Bitcoin, Ethereum, Ripple ปรับตัวรับ GDPR ทำระบบ E-mail ไม่อนุญาตใช้งานผ่านบุคคลที่ 3

สิ่งที่ชาวโลกต้องเรียนรู้ใหม่กับการใช้งานข้อมูลส่วนบุคคล ให้สอดคล้องกับ GDPR กับการให้บริการ Blockchain นับเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบ 20 ปี ซึ่งทั่วโลกสัมผัสได้ถึงการที่ผู้ให้บริการ Google หรือ Facebook ได้ส่งอีเมล์เกี่ยวข้องกับนโยบายใหม่ 
 

ซึ่งผู้ใช้บริการในประเทศไทยก็ได้รับบริการลักษณะนี้เช่นเดียวกัน ผ่านทางกล่องข้อความ E-Mail หรือการขึ้นแสดงข้อความ POP UP บนหน้าจอสมาร์ทโฟน

ผลกระทบดังกล่าวทำให้ต้องพึ่งการใช้งาน Blockchain ซึ่งมีศักยภาพอันมหาศาลในการจัดการข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งรวมกับข้อมูลของลูกค้า ให้สอดคล้องกับกฏหมาย GDPR เช่น
 
1. เว็บไซต์ต่างๆ หากต้องการข้อมูลส่วนบุคคล ต้องขออนุญาตรายครั้งและขอสม่ำเสมอ หากใช้งานเสร็จสิ้นตามวัตถุประสงค์ที่ขอ ต้องทำการลบข้อมูลทิ้งทันที
 
2.ผู้ใช้บริการมีสิทธิที่จะขอยกเลิกการให้ข้อมูลในขณะนั้น และสั่งลบข้อมูลทันที


 
หากไม่ปฏิบัติตามก็จะมีการลงโทษอย่างรุนแรงทั้งการปรับเงินขั้นต่ำที่ 20 ล้านยูโร หรือ รายได้รวม 4% จากยอดขายทั่วโลก
 
ซึ่งทางรัฐบาลมีการป้องกันหลังจากที่มีข่าวฉาว กรณีที่ Edward Snowden โดยการสอดแนมข้อมูลความเป็นส่วนตัวในปี 2013 เป็นต้นมา
 
สำหรับปัญหาใหญ่ในการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคล GDPR กับบริการของ Facebook และ google มีขอบเขตที่กว้างกว่าข้อกำหนดของ GDPR
 
 
ข้อมูลส่วนบุคคลกับบริการ Blockchain
 
 
ผู้ให้บริการทั้ง facebook และ google หรือผู้ให้บริการอื่นๆ จะทำการกระจายเซิฟเวอร์ ไปหลายๆ โหมดซึ่งแตกต่างจากเซิฟเวอร์ในอดีต ที่เก็บข้อมูลไว้ที่ส่วนกลาง ควบคุมโดยผู้ใช้บริการต่างๆ ยินยอมในการเปิดเผยข้อมูลให้บุคคลอื่นๆ ได้เห็นใน New Feed



การให้บริการทางการเงิน Blockchain กับ GDPR
 
จากการซื้อขายสกุลเงินดิจิตอล ICOs กำลังพิจารณาทางเทคนิคที่ลดการล้วงข้อมูลส่วนบุคคล และการบริการ Blockchain มากเกินไป เช่น
 
1. การที่ข้อมูลส่วนบุคคลอยู่ในระบบ Cloud หรือ ระบบออนไลน์ ผู้ใช้อาจหลงลืม ดังนั้นผู้ให้บริการระบบการเงิน
ดิจิตอบ สกุลเงินต่างๆ ทั่วโลก ต้องปรับปรุงข้อมูลให้ไม่สามารถตรวจเช็คข้อมูลย้อนหลังหรือลบข้อมูลตามคำสั่งของผู้ใช้บริการเท่านั้น
 
2. องค์กรที่เกี่ยวข้องในการควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลที่ต้องปฏิบัติการตามกฎของ GDPR ต้องกระจายอำนาจ Blockchian ไม่ให้มีผู้ใดควบคุมข้อมูลดังกล่าวได้


 
ซึ่งการแก้ไขปัญหาที่กล่าวมาข้างต้นนั้น อาจจะต้องใช้ระยะเวลาหลายปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องให้สมาชิกสภานิติบัญญัติของยุโรป ออกข้อกำหนดพระราชบัญญัติสำหรับการใช้เทคโนโลยี Blockchain ให้มีความเหมาะสมกับ กฎหมาย GDPR แบ่งเป็น
 
1. การถือครองข้อมูลจัดเก็บแบบไร้สาย
 
2. การเข้ารหัสข้อมูลนอกเครือข่าย
 
3. การเข้าถึงข้อมูลนอกเครือข่าย
 
4. การจัดเก็บสินค้าและบริการ เช่น ข้อมูลการซื้อขายสกุลเงินดิจิตอล เป็นต้น
 
5. การรักษาความปลอดภัยสินค้าหรือบริการ เช่น ข้อมูลการซื้อขายสกุลเงินดิจิตอล เป็นต้น
 
6. การขอสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ในบริการอื่นๆ
 
 
 
เมื่อละเมิดกฎบัญชี Facebook จะโดนลบหรือไม่?
 
ปัญหาอยู่ที่การพยายามปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการเป็นเรื่องของนโยบาย กฎระเบียบเป็นแบบย้อนหลัง จีดีพีอาร์มีเฉพาะหลังจากมีการละเมิดข้อมูลที่สูงที่สุดบางส่วนเกิดขึ้นแล้ว
 
สหภาพยุโรปและรัฐบาลของประเทศสมาชิกไม่สามารถเข้าสู่กล่องดำของมาตรการด้านความปลอดภัยทางอินเทอร์เน็ตที่ใช้โดย Facebook หรือ Google พวกเขาไม่สามารถควบคุมความกว้างใหญ่ของเว็บเพื่อให้แน่ใจได้ว่าการปฏิบัติตามข้อกำหนดของ GDPR


 
ข้อมูลส่วนบุคคลและ Blockchain
 
หลายคนในชุมชน blockchain ชี้ให้เห็นว่าการใช้ blockchain อาจทำให้เรื่องอื้อฉาวของ Analytica / Facebook / Cambridge เกิดขึ้นได้ในตอนแรก
 
ข้อมูลที่เก็บไว้ใน blockchain ที่กระจายไปในลักษณะเซิร์ฟเวอร์ย่อยๆ กระจายไปทั่วโลก หลายแห่งจะไม่ถูกแฮ็ก
น้อยกว่าที่เก็บไว้ในเซิร์ฟเวอร์ส่วนกลาง
 
สิ่งที่ต้องปรับเปลี่ยนระหว่าง Blockchain กับ GDPR
 
กฎระเบียบเกี่ยวกับการปิดกั้นวันที่ได้รับส่วนใหญ่เกี่ยวกับระเบียบทางการเงินของ ICOs และการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล อย่างไรก็ตามในขณะที่สิ่งต่างๆเกิดขึ้น GDPR ได้สร้างความขัดแย้งกับข้อมูลส่วนบุคคลและ blockchain
 
กฎหมายได้รับการเขียนขึ้นโดยคำนึงถึงการสื่อสารออนไลน์และการจัดเก็บข้อมูลแบบคลาวด์ ดังนั้นจึงรวมถึงกฎที่ชัดเจนเกี่ยวกับสิทธิ์ของผู้ใช้ที่จะถูกลืมโดยการลบข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ร้องขอ ปัญหานี้แสดงถึงปัญหาความไม่ต่อเนื่องของ blockchain โดยที่เราไม่สามารถย้อนเวลาและลบข้อมูลได้เมื่อมีการบันทึก
 
นอกจากนี้ GDPR ต้องการให้องค์กรต่างๆมีตัวควบคุมข้อมูลเพื่อจัดการกับคำขอของผู้ใช้ดังกล่าว ในฐานะที่เป็นฐานข้อมูลแบบกระจายอำนาจ blockchain ไม่มีบุคคลใดควบคุมข้อมูลได้ ใครสามารถใช้คำสั่งดังกล่าวกับผู้ที่ต้องการได้?


 

การให้บริการ GDPR และ CryptCurrency
 
การให้บริการ CryptCurrency ซึ่งเป็นการแลกเปลี่ยนกระเป๋าเงินแบบดิจิตอล เชื่อได้ว่าผู้ให้บริการหลายสกุลเงิน Bitcoin, Ethereum, Ripple เป็นต้น ได้ส่งอีเมลล์เพื่อแนะนำการแก้ไข เกี่ยวข้องกับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลให้ตรงกับข้อมูลส่วนบุคคล GDPR ทั้งการเคลื่อนย้ายข้อมูลหรือลบข้อมูล ต้องทำอยู่ในบัญชีเดียวเท่านั้น นอกจากนี้ เครื่องมือแสดงข้อมูลส่วนบุคคล ทุกระบบจะเชื่อมมาอยู่ในจุดๆ เดียว เพื่อให้ข้อมูลส่วนบุคคลเหล่านี้ ผู้ใช้บริการสามารถควบคุมและประมวลผลได้ด้่วยตัวเอง ซึ่งจะไม่ถูกรวบรวมไปเพื่อการสร้างรายได้และการโฆษณา นอกจากนี้ยังป้องกันบุคคลที่สาม ที่จะเข้ามาสวมสิทธิ์การทำธุรกรรมส่วนบุคคล
 
ในขณะที่ผู้ให้บริการสามารถทำธุรกรรมกับพันธมิตรบางราย โดยไม่ต้องคำนึงถึงสถานที่การออกคำสั่งการใช้งานบริการทางการเงิน แบ่งการดำเนินการคือ

1.การใช้นโยบายส่วนบุคคลในประเทศอังกฤษและสหรัฐอเมริกา กลุ่มประเทศเหล่านี้อนุญาตให้บุคคลที่สามสามารถร่วมทำรายการได้

2. แต่ในกรณีที่ผู้ใช้อยู่ในสหภาพยุโรป จะสามารถเข้าถึงสิทธิส่วนบุคคลได้เท่านั้น ( พันธมิตรหรือบุคคลที่สาม ไม่มีสิทธิใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของเราอย่างแน่นอน )


ข้อมูล   cointelegraph  blockexplorer  CryptoRendered  CryptoRendered  venturebeat  cryptocomes coincentral bebee



Share this Article:

ADVERTISMENT