มาปิดฟีเจอร์ Autofill บนเบราว์เซอร์เพื่อความปลอดภัยที่มากขึ้นในการท่องอินเตอร์เน็ต

เคยสังเกตไหมคะ? ว่าในบางครั้งขณะที่เรากรอกข้อมูลลงในฟอร์มบนเว็ปไซต์ต่างๆ ในอินเตอร์เน็ตด้วยเว็ปเบราว์เซอร์ที่เราใช้เป็นประจำ เมื่อเรากรอกแบบฟอร์ม เช่นฟอร์มสำหรับจัดส่งสินค้าตอนที่เราเลือกซื้อสินค้าออนไลน์ บางครั้งเพียงแค่เราเริ่มกรอกชื่อ นามสกุล เพียงเท่านี้ฟิลด์อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นที่อยู่ รหัสไปรษณีย์ อีเมลล์ เบอร์โทรศัพท์หรือแม้กระทั่งเลขบัตรเครดิตก็จะถูกเว็ปเบราว์เซอร์กรอกฟิลด์ต่างๆ เหล่านี้ให้โดยอัตโนมัติ โดยข้อมูลที่ถูกกรอกเองเหล่านี้มักเป็นข้อมูลที่เราใช้ซ้ำๆ หรือนำไปใช้กับหลายๆ เว็ปไซต์มาก่อนหน้านี้และเว็ปบราวเซอร์ทำการจดจำข้อมูลเหล่านี้ไว้ เพื่อช่วยลดเวลาในการกรอกข้อมูลลง ซึ่งเราเรียกฟีเจอร์นี้ว่า ‘Autofill’ ค่ะ

Autofill เป็นอะไรที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้ ยิ่งต้องกรอกข้อมูลยาวๆ บนโทรศัพท์มือถือหรือแทปเล็ตที่มีแป้นพิมพ์ขนาดเล็กฟีเจอร์ที่ว่านี้ช่วยลดเวลาได้มากและทุกเบราว์เซอร์จะมีฟีเจอร์ที่ว่านี้แถมมาด้วยและถูกเปิดใช้โดยปริยายค่ะ

เท่าที่อ่านมามันก็ดูมีประโยชน์ดี แล้วทำไมเราถึงต้องปิดฟีเจอร์ที่ว่ามานี้กันล่ะ?

เมื่อไม่นานมานี้นักพัฒนาเว็ปไซต์และนักเจาะระบบชาวฟินแลนด์ชื่อนาย Viljami Kuosmanen ได้โพสต์ลงบนทวิตเตอร์ถึงความไม่ปลอดภัยของฟีเจอร์ Autofill ว่ามีความเสี่ยงที่ผู้ใช้จะถูกขโมยข้อมูลโดยไม่รู้ตัวถ้าเผลอไปกรอกฟอร์มบนเว็ปไซต์ปลอม (Phishing) หรือเว็ปไซต์ที่มีแบบฟอร์มให้กรอกข้อมูลซึ่งเว็ปไซต์เหล่านี้อาจมีวัตถุประสงค์ร้ายในการขโมยข้อมูลอื่นๆ ไปด้วยโดยที่ผู้กรอกข้อมูลไม่ทันรู้ตัว โดยได้ทำการสร้างเว็ปไซต์ขึ้นมา demo เพื่อให้เห็นถึงความเสี่ยงที่เราอาจจะถูกขโมยข้อมูลเพราะฟีเจอร์ Autofill

เว็ปไซต์ Phishing เหล่านี้จะซ่อนแบบฟอร์มอื่นๆ ที่เรามองไม่เห็นเอาไว้ เช่นอาจจะมีฟิลด์สำหรับกรอกอีเมลล์เพียงอย่างเดียว แต่ทันทีที่เรากรอกอีเมลล์ข้อมูลอื่นๆ ที่เราใช้ควบคู่กับอีเมลล์บ่อยๆ นี้ก็จะถูกกรอกไปด้วยโดยที่เราไม่รู้ตัว! เว็ปเหล่านี้มักจะหลอกล่อผู้ใช้ด้วยซอฟท์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์หรือไฟล์ต่างๆ ที่ผู้ใช้ต้องทำกรอกข้อมูลไปก่อนถึงสามารถโหลดไฟล์ได้ ซึ่งนอกจากจะไม่ได้ไฟล์หรือได้ไฟล์ที่ติดไวรัสหรือแถมซอฟท์แวร์อื่นๆ ที่ไม่ต้องการแล้วลบยังไงก็ไม่ออกมาแล้ว ผู้ใช้ยังอาจโดนขโมยข้อมูลอื่นๆ ที่ไม่ได้ตั้งใจกรอกลงไปด้วย

ซึ่งกันไว้ดีกว่าแก้ค่ะ เรามา ‘Disable’ ฟีเจอร์ที่ว่ามานี้บนแต่ละบราวเซอร์กันค่ะ ซึ่งทำได้ง่ายและใช้เวลาเพียงเล็กน้อยเท่านั้นค่ะ

Chrome

เข้าไปที่เมนูการตั้งค่า  ตรงบริเวณมุมขวาบนไปที่ 'Settings' แถบด้านล่างสุดคลิ๊กที่ ‘Show advanced settings…’ เลื่อนลงมาที่หมวด 'Passwords and Forms' จากนั้นเอาติ๊กถูกออกจาก ‘Enable Autofill to fill out web forms in a single click.’

Safari

 เข้าไปที่เมนูการตั้งค่ารูปเฟืองบริเวณมุมขวาบน เลือก 'Preferences…' จากนั้นในแถบ Autofill เอาติ๊กถูกออกค่ะ

Firefox

เข้าไปที่เมนูการตั้งค่า   บริเวณมุมขวาบนของจอจากนั้นเลือก Option จากนั้นในแถบทางซ้ายมือเข้าไปที่หมวด Privacy ดูที่หัวข้อ History จะมีปุ่ม dropdown ให้เราเลือก ‘Use custom settings for history’ จากนั้นนำติ๊กถูกที่หัวข้อ ‘Remember search and form history’ ออกค่ะ

Edge

เข้าไปที่เมนูการตั้งค่า  บริเวณมุมขวาบนของจอเลือก ‘Settings’ จากนั้นเลื่อนลงมาจนเจอปุ่ม ‘Advanced Settings’ แล้วกดเข้าไปค่ะ ที่หมวด Privacy and Services ในหัวข้อ ‘Save form entries’ ให้ทำการ ‘Off’ ค่ะ

Internet Explorer

เข้าไปที่เมนูการตั้งค่ารูปเฟือง   บริเวณมุมขวาบน จากนั้นเลือก Internet Option จากนั้นเลือกแถบ Content ที่หมวด AutoComplete กดที่ปุ่ม Settings จากนั้นนำติ๊กถูกตรงหน้า 'Form' หรือชื่อฟิลด์ต่างๆ ที่ไม่ต้องการออกให้หมดค่ะ

จะเห็นว่าการปิดฟีเจอร์ Autofill นั้นทำได้ไม่ยากเลยแต่ข้อมูลของเราจะปลอดภัยหรือไม่นั้นอยู่ที่สติในการใช้อินเตอร์เน็ตล้วนๆ เลยค่ะ ก่อนจะกรอกข้อมูลลองคิดทบทวนสักนิดว่าเว็ปไซต์ที่เรากรอกข้อมูลนั้นน่าเชื่อถือและมีความปลอดภัยหรือไม่ (HTTPS) ก่อนที่ให้ข้อมูลของเราไปค่ะ เพราะว่าถ้าเราเผลอให้ข้อมูลอะไรกับใครบนอินเตอร์เน็ตไปแล้วทันทีที่กด Submit ไปแล้วไม่มีโอกาสให้เรากด Undo แล้วนะ! ของฟรีไม่มีในโลกค่ะ ยิ่งในยุคที่ข้อมูลส่วนบุคคลกลายเป็นสินค้าที่ซื้อมาขายไปได้ เรายิ่งต้องระวังตัวให้มากขึ้นค่ะ!

Share this Article:

ADVERTISMENT