เมื่อ Cisco เปิดตัว Virtual Beacon โซลูชันสำหรับ Location-Based Service ในอาคาร

Cisco Virtual Beacon เป็นเทคโนโลยีสำหรับการระบุบอกตำแหน่งภายในอาคาร (In-door Location-Based Service) ซึ่งเป็นการทำงานผสานระหว่างฮาร์ดแวร์ (Beacon Point) ซอฟท์แวร์บนคลาวด์ (Cisco Connected Mobile Experiences; CMX) และ Mobile Development Kit (SDK) เพื่อ Engage กับลูกค้าผ่านแอพลิเคชันด้วยวิธีต่างๆ เช่นการส่งข้อความหรือโปรโมชันต่างๆ ไปหาลูกค้า (Proximity Notification Push) เพื่อให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์และตรงกับความต้องการและเหมาะสมกับบริบทสถานที่ของลูกค้า (Location-aware engagement) หรือการนำทางลูกค้าไปยังจุดต่างๆ ( navigator & way finding) ในอาคารเพื่ออำนวยความสะดวกและสร้างประสบการณ์ผู้ใช้ใหม่ๆ 

Cisco Beacon Point เป็น BLE array ระดับ Industry Grade ตัวแรกของ Cisco ที่มีเสาอากาศภายในถึง 16 เสา รองรับการจ่ายไฟผ่านสาย Eternet (PoE) โดย Beacon Point 1 ตัวสามารถจำลอง Virtual Beacon (ต่อไปนี้จะเรียกว่า ‘vBeacon’) ได้ถึง 8 ตัว โดยสามารถบริหารจัดการ vBeacon ผ่านซอฟท์แวร์แบบ subscription บนคลาวด์ที่ชื่อ CMX Cloud Beacon Center ผู้ใช้สามารถเข้าไปยังหน้า Dashboard เพื่ออัพโหลดแผนที่ในอาคารขึ้นไป จากนั้นวางตำแหน่ง Beacon Point ลงไปในแผนที่แล้วจึงสร้าง vBeacon ให้อยู่ในพื้นที่ที่ Beacon Point ครอบคลุม (2500 ตารางฟุต) รวมถึงกำหนดรายละเอียดต่างๆ ของ vBeacon ผู้ใช้สามารถสร้าง Zone ต่างๆ ในแผนที่สำหรับการทำ Data Analytic รวมถึงสามารถใช้ Path Editor สำหรับสร้าง Path เพื่อใช้นำทางสำหรับแอพฯ ประเภท way-finding ได้ นอกจากนี้ยังมีการนำ Machine Learning มาใช้สำหรับการคำนวณตำแหน่งของอุปกรณ์เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการระบุตำแหน่งอีกด้วย แต่น่าเสียดายที่ Beacon Point ไม่ปล่อยสัญญาณ Wi-Fi และยังไม่สามารถทำงานร่วมกับโซลูชันด้าน LBS ของ Cisco ( CMX ) รุ่นก่อนหน้านี้ได้

นักพัฒนาสามารถใช้ Cisco Virtual Beacon SDK เพื่อสร้างแอพลิเคชันทั้งบนแอนดรอย์และ iOS และใช้ Cisco Beacon API ในการรับส่งข้อมูลกับ Cloud CMX ของ Cisco ค่ะ Beacon Point รองรับ Apple iBeacon, AltBeacon และ Google EddyStone ( ซึ่งเราเคยกล่าวถึง EddyStone มาแล้วในบทความก่อนหน้านี้ )

จุดแข็งของ vBeacon คือการที่มันไม่ง้อแบตตอรี่ ( ซึ่งเป็นข้อเสียหลักของฮาร์ดแวร์ beacon ) อีกทั้งยังจัดการง่ายเมื่อมีการย้ายตำแหน่งหรือการปรับแต่ง ไม่ต้องกลัวใครแอบขโมยไปและทั้งหมดนี้สามารถบริหารแบบรวมศูนย์ได้ใน Dashboard เดียวค่ะ ซึ่งน่าจะมี Overhead แค่ตอน Deploy ครั้งแรกเท่านั้น

นับว่าเป็นเรื่องที่น่าจับตามองที่ผู้เล่นรายใหญ่อย่าง Cisco กระโจนเข้ามาร่วมในวงการ Beacosystem กับเขาด้วย ซึ่งผู้เล่นที่สตรองและน่าจับตามองในตลาดนี้คงหนีไม่พ้น Kontakt.io สตาร์ทอัพจากโปแลนด์ที่มีฮาร์ดแวร์ beacon ให้เลือกหลายแบบทั้ง BLE Beacon พร้อม Wi-Fi ในตัวรวมถึงมี USB Beacon ซึ่งเหมาะสำหรับใช้ต่อกับ PoS ใน retail ทั่วไป Kontakt.io เคลมว่าแบตตอรี่สามารถใช้งานได้สูงสุดถึง 5 ปีแล้วยังเปลี่ยนง่ายอีกด้วย ทั้งหมดนี้อยู่ในราคาที่ปุถุชนทั่วไปจับต้องได้มากกว่าเมื่อเทียบกับราคาแบบ Cisco’ ที่เน้นเจาะกลุ่มตลาดลูกค้า Big Name มากกว่า

vBeacon ของ Cisco อาจจะ disrupt วงการ Beacon ในระดับหนึ่ง แต่ถึงอย่างไรก็ตามผู้เขียนกลับมีความเชื่อว่าการอยู่รอด Beacon Platform นั้นขึ้นอยู่กับมันสมองของ Developer ในการสร้างสรรค์แอพฯ รวมถึงแผนการตลาดอันแยบยลและคอนเทนต์ที่ดึงดูดและเป็นประโยชน์แก่ลูกค้าจริงๆ

ถ้า Application ไม่ Sexy ต่อให้เทคโนโลยีหลังบ้านดีแค่ไหนก็ดับสนิทมานักต่อนักค่ะ :’)

 

Share this Article:

ADVERTISMENT