มาทำความรู้จักกับ SD-WAN หนึ่งในเทรนด์ที่น่าจับตามองในปี 2017

SD-WAN กลายเป็น buzzword คำใหม่ที่กำลังเป็นกระแสในวงการเน็ตเวิร์คปัจจุบันและในบทความนี้เราจะไปทำความรู้จักเจ้า SD-WAN ที่ว่ามานี้กันค่ะ

SD-WAN (Software defined WAN) เป็นโซลูชันด้าน cloud-based WAN สำหรับเชื่อมต่อสำนักงานแต่ละสาขาเข้าด้วยกันผ่าน Data Center โดยใช้เทคโนโลยี SDN (Software-defined networking) ในการบริหารจัดการ ซึ่งทำให้ผู้ประกอบการไม่จำเป็นต้องลงทุนซื้อฮาร์ดแวร์ในการทำเน็ตเวิร์ค MPLS แบบดั้งเดิมเพื่อลด Capex และ Opex ในการลงทุนด้านเครือข่ายลงค่ะ

จุดเด่นที่สำคัญของสถาปัตยกรรมแบบ SD-WAN คือการที่แยก Control Plane และ Data Plane ออกจากกัน การที่แต่ละ Branch (หรือ Edge) ใช้ Control Plane ร่วมกัน ทำให้ผู้ดูแลเครือข่ายสามารถปรับแต่งค่าคอนฟิกต่างๆในแดชบอร์ดส่วนกลางที่อยู่บนคลาวด์เพียงครั้งเดียวและนำค่าคอนฟิกไปใช้กับ Branch ต่างๆ ได้พร้อมๆ กัน ซึ่งแต่ละ Branch ก็พยายามจะเชื่อมต่อไปยังส่วนกลางโดยอัตโนมัติ (Automation deployment) ซึ่งช่วยลดเวลาในการติดตั้งให้น้อยลง และการที่แต่ละ Branch มี Data Plane ที่แยกออกจากกันทำให้ทราฟฟิกของแต่ละ Branch สามารถออกสู่อินเตอร์เน็ตตรงได้เลยโดยที่ไม่ต้องวิ่งผ่าน HQ ก่อนเหมือนกับสถาปัตยกรรมเครือข่ายแบบดั้งเดิม ซึ่งส่งผลทำให้สามารถจัดการแบนด์วิธได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นนั่นเองค่ะ ผู้ให้บริการบางเจ้ายังมีออพชันเสริมในการจัดการกับ Data Plane เช่นให้เลือกได้ว่าทราฟฟิกจะวิ่งออกลิงก์เพื่อเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตในเส้นทางไหน (Multi-path optimization) อีกทั้งยังมี Feature เสริมต่างๆ เช่นการทำ Application QoS, Firewall, Load Balance และ CloudVPN แบบต่างๆ มากมายค่ะ

ผู้ให้บริการโซลูชันด้าน SD-WAN มักจะมีจุดขายหรือนำเสนอฟีเจอร์ด้านการทำ Big data analytics ผ่าน Web Portal ที่ดูตระการตาหรือฟีเจอร์ด้าน monitoring ที่ดูน่าตื่นตาตื่นใจ หนำซ้ำยังทำการส่ง Notification แจ้งเตือนในรูปแบบต่างๆ ได้อีกทั้งผู้ให้บริการบางเจ้ามีบริการทั้งแบบฮาร์ดแวร์และการทำ virtualization ยังไม่พอยังมีฟีเจอร์ในการทำ automation และฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยต่างๆ อีกมากมายเรียกได้ว่าเป็นเทคโนโลยีที่เต็มไปด้วยข้อได้เปรียบมากมายค่ะ (นั่งอ่าน Datasheet ยังไงก็ไม่ยักกะเจอข้อเสีย :p) ทั้งดีและใช้ง่ายแถมลดต้นทุนได้มากมายแบบนี้เปลี่ยนไปใช้ SD-WAN เลยจะดีไหม?

ต้องเตือนสติก่อนนิดนึงค่ะว่า SD-WAN เป็นบริการด้าน Network as a Service (NaaS) อาจจะมีส่วนบางส่วนที่เป็น Software as a Service (SaaS) ดีไม่ดีบางเจ้าก็ให้บริการแบบ Infrastructure as a Service ด้วย (IaaS) ไม่ว่าจะเป็นบริการแบบไหนเราจำเป็นต้องจ่ายค่าใช้บริการก่อนถึงจะได้รับบริการนั้นมาค่ะ สรุปสั้นๆ คือเราไป เช่า ทรัพยากรคนอื่นมาใช้งานนั่นเองค่ะ vendor ทุกเจ้ามักจะมีตารางเปรียบเทียบค่า Capex หรือ Opex ในการลงทุนทำ Network เองเทียบกับการใช้ SD-WAN ซึ่งทาง  IT ได้เห็นตารางดังกล่าวก็จะร้อง ว้าว ยิ่งโดนเซลล์พรีเซ็นต์ด้วยฟีเจอร์แปลกใหม่และตัวย่อแปลกๆ ที่เข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้างแต่รู้สึกว่ามันเหมือนจะดี (ซึ่งคนพวกนี้ขยันคิดศัพท์ใหม่ๆ มากค่ะ) ได้ฟังดังนั้นก็ลงไปดิ้นด้วยอยากได้

แต่ช้าก่อนค่ะ! ที่เราเห็นมักเป็นตารางเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายสำหรับ 3-5 ปีเท่านั้น (ซึ่งผู้ประกอบการเองก็คงคาดหวังให้ธุรกิจอยู่ได้นานยิ่งกว่านั้นใช่ไหมคะ?) ลองนึกตามก็ได้ค่ะ ว่าค่าใช้จ่ายในการลงทุนซื้อบ้านดีๆ หลังหนึ่งเทียบกับการเช่าโรงแรมดีๆ อาศัยอยู่ในระยะยาวนั้นแบบใดจะมีค่าใช้จ่ายมากกว่ากัน?

บ้านอาจจะสร้างยาก ลงทุนเยอะกว่า ไหนจะต้องตกแต่งและดูแลรักษาอีก (ยิ่งบ้านหลังใหญ่ก็ต้องจ้างคนมาดูแลอีก) แต่สุดท้ายแล้วมันก็เป็นของเราค่ะ (ถ้าดีก็ดีไป) ต่างกันกับโรงแรมตกแต่งพร้อมอยู่ สวยงามพร้อมอยู่เพียบพร้อมด้วยความสะดวกสบายแถมยังมีคนคอยบริการตลอดเวลา แต่สุดท้ายแล้วเมื่อเราเลิกจ่ายค่าเช่าทุกอย่างก็ไม่ใช่ของเรา แม้แต่ ข้อมูล ของเราตลอดช่วงระยะเวลาที่เราอาศัยอยู่ในนั้นก็ด้วย

การตัดสินใจจะนำ SD-WAN มาใช้ในองค์กรจึงก็ไม่ต่างจากการนำ Cloud เข้ามาประยุกต์ใช้ในองค์กร (อย่าลืมว่าเรากำลังจะสร้าง CloudNetwork แทนที่เน็ตเวิร์คแบบดั้งเดิมยังไงละคะ) ซึ่งต้องตัดสินใจถึงข้อดีข้อเสีย ควรตระหนักถึงความคุ้มค่าของเม็ดเงินที่ลงทุนไปว่าฟีเจอร์ที่เราซื้อมาเราได้ใช้งานบ้างไหม หรือได้ใช้งานแค่ตอนที่ซื้อมาใหม่ๆ (ยังตื่นเต้นอยู่) หลังจากนั้นก็ไม่ได้แตะอีกเลย (เหมือนอุปกรณ์สมาร์ทโฮมที่บ้านนั่นแหละค่ะ)

แต่ถ้าตังค์เหลือ ชอบความสะดวกสบายและอยากอินเทรนด์ก็เอาที่สบายใจเลยค่ะ :)

Share this Article:

ADVERTISMENT