ทำความรู้จักกับ Edge Computing และ Fog Computing ความเหมือนที่แตกต่าง

เราอาจจะคุ้นเคยกับ Cloud Computing กันดีอยู่แล้ว ซึ่งถ้าจะให้อธิบายง่ายๆ มันก็คือบริการที่ทำให้เราสามารถไปเช่าหน่วยประมวลผล เครือข่าย แอปพลิเคชัน อะไรก็แล้วแต่ที่ผู้ให้บริการจะนำเสนอมาและแก้ปัญหาอะไรบางอย่างให้เราได้ เรามีหน้าจ่ายบิลรายเดือนหรือตามแต่ทรัพยากรที่เราได้ใช้ไปเท่านั้น

และเราอาจจะคุ้นเคยกับ IoT ซึ่งก็คือการทำให้สิ่งของต่างๆ เชื่อมต่อออกสู่อินเตอร์เน็ตได้ การที่สิ่งของต่างๆ สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลกันบนอินเตอร์เน็ตนั้นได้สร้างโอกาสทางธุรกิจและอรรถประโยชน์ต่างๆ ตามมามากมายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน การนำข้อมูลที่รวบรวมจากเซนเซอร์ต่างๆ มาเก็บไว้บนคลาวด์แล้วนำไปวิเคราะห์และประมวลผลเพื่อหาคุณค่าหรือนำไปใช้ในการตัดสินใจก็ตามกลายเป็นเรื่องที่ทำควบคู่กันจนแทบจะกล่าวได้ว่า IoT แทบจะไม่มีประโยชน์เลยหากนำไปโดยขาดการทำ Data Analytics

เราอาจจะแบ่งอุปกรณ์ IoT ได้ออกเป็น 3 ประเภทตามลักษณะการใช้งานของข้อมูลดังนี้ค่ะ

1.       อุปกรณ์ที่เก็บข้อมูลอย่างเดียวแล้วส่ง

2.       อุปกรณ์ที่รอรับคำสั่งแล้วทำงานตามคำสั่งที่ได้รับ

3.       อุปกรณ์ที่ทำทั้งสองอย่างที่ว่ามานี้

แต่ถ้าเราลองมาคิดดูดีแล้วการส่งข้อมูลทุกอย่างขึ้นไปบนคลาวด์ อาจจะไม่ใช่เรื่องที่ดีนักด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้ค่ะ

-           การส่งข้อมูลผ่านเครือข่ายโทรศัพท์มือถือนั้นมีราคา ยิ่งใช้ดาต้าเยอะก็โดนเก็บเงินเยอะ

-           คลาวด์ต้องทำงานหนักมากในการประมวลผลข้อมูล รวมทั้งต้องจัดเก็บข้อมูลในปริมาณมหาศาลโดยที่ข้อมูลบางอย่างก็ไม่ได้มีความจำเป็นต้องจัดแบบเก็บแบบละเอียดมากนัก เราอาจต้องการข้อมูลที่สรุปแล้วจัดเก็บแค่ประวัติย้อนหลังแบบคร่าวๆ ก็พอ

-           ข้อมูลบางอย่างไม่ควรอยู่บนคลาวด์ หรือส่งออกไปบนอินเตอร์เน็ตเพราะเหตุผลด้านความปลอดภัย โดยเฉพาะระบบต่างๆ ในโรงงานอุตสาหกรรมที่ถ้าเกิดทำงานผิดพลาดอาจทำให้เกิดความเสียหายต่างๆ ตามมามากมาย

-           การส่งข้อมูลไปกลับระหว่างอุปกรณ์และระบบคลาวด์ มีค่าความหน่วงของเวลา (Latency) อุปกรณ์บางอย่างต้องทำการตัดสินใจทันทีเมื่อได้รับข้อมูลจากเซ็นเซอร์โดยเฉพาะระบบ Automation ต่างๆ ในโรงงานอุตสาหกรรม

ฉะนั้นจึงเกิดโซลูชันในการแก้ปัญหาเหล่านี้ขึ้นมา แทนที่จะเอาข้อมูลไปประมวลผลบนอินเตอร์เน็ต (WAN) แบบระบบคลาวด์ก็เอาไปประมวลผลบน LAN (Local Area Network) ซะก็หมดปัญหาแล้ว จึงเกิดคำศัพท์ Edge Computing และ Fog Computing ขึ้นมาและศัพท์ทั้งสองก็ถูกใช้แทนกันจบแทบจะมีความหมายเดียวกันคือการประมวลผลที่เกิดขึ้นที่ LAN นั่นเอง

Edge Computing ไม่ใช่เรื่องใหม่เลยค่ะ เป็นเรื่องที่มีมานานมากแล้วและเกิดมาควบคู่กับระบบต่างๆ ในโรงงานอุตสาหกรรม Edge Computing คือการประมวลผลและสั่งงานที่ตัวอุปกรณ์เลย อุปกรณ์ที่ทำงานแบบ Edge Computing ได้แก่ PAC (Programmable Automation Controller) หรือ PLC (Programmable Logic Controller) ซึ่งทำงานควบคู่กับระบบ SCADA เพื่อสั่งงานและคอยมอมิเตอร์อุปกรณ์เหล่านี้นั่นเอง

ส่วน Fog Computing เป็นศัพท์ใหม่ที่ถูกแนะนำเข้าไปในตลาดเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้โดย Cisco ซึ่งมีความพยายามในการขาย   IoT Gateway ที่ทำหน้าเสมือนเป็น Router สำหรับเครือข่าย Cellular และ LPWAN (LoRa) นั่นเองค่ะ โดยเจ้า Gateway ตัวนี้จะมีทั้งส่วนที่เป็นระบบปฏิบัติการณ์ IOS ที่ทำหน้าที่จัดการด้านเครือข่ายที่และระบบปฏิบัติการณ์ IOx ที่นักพัฒนาซอฟท์แวร์สามารถสร้างแอปพลิเคชัน (Fog Application) ที่ทำหน้าที่ประมวลผลและวิเคราะห์ค่าที่ได้จากเซ็นเซอร์ต่างๆ นำมาใส่บน Gateway ตัวนี้นั่นเองค่ะ

Fog Computing จึงเป็นเหมือนอีก Layer หนึ่งที่ขั้นตรงกลางระหว่างระบบคลาวด์และอุปกรณ์ปลายทางเพื่อลดภาระด้านการประมวลผล ภาระในการส่งข้อมูลและเพิ่มความเร็วในการตอบสนองของอุปกรณ์ปลายทางนั่นเอง ด้วยประโยชน์ที่ว่ามานี้จึงมีคนแนะนำคอนเซ็ปต์ด้าน Fog Computing เข้าสู่ตลาดอีกเพียบ


สรุปแล้ว Edge Computing และ Fog Computing จึงแตกต่างกันในแง่ที่ว่าข้อมูลถูกประมวลที่ไหนนั่นเอง

Share this Article:

ADVERTISMENT