IFS เปิดตัวโซลูชั่น IoT หนุนลูกค้าสู่ Digital transformation

ไอเอฟเอส เปิดตัวโซลูชั่น ไอโอที หนุนลูกค้าสู่ดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชั่น

IFS IoT Business Connector จะเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกด้าน IoT ให้ทำงานได้ ใน IFS Applications และ IFS Field Service Management พร้อมกับ IFS Enterprise Operational Intelligence

IFS บริษัทผู้ผลิตแอพพลิเคชั่นสำหรับองค์กรระดับโลก นำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ IFS IoT Business Connector ซึ่งช่วยร่นระยะเวลาในการแปลงไอเดียให้เป็นประโยชน์ที่จับต้องได้สำหรับการสนับสนุนแนวทาง IoT (Internet of Things) ของลูกค้าด้วยการนำเสนอสถาปัตยกรรมที่ครบวงจรและความสามารถของ IoT ให้ใช้งานได้จริง

ซึ่งผลิตภัณฑ์ได้นำมาจัดแสดงในงาน IFS World Conference 2016 ณ เมืองกอเทนเบิร์ก ประเทศสวีเดน IFS IoT Business Connector ได้รับการออกแบบให้ช่วยลดความเสี่ยงและสามารถนำเอาแนวทาง IoT มาปรับใช้ในส่วนต่างๆ ได้รวดเร็วขึ้น เช่น งานซ่อมบำรุงเชิงพยากรณ์ การบริหารจัดการบริการ การบริหารจัดการทรัพย์สิน และการผลิต โดยจะทำให้สามารถใช้ประโยชน์ข้อมูลที่ได้จากผลิตภัณฑ์ สินทรัพย์ และเครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ เพื่อระบุข้อสังเกตที่สามารถนำไปดำเนินการได้จริง ซึ่งจะเป็นการกระตุ้นให้เกิดขั้นตอนการทำงานในรูปแบบที่กำหนดโดยผู้ใช้ แบบอัตโนมัติ และแบบกึ่งอัตโนมัติภายในซอฟต์แวร์องค์กรของ IFS โดย IFS IoT Business Connector ให้การเชื่อมต่อแบบพร้อมใช้งาน (plug-and-play) กับ Microsoft Azure IoT Suite เพื่อการวิเคราะห์ข้อมูลและการสื่อสารระหว่างกันของอุปกรณ์ รวมถึงเอพีไอ (API) แบบเปิดสำหรับเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มไอโอที อื่นๆ หรือแอพพลิเคชั่นการสืบค้น IoT ที่ออกแบบขึ้นเป็นพิเศษ IFS IoT Business Connector จะเชื่อมช่องว่างระหว่างการวิเคราะห์ข้อมูล IoT กับการใช้ผลลัพธ์จากการวิเคราะห์ดังกล่าว เพื่อดำเนินงานซ่อมบำรุง การบริการ และการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น โดยจะเข้าไปเพิ่มความสามารถในการเปลี่ยนการลงทุนด้านการเชื่อมต่อไอโอที และการวิเคราะห์ข้อมูลให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุดผ่านกระบวนการทำงานที่มีประสิทธิภาพ และก่อให้เกิดการสร้างรายได้ใหม่ๆ ผ่านทางนวัตกรรมบริการ

สำหรับส่วนประกอบหลักของ IFS IoT Business Connector ประกอบด้วย

• ไอโอที คอนโทรเลอร์ (IoT Controller) ทำหน้าที่กำหนดแนวทางการดำเนินการที่ต้องทำเมื่อการวิเคราะห์ข้อมูลไอโอที เปิดเผยให้เห็นข้อสังเกตที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจนั้นๆ นอกจากนี้ยังช่วยจัดการกับปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อมีการเชื่อมโยงเทคโนโลยีการดำเนินงาน (OT) เข้ากับแอพพลิเคชั่นทางธุรกิจและระบบไอทีด้วย

• ไอโอที เกตเวย์ (IoT Gateway) ช่วยให้เกิดการสื่อสารที่ปลอดภัยระหว่างการสืบค้นบนคลาวด์และการวิเคราะห์ข้อมูลไอโอทีกับผลิตภัณฑ์ไอเอฟเอสที่ใช้งานภายในองค์กรหรือบนระบบคลาวด์

• ไอโอที ดิสคอฟเวอรี แมเนเจอร์ (IoT Discovery Manager) ให้ความสามารถเพิ่มเติมด้านการบริหารจัดการและการติดตามตรวจสอบเมื่อใช้ไมโครซอฟท์ เอชัวร์ ไอโอที สวีท(Microsoft Azure IoT Suite) เป็นแพลตฟอร์มการสืบค้น

ปัจจุบัน IFS IoT Business Connector กำลังนำไปใช้โดยลูกค้ากลุ่มคนหัวก้าวหน้า ได้แก่ บริษัท ซันกา ออฟชอร์ (Songa Offshore) ผู้รับเหมาด้านการขุดเจาะในทะเลระหว่างประเทศ บริษัท เอทีเอส (ATS) ผู้ให้บริการชั้นนำด้านการซ่อมบำรุงโรงงานและบริการด้าน ไอทีในประเทศสหรัฐอเมริกา บริษัท แอนติซิแมกซ์ (Anticimex) บริษัทกำจัดแมลงระหว่างประเทศ และ บริษัท เฮกลา ไมนิ่ง (Hecla Mining) บริษัททำเหมืองโลหะมีค่าในอเมริกาเหนือ “เราตัดสินใจเข้าร่วมในโครงการกลุ่มหัวก้าวหน้านี้ เนื่องจากเราเข้าใจถึงผลกระทบอย่างมหาศาลที่เทคโนโลยีไอโอทีมีต่อธุรกิจของเรา”  คริสโตเฟอร์ ลีโบ ผู้อำนวยการฝ่ายไอทีของเอทีเอส ออโตเมชั่น กล่าว และว่า “การเชื่อมโยงห่วงโซ่คุณค่าของบริการภาคสนามเข้าด้วยกัน ทำให้เราสามารถดำเนินงานแบบอัตโนมัติด้วยแนวทางใหม่ๆ และใช้ข้อมูลเชิงลึกช่วยในการตัดสินใจทางธุรกิจได้ชาญฉลาดยิ่งขึ้น”  จาร์ล ดาห์ลฟอร์ส์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร (ซีอีโอ) ของแอนติซิแมกซ์ กล่าวว่า “IFS IoT Business Connector ช่วยให้เราสามารถควบคุมข้อมูลที่เกิดจากอุปกรณ์ควบคุมและกำจัดแมลงสำหรับระบบดิจิทัลของเราได้อย่างครอบคลุม ทำให้เราสามารถให้บริการลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถจัดเตรียมข้อมูลได้ตามที่พวกเขาต้องการ” แดน แมทธิวส์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี (ซีทีโอ) ของไอเอฟเอส กล่าวว่า “การทำงานร่วมกับลูกค้าและคู่ค้าของเรา ทำให้เราสามารถเติมเต็มช่องว่างที่เกิดขึ้น และการลงทุนในไอโอทีไม่เพียงให้ผลผลิตของข้อมูลและแผนภูมิจำนวนมหาศาล แต่ยังนำเสนอแนวทางปฏิบัติที่ทำได้จริงภายใต้การวางแผนและดำเนินการร่วมกันในแนวทางที่เหมาะสมที่สอดคล้องกับทุกสิ่งที่กำลังดำเนินอยู่ในธุรกิจปัจจุบัน สำหรับลูกค้าของเรา นี่คือแนวทางที่ง่ายกว่าเดิมในการเริ่มต้นใช้งานไอโอที เนื่องจากมีความเสี่ยงต่ำและให้มูลค่าที่สามารถจับต้องได้รวดเร็วยิ่งกว่าเดิม” ทั้งนี้ ไอเอฟเอส ไอโอที บิซิเนส คอนเน็คเตอร์ จะพร้อมใช้งานในต้นปี 2560

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดดูที่เว็บไซต์: www.ifsworld.com/iot.

เกี่ยวกับไอเอฟเอส

ไอเอฟเอส (IFS™) เป็นผู้นำระดับโลกด้านการพัฒนาและนำเสนอซอฟต์แวร์สำหรับการวางแผนทรัพยากรองค์กร (Enterprise Resource Planning หรือ ERP) การบริหารจัดการสินทรัพย์ขององค์กร (Enterprise Asset Management หรือ EAM) และ การบริหารจัดการงานบริการขององค์กร (Enterprise Service Management หรือ ESM) ทั้งนี้ ไอเอฟเอสก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2526 โดยมีส่วนช่วยสนับสนุนให้ลูกค้าที่เป็นกลุ่มเป้าหมายสามารถดำเนินธุรกิจได้ดีขึ้น ตลอดจนผลักดันให้เกิดความคล่องตัวในการดำเนินงาน พร้อมทั้งจัดเตรียมสิ่งต่างๆ สำหรับอุตสาหกรรมเพื่อให้พร้อมรับมือกับอนาคต ไอเอฟเอส มีพนักงาน 2,800 คนที่พร้อมให้การสนับสนุนผู้ใช้ทั่วโลกมากกว่า 1 ล้านคนผ่านสำนักงานสาขาในเขตพื้นที่ต่างๆ และผ่านเครือข่ายพันธมิตรที่กำลังขยายตัวเพิ่มมากขึ้น

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดไปที่เว็บไซต์: IFSworld.com ติดตามเราทาง Twitter: @ifsworld เยี่ยมชมบล็อกของไอเอฟเอสเกี่ยวกับเทคโนโลยี นวัตกรรม และผลงานสร้างสรรค์ต่างๆ: http://blog.ifsworld.com/

Share this Article: