dtac เปิดให้บริการ 4G ครอบคลุมทั่ว กทม. และกว่า 40 จังหวัดทั่วทุกภาค

ดีแทคเปิดให้บริการ 4G อย่างเป็นทางการ ครอบคลุมทั่วกรุงเทพฯ และมากกว่า 40 จังหวัดทั่วทุกภาค พร้อมก้าวขึ้นเป็นผู้นำในการให้บริการ 4G ที่มีฐานผู้ใช้มากที่สุดในประเทศ

ดีแทค 4G ครอบคลุมทั่วกรุงเทพฯ และมากกว่า 40 จังหวัด มากกว่าที่ให้คำมั่นสัญญาในการขยายโครงข่าย 3G และ 4G กว่า 6,700 สถานีฐาน ภายในวันที่ 31 มีนาคม ที่ผ่านมา ให้คนไทยใช้อินเทอร์เน็ตบนมือถือได้ใช้อย่างเสถียร ราบรื่นตลอดการใช้งาน พร้อมรุกแผนงานเปิด 4G ต่อเนื่อง ในพื้นที่ยุทธศาสตร์เป้าหมายที่มีความต้องการใช้งานอินเทอร์เน็ตสูง ขยายโครงข่าย 3G และ 4G เพิ่มเติมมากขึ้น ตั้งเป้าก้าวขึ้นเป็นผู้ให้บริการ 4G ที่มีฐานผู้ใช้บริการมากที่สุดในไทย

 

 

นับจากวันแรกที่ดีแทคเริ่มทยอยเปิดให้บริการ 4G ทีละเมืองอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ได้รับการตอบรับที่ดีเยี่ยมจากลูกค้า โดยมีลูกค้าที่ได้เข้ามาสัมผัสประสบการณ์การใช้งานดีแทค 4G เพิ่มขึ้นแล้วจำนวน 970,000 ราย เพิ่มขึ้นถึง 9 เท่า ตั้งแต่เริ่มเปิดให้บริการมาในเดือน พ.ค 2557 และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 2.5 ล้านรายภายในสิ้นปีนี้ จากการที่ลูกค้าหันมาใช้บริการ 4G มากขึ้นเป็นการกระตุ้นให้ปริมาณการใช้ข้อมูลของลูกค้าทั้งหมดเฉลี่ยประมาณ 4.2 กิกะไบต์/คน/เดือน ในฐานลูกค้าดีแทคปัจจุบันมีสมาร์ทโฟนที่รองรับ 4G แล้ว 1.75 ล้านเครื่อง ซึ่งดีแทคตั้งเป้าว่าจะเร่งกระตุ้นตลาดให้ลูกค้าที่มีสมาร์ทโฟนรองรับหันมาใช้ 4G ให้หมดภายในสิ้นปี 2558 นี้

 

ภายใต้การนำทัพของคุณลาร์ส โอเคะ นอร์ลิ่ง ซีอีโอคนใหม่จะเป็นกำลังสำคัญที่จะนำทัพดีแทคโดยเน้นไปสู่การพัฒนาโครงข่ายอินเทอร์เน็ตอย่างไม่หยุดยั้ง พร้อมกับการพัฒนาการให้บริการทางการเงิน และการสานต่อแนวทางของดีแทค ที่โดดเด่นและแตกต่าง ในการสร้างความผูกพันกับลูกค้า

 

ดีแทคได้ตั้งเป้าหมายอันสูงสุดที่จะมีลูกค้าใช้บริการ 4G จำนวน 2.5 ล้านราย ภายในสิ้นปีนี้ โดยเน้นใน 3 ด้าน คือ

 

1. ตั้งเป้าขึ้นเป็นผู้ให้บริการ 4G ที่เร็วที่สุดในประเทศไทย และดีที่สุดในอุตสาหกรรม ด้วยแบนวิธที่มากที่สุดถึง 15 MHz

 

2. เป็นโครงข่ายการให้บริการ 3G ที่ใหญ่ที่สุดในอุตสาหกรรม ให้บริการ 3G ครอบคลุมจำนวนประชากร 95% ของทั้งประเทศ

 

3. มีฐานลูกค้า 4G ที่มากที่สุดจำนวน 2.5 ล้านราย ในสิ้นปี 2558 และมีลูกค้า 60% จากจำนวนลูกค้าทั้งหมดที่ใช้บริการข้อมูล

 

Share this Article: