CAT จับมือ PLANETCOMM เริ่มโครงการต้นแบบเพื่อปรับปรุงระบบกล้องวงจรปิดทั่วประเทศ

ความร่วมมือในโครงการต้นแบบเพื่อบูรณาการกล้องโทรทัศน์วงจรปิด เกิดขึ้นจากที่ในประเทศไทยมีการติดตั้งระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิดทั้งแบบอนาล็อกเดิม และแบบดิจิตอลที่ใช้สัญญาณ IP ทั้งในภาคเอกชนและภาครัฐเป็นจำนวนมาก โดยการติดตั้งกล้องทั้ง 2 ระบบ จะควบคุมการใช้งานแยกส่วนกัน และไม่สามารถนำมาใช้งานร่วมกันให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้ เนื่องจากมีระบบบันทึกภาพและระบบวิเคราะห์ ตรวจจับพฤติกรรมที่ผิดปกติเป็นคนละภาคส่วน หรือต่างหน่วยงานกัน 

 

CAT และ PLANETCOMM  จึงร่วมกันรวมระบบการทำงาน(บูรณาการ) ของกล้องโทรทัศน์วงจรปิด โดย CAT นำความพร้อมในด้านโครงสร้างพื้นฐานของโครงข่ายสื่อสารโทรคมนาคมและบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ และมีประสบการณ์ทั้งในการติดตั้งระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิดและสายสัญญาณมาผนวกระบบ Hybrid Video Analytics ผลิตภัณฑ์ C3S ซึ่งเป็นระบบวิเคราะห์ภาพปัญญาประดิษฐ์ สำหรับใช้วิเคราะห์ข้อมูลภาพจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดที่ PLANETCOMM จัดทำขึ้นเพื่อทำให้เกิดการรวบรวมข้อมูลภาพเคลื่อนไหวและภาพนิ่ง จากระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิดทั้งเก่าและใหม่ ซึ่งในการบูรณาการการทำงานของกล้องโทรทัศน์วงจรปิดในครั้งนี้ จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการใช้งานกล้องโทรทัศน์วงจรปิดเพื่อการป้องกัน แจ้งเตือนล่วงหน้า หรือคาดการณ์ล่วงหน้า หรือตรวจจับบุคคลต้องสงสัยได้เต็มประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

 

สาธิต รัฐเลิศกานต์ รองกรรมการผู้อำนวยการฝ่ายขาย บริษัท แพลนเน็ต คอมมิวนิเคชั่น เอเชีย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปัจจุบันแนวทาง SMART CITY ที่คาดว่าจะมีการนำมาใช้ในเมืองต่างๆ มากขึ้น ซึ่งระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด เป็นส่วนหนึ่งที่นำมาใช้ในการตรวจตรา เฝ้าระวัง หรือเรียกดูย้อนหลังในเหตุการณ์ต่างๆ หรือการก่อการร้าย หรืออาชญากรรม ทาง PLANETCOMM เห็นว่าการเพิ่มประสิทธิภาพการวิเคราะห์พฤติกรรมผิดปกติ ที่บริษัทฯ กำลังดำเนินการในโครงการต้นแบบกับทาง CAT ที่เรียกว่า ระบบวิเคราะห์พฤติกรรมที่ผิดปกติแบบปัญญาประดิษฐ์ (Hybrid Video Analytic) (HVA) น่าจะเสริมประสิทธิภาพและสร้างความคุ้มค่าให้กับระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิดที่มีติดตั้งใช้งานอยู่แล้วให้เต็มประสิทธิภาพรวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพในการแจ้งเตือนล่วงหน้า ไม่ว่าจะเป็นยานพาหนะ, พฤติกรรมของบุคคล, การตรวจจับวัตถุต้องสงสัย, ลักษณะการเคลื่อนไหวหรือทิศทางที่ผิดปกติ ให้ศูนย์เฝ้าระวังทาง CAT รวมทั้งบูรณาการทั้งระบบกล้องฯ ที่มีอยู่ในภาคเอกชนและภาครัฐทั้งระบบเดิมและระบบใหม่ต่อไปในอนาคต

“การปรับตั้งค่าการวิเคราะห์ข้อมูลของกล้องของเราต่างจากเดิมที่วิเคราะห์ในลักษณะของ Rule-based มาใช้ระบบ AI ที่มีความฉลาดมากขึ้นและวิเคราะห์ได้ละเอียดมากขึ้น ผลที่ได้คือเพิ่มประสิทธิภาพการแจ้งเตือนล่วงหน้า ไม่ต้องตามแก้หลังเกิดปัญหา เริ่มต้นได้ลงแอปพลิเคชั่น Hybrid Video Analytics (HVA) ในระบบของ CAT ซึ่งได้ทดสอบการใช้งานเรียบร้อยแล้ว  ต่อไปเราจะเลือกกลุ่มเป้าหมายหน่วยงานภาครัฐ/เอกชนเพื่อร่วมกันในการทดลองใช้งานแอปพลิเคชั่นดังกล่าวบนระบบของ CAT หากโครงการนี้ประสบความสำเร็จจะสามารถเพิ่มประโยชน์การใช้ข้อมูลจากกล้องได้มากขึ้น โดยเฉพาะจุดที่ให้ความสำคัญมากคือการตรวจจับความเคลื่อนไหวหรือพฤติกรรมที่ผิดปกติและแจ้งเตือนล่วงหน้า”

 

 

ดร. วิชัย ดีเจริญกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบริการและบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า CAT เปิดเผยว่า CAT เล็งเห็นถึงบทบาทของเทคโนโลยีดิจิทัลที่ได้เข้ามาปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตของผู้คน จึงอยากนำศักยภาพการให้บริการโครงข่ายสื่อสารโทรคมนาคมที่มีมาร่วมกับพันธมิตร เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพของนวัตกรรม ตลอดจนบริการในรูปแบบต่างๆ ให้ได้มาตรฐานที่ดียิ่งขึ้น โดย CAT จะให้ PLANETCOMM เข้าติดตั้ง ระบบ HVA ในServer และ Storage ในที่ทำการ ณ อาคาร CAT Tower บางรัก และในส่วนกลางที่ถนนแจ้งวัฒนะ และในพื้นที่อื่นตามที่กำหนด ทั้งนี้ CAT จะจัดหา Server และ Storage สำหรับการใช้งานให้เพียงพอกับความต้องการทางเทคนิค รวมถึงจัดเตรียมพื้นที่หรือ Rack Cabinet ในการวางอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง

 

“ปัจจุบันทุกหน่วยงานมีกล้อง CCTV การบูรณาการข้อมูลร่วมกันทำได้ไม่ง่าย โครงการนี้จึงเป็นโครงการสำคัญที่จะนำสู่การต่อยอดบูรณาการ CCTV ในภาพรวม อีกทั้งเป็นการสนับสนุนนโยบายด้าน Big Data ที่กระทรวง DE พยายามทำอยู่ และสอดคล้องกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ที่มุ่งพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และประเทศชาติ โดยมี CAT เป็นผู้ให้บริการหลักมีโครงสร้างโทรคมนาคมพื้นฐานทั้งในและระหว่างประเทศ ได้นำทรัพยากรที่มีร่วมกับความสามารถด้านแอปพลิเคชันของพาร์ทเนอร์ เพื่อพัฒนาต่อยอดบูรณาการสู่ CCTV ตอบสนองโจทย์ของหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนที่ต้องการใช้งานกล้องCCTV ให้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งโครงการนี้จะต่อยอดความร่วมมือทางธุรกิจต่อไป”

 

สำหรับส่วนสำคัญที่สุดของ CAT ในการจัดทำโครงการต้นแบบนี้คือการรับหน้าที่หลักในการเชื่อมต่อระบบเครือข่ายจากตัวกล้องวงจรปิดของลูกค้าในโครงการต้นแบบมายังห้องติดตั้งอุปกรณ์ เพื่อเชื่อมต่อเข้ากับระบบ HVA โดยจะมีการมอนิเตอร์การเชื่อมต่อระบบตลอดเวลา 24 ชั่วโมง เพื่อแก้ไขปัญหาในกรณีที่กล้องวงจรปิดที่เชื่อมต่อหรือระบบ HVA ไม่สามารถใช้งานได้ ให้กลับมาใช้งานได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

 

Share this Article: