GrabLife สวัสดิการเพื่อคนขับ GrabTaxi ได้ทั้งเงินออมและประกันชีวิต

 

แกร็บแท็กซี่ประเทศไทย เปิดตัวโครงการสวัสดิการเพื่อคนขับแกร็บแท็กซี่มูลค่า 60 ล้านบาท ร่วมมือกับธนาคารกสิกรไทยและเมืองไทยประกันชีวิต เจ็บป่วยเข้า รพ. ได้รับเงินชดเชยวันละ 1,000 บาทต่อเนื่องสูงสุด 365 วัน

 

โครงการสวัสดิการเพื่อคนขับแกร็บแท็กซี่ (GrabLife)  เป็นโครงการสวัสดิการมูลค่า 60 ล้านบาท (1.8 ล้านเหรียญสหรัฐ) จัดตั้งขึ้นมาเพื่อคนขับแท็กซี่ที่มีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพในการให้บริการและความซื่อสัตย์ของคนขับตามที่แกร็บแท็กซี่กำหนด ซึ่งรวมถึงความกระตือรือร้นในการตอบรับผู้โดยสารผ่านทางแอพแกร็บแท็กซี่และคุณภาพในการให้บริการด้วย

โครงการ GrabLife ประกอบไปด้วยบัญชีเงินฝากพร้อมทั้งประกันชีวิต, แผนเงินชดเชยสำหรับคนขับแท็กซี่ในกรณีที่ต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล พร้อมทั้งมีการช่วยเหลือในเหตุฉุกเฉินเพื่อช่วยให้คนขับของเราอุ่นใจ  คนขับของแกร็บแท็กซี่ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนและสามารถทำตามข้อตกลงที่กำหนดได้จะได้รับเงินโบนัสปลายปี ซึ่งจะเปิดโอกาสให้กับคนขับที่ผ่านเกณฑ์คุณภาพเท่านั้น

“โครงการนี้เป็นสิ่งหนึ่งที่เราให้ความสำคัญมาตลอด และเราเข้าใจดีว่าคนขับแท็กซี่ของเราต้องการอะไร” คุณวีร์ จารุนันท์ศิริ รองผู้จัดการ  แกร็บแท็กซี่ ประเทศไทยกล่าว “GrabLife ช่วยให้เราสามารถเก็บเงินไว้ส่วนหนึ่งเพื่อช่วยเหลือคนขับของเรา ซึ่งมีคนขับจำนวนมากที่ทำงานหนักและทำงานหลายชั่วโมง  เราหวังว่าโครงการของเราจะช่วยให้คนขับสบายใจมากขึ้น และเน้นย้ำคำมั่นสัญญาของเราว่าจะพัฒนาความเป็นอยู่ของคนขับให้ดีขึ้น” คุณวีร์กล่าวเสริม

คุณวีร์กล่าวว่า แกร็บแท็กซี่ช่วยให้เพิ่มประสิทธิภาพในการหาผู้โดยสารให้แก่คนขับแท็กซี่ โดยที่คนขับรถแท็กซี่ ไม่ต้องขับตระเวนไปบนท้องถนนแบบไร้จุดหมายไปเรื่อยๆ อีกทั้งยังในบางครั้งยังมีเงินจูงใจพิเศษเล็กๆน้อยๆให้แก่คนขับ เพื่อที่คนขับแท็กซี่จะได้มีรายได้มากขึ้นและบริหารเวลาของตัวเองได้ดียิ่งขึ้น ประโยชน์อื่นๆของแกร็บไลฟ์ก็คือ เราจะมีการสอนภาษาอังกฤษและมอบทุนการศึกษาให้แก่ลูกๆของคนขับรถแท็กซี่ที่มีผลการเรียนดีและผ่านเกณฑ์ของบริษัท

ประเทศไทยเป็นประเทศที่ 2 ถัดจากสิงคโปร์ที่เปิดตัวโครงการสวัสดิการนี้ โดยสิงคโปร์ได้เปิดตัวกองทุนเลี้ยงชีพของแกร็บแท็กซี่มูลค่า 2.7 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 86 ล้านบาท) เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา

ความร่วมมือระหว่างองค์กร

แกร็บแท็กซี่จะบริหารจัดการโครงการสวัสดิการนี้โดยร่วมเป็นพันธมิตรกับบริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด และธนาคารกสิกรไทย

นายเกศพงศ์ นาทะสิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัทเมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) มั่นใจว่าความร่วมมือครั้งนี้ จะมอบความมั่นคงให้แก่คนขับรถแท็กซี่ที่ตั้งใจให้บริการที่ดีแก่ผู้โดยสาร

 “อาชีพขับแท็กซี่ ถือเป็นงานบริการที่ควรได้รับการคุ้มครองด้านสวัสดิการ ธนาคารกสิกรไทยจึงมีความยินดีในการนำเสนอแพคเกจผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตที่มีความคุ้มครองวงเงินประกันชีวิตสูงสุด 300,000 บาท, เงินชดเชยรายวันกรณีบาดเจ็บหรือเจ็บป่วยจนต้องเข้าพักรักษาในโรงพยาบาลมูลค่า 1,000 บาท, แผนประกันชีวิตแบบออมระยะสั้นในโครงการสวัสดิการเพื่อคนขับแกร็บแท็กซี่ เพื่อร่วมกันพัฒนามาตรฐานความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตของคนขับแท็กซี่คุณกิติยา ฤกษ์ภูริทัต ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทยกล่าว

แกร็บแท็กซี่จะนำเงินส่วนหนึ่งจากเงินลงทุนที่ได้รับมาจากนักลงทุนก่อนหน้านี้(มูลค่า 340 ล้านเหรียญสหรัฐ) เข้ามาในโครงการ GrabLife

แกร็บแท็กซี่จะฝากเงินเข้ากองทุนนี้ 1 บาทจากทุกๆ 7 บาทที่แกร็บแท็กซี่ได้รับมาจากคนขับแท็กซี่ต่อเที่ยวทุกเดือนให้แก่คนขับทุกคนที่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การให้บริการและการใช้งาน ในกรณีที่ต้องการเคลมประกัน คนขับเพียงแค่ยื่นใบเสร็จและเอกสารที่เกี่ยวข้องให้แก่แกร็บแท็กซี่ ยกเว้นในกรณีความช่วยเหลือฉุกเฉิน ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้เอกสารใดๆ

“ทุกครั้งที่ผู้โดยสารเรียกใช้บริการแกร็บแท็กซี่ ก็เท่ากับว่าผู้โดยสารมีส่วนช่วยในโครงการสวัสดิการนี้ด้วยเช่นกัน”  คุณวีร์อธิบาย

นับตั้งแต่ที่ก่อตั้งมาเมื่อปี 2555 มีคนขับแท็กซี่มากกว่า 75,000 คนที่ใช้แอพแกร็บแท็กซี่เพื่อรับการเรียกรถในประเทศมาเลเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม ไทย สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย โดยมียอดการดาวน์โหลดแอพนี้ทั่วทั้งภูมิภาคนี้มากกว่า 3.8 ล้านครั้ง โดยมีการเรียกรถแท็กซี่ 7 ครั้งในทุกๆ 1 วินาทีทั่วทั้งภูมิภาค ในประเทศไทย ได้มีการเปิดตัวแกร็บแท็กซี่เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2556 และกลายเป็นแอพเรียกรถแท็กซี่ที่มีการใช้งานอย่างกว้างขวางภายในประเทศ ในปัจจุบันนี้ แกร็บแท็กซี่เปิดให้บริการแล้วในกรุงเทพฯ และพัทยา และในขณะนี้กำลังอยู่ในช่วงทดลองใช้งานในจังหวัดเชียงราย

Share this Article: