ หรือแม้กระทั่งเอสเอ็มอีในการลงทุนและได้ประโยชน์จากการเชื่อมต่อ การเพิกเฉยในการลงทุนด้านเครือข่ายอาจทำให้องค์กรธุรกิจไม่เห็นคุณค่า (value) ที่มากับ Internet of Everything ดังนั้นการทำความเข้าใจเรื่อง Internet of Everything จะทำให้องค์กรสามารถสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน และลดความเสี่ยงในการแข่งขันทางธุรกิจได้”

เห็นสภาพของความหนาแน่นข้อมูล Mobile แล้วมองไปถึงเรื่องการแก้ไขพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม2553 หรือ พ.ร.บ กสทช. ถึงเวลาแล้วที่ต้องปฏิรูปการสื่อสารของไทย ด้วยเหตุผลของเทคโนโลยีต่างๆ ที่ก้าวหน้าไปรวดเร็วมาก และมีผลกระทบต่อชีวิตประชาชน

ในส่วนของการประมูล 4G ที่เลื่อนออกไป ก็น่าจะเข้ามาช่วยในการรองรับความหนาแน่นตรงนี้ รวมไปถึงการ off-load Wi-Fi + 3G / 4G ด้วย

Share this Article:

ADVERTISMENT