CAT เร่งขยายเคเบิลใต้น้ำ 5 พันล้าน เพิ่มอินเทอร์เน็ตเกตเวย์ คาดทันแผนดีเดย์เปิดบ.ลูก NGDC ปลายปีนี้

CAT เปิดเผยความพร้อมดำเนินการทันทีหลัง ครม.อนุมัติงบประมาณโครงการขยายอินเทอร์เน็ตเกตเวย์และเคเบิลใต้น้ำเชื่อมต่อระหว่างประเทศ คาดทันแผนดีเดย์เปิดบริษัทลูก NGDC ปลายปีนี้ พร้อมปรับวิสัยทัศน์บริษัทแม่ สู่ดิจิทัลเซอร์วิส รองรับการขับเคลื่อนนโยบาย Thailand 4.0

พ.อ.สรรพชัย หุวะนันทน์  กรรมการผู้จัดการใหญ่  บมจ. กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT เปิดเผยว่า CAT ซึ่งเป็นหน่วยงานดูแลด้านโครงข่ายระหว่างประเทศได้รับมอบหมายให้ดำเนินการโครงการขยายอินเทอร์เน็ตเกตเวย์และเคเบิลใต้น้ำเชื่อมต่อระหว่างประเทศ(ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE)) ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการสำคัญที่รัฐบาลกำลังเร่งผลักดันให้เกิดการพัฒนาตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 โดยในส่วนการขยายเคเบิลใต้น้ำ กระทรวงดีอีได้นำเสนอให้ CATและกระทรวงฯสามารถเบิกจ่ายแทนกันได้   ซึ่งกระทรวงดีอีนำเสนอ ครม.เห็นชอบในวันนี้ (1 ส.ค.60) CAT ได้เตรียมงานล่วงหน้าบางส่วนและเชื่อมั่นว่าจะสามารถดำเนินการได้ทันตามกำหนดเวลา   

โครงการขยายอินเทอร์เน็ตเกตเวย์ฯ  ในงบประมาณ 5 พันล้านบาท  ประกอบด้วย 3 กิจกรรม ได้แก่

1. การขยายโครงข่ายบนบกเพิ่มช่องทางเชื่อมโยงไปสู่เพื่อนบ้าน เช่น  ลาว กัมพูชา พม่า มาเลเซีย   

2. การขยายเส้นทางเชื่อม Backhaul ในประเทศ  ระหว่างสถานีเคเบิลใต้น้ำซึ่งเป็นจุดขึ้นบกหลัก คือศรีราชา สงขลา สตูล  ซึ่งเป็นการเพิ่ม  Capacity  ศักยภาพการเชื่อมโยงภายในประเทศเพื่อรองรับทราฟิกให้สอดคล้องกับการขยายช่องทางระหว่างประเทศ

3. การสร้างเคเบิลใต้น้ำระหว่างประเทศ(เส้นใหม่) ไทย-ฮ่องกง  

“สองกิจกรรมแรก CAT จะเริ่มดำเนินการได้ทันทีเพราะเป็นการขยายเส้นทางในประเทศที่เราทำได้เอง ส่วนการสร้างเคเบิลใต้น้ำเส้นใหม่ไทย-ฮ่องกงนั้นมีการเจรจาหลายฝ่าย  เบื้องต้น CAT ได้เริ่มเจรจาหลักการกับพาร์ทเนอร์ในจีน และพร้อมจะขยายการเจรจาเชิญชวนประเทศอื่นที่อาจสนใจร่วมเป็นภาคีในการจัดสร้างเคเบิลใต้น้ำไทย-ฮ่องกงร่วมกัน เช่น กัมพูชา เวียดนาม ฯลฯ”

สำหรับขั้นตอนหลังจากที่ประชุม ครม.มีมติอนุมัติแล้ว  CAT จะทำ TOR ตามราคากลางผ่านคณะกรรมการพิจารณางบประมาณ และคณะกรรมการบริษัทชุดใหญ่ และขออนุมัติให้ซื้อจ้างตามระเบียบต่อไป  โดยมีเวลาประมาณ 2 เดือน สิงหาคม-กันยายน ในการดำเนินกระบวนการทั้งหมดนี้ให้เสร็จสิ้นก่อนตุลาคมเพื่อให้บริษัท NGDC สามารถเริ่มทำงานเต็มรูปแบบทันในวันที่ 1 พฤศจิกายน  ซึ่งคาดว่าจะสามารถทำแผนการเบิกจ่ายงวดแรกได้ตามกำหนด จัดตั้งบริษัทลูก NGDC เตรียมเปิดเป็นทางการพฤศจิกายนนี้ 

พ.อ.สรรพชัย กล่าวต่อไปว่า  CAT ได้เตรียมจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท NGDC ภายในสัปดาห์หน้า  ทั้งนี้เป็นการดำเนินการเบื้องต้นตามมติ คนร.  โดยรายละเอียดขั้นตอนต่อไปนั้นยังคงอยู่ระหว่างรอบริษัทที่ปรึกษาทั้งด้านบุคลากรและการประเมินมูลค่าทรัพย์สิน  โมเดลธุรกิจ และการศึกษาความเป็นไปได้ของธุรกิจ ซึ่งทั้งหมดต้องศึกษาลงลึกในรายละเอียด  เช่น ที่มาของเงินทุนซึ่งธุรกิจเคเบิลใต้น้ำต้องใช้เงินลงทุนสูง รวมทั้งเงื่อนไขที่จะเสนอรัฐบาลช่วยสนับสนุน ฯลฯ ทั้งนี้  CAT จะสรุปผลการศึกษาทั้งหมดนำเสนอ ครม.ก่อนเดือนตุลาคม 2560 เพื่อให้สอดคล้องกับแผนธุรกิจและมีกำหนดเปิดดำเนินการ NGDC เต็มรูปแบบในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560     

“ระหว่างรอผลการศึกษา CAT ได้เริ่มดำเนินงานช่วง Interim ทำธุรกิจในส่วนที่เป็น NGDC ให้แยกเป็นอิสระ ซึ่งหลังจดทะเบียนบริษัทเรียบร้อยจากนี้จะมีการแต่งตั้ง CEO รักษาการเพื่อดูแลภาพรวม NGDC พร้อมกับตั้งคณะกรรมการบริษัทซึ่งจะเริ่มการสรรหา CEO จริงและรับสมัครพนักงานเข้าสู่ NGDC ต่อไป  กระบวนการทั้งหมดนี้จะเสร็จสิ้นในเดือนตุลาคม”

ปัจจัยบวก NGDC 

พ.อ.สรรพชัย กล่าวต่อไปว่าปัจจัยที่จะทำให้ NGDC ประสบความสำเร็จมีสมมติฐานคือ   1.จำนวนพนักงานพอเหมาะ  2. พนักงานมีประสิทธิภาพจากการคัดเลือกสรรหา 3. มูลค่าทรัพย์สินที่ไปสามารถแข่งขันในตลาดได้  4.ประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ   

“การสนับสนุนจากภาครัฐจะช่วยให้บริษัทดำเนินธุรกิจได้ต่อเนื่องได้ในช่วงแรก โดยเมื่อหน่วยงานภาครัฐหลายหน่วยงานต้องใช้บริการธุรกิจคลาวด์อยู่แล้วอาจสามารถพิจารณาให้ภาครัฐเหล่านี้ไม่ต้องลงทุนเองโดยมาใช้ทรัพยากรของ NGDC ในสัดส่วนหนึ่ง โดยการสนับสนุนเหล่านี้อยู่ระหว่างการศึกษาเพื่อสรุปเสนอ ครม.พิจารณาซึ่งหากทั้งหมดทำได้สอดคล้องไปพร้อมๆกันจะหนุนให้ธุรกิจใหม่ไปต่อได้  ขณะที่หากการสนับสนุนไม่เกิดตามที่ตั้งไว้ Business Model จะเปลี่ยนไปอีกแบบ” 

ปรับจุดยืน-วิสัยทัศน์บริษัทแม่ (CAT Holding)

พ.อ.สรรพชัย ยังได้เผยถึงการปรับตัวของ CAT หลังการปรับเปลี่ยนโครงสร้างใหม่เป็น CAT Holding ว่าจากเดิมที่ธุรกิจของ CAT วางจุดแข็งที่โครงสร้างพื้นฐานเป็นหลัก ปีหน้าจะปรับเปลี่ยนมุ่งเน้นธุรกิจด้านดิจิทัลเซอร์วิสมากขึ้น เช่น บริการ IoT และ Smart Solutions โดยเน้นบริการอัจริยะสำหรับสมาร์ทซิตี้เพื่อรองรับการพัฒนาประเทศไทยที่สอดคล้องตามนโยบายThailand 4.0 

“แนวโน้มธุรกิจโทรคมนาคมด้านโครงสร้างพื้นฐาน วันนี้ทุกรายทำได้เพียงลดราคาแข่งกันเท่านั้นโดยที่ไม่ได้มอบประสบการณ์ที่แท้จริงให้กับลูกค้า อนาคตของเราจะไปโฟกัสตรงนั้นมากขึ้น”  

Share this Article:

ADVERTISMENT