Bell Labs Consulting Report เผย ความต้องการเข้าถึงเนื้อหาดิจิตัลและการใช้งานเครือข่ายสูง บูมสุดๆในปี 2563

Bell Labs Consulting Report ของ Nokia ระบุระบบเครือข่ายจะช่วยให้ความต้องการใช้ดิจิทัลทุกที่ในอนาคต (Digital Future Anywhere) ของมนุษยชาติสามารถเป็นจริงได้บางส่วนในปี 2563 

จะเห็นได้ว่า ความต้องการในการเสพย์ข้อมูลบนโลกดิจิทัลสูงมาก หลายคนพูดถึงปี 2563 กับความต้องการของมนุษย์ที่ไม่มีที่สิ้นสุด โดยเฉพาะสื่อในโลกดิจิตัลทุกวันนี้ 

Bell Labs Consulting Mobility Report สร้างแบบจำลองพฤติกรรมในอนาคตของคนเราว่าจะผลักดันความต้องการด้านโมบายอย่างไรภายในปี 2563 และผู้ให้บริการการสื่อสารไร้สายควรตอบสนองอย่างไร

อย่างที่เราทราบกันดีว่า ตอนนี้คนใช้ออนไลน์เยอะ ใช้ดิจิตัลเยอะมาก ความเร็วสูงขึ้น ความต้องการมากขึ้น แต่อย่าลืมว่า ความต้องการของคนเราไม่สิ้นสุด ต่อไปความต้องการจะล้นทะลัก อนาคตผู้ให้บริการต้องปรับตัว (อีกรอบ)

·  ทราฟฟิคของออดิโอและวิดีโอสตรีมมิ่งจะมีสัดส่วนเป็น​ 4 ถึง 5 ส่วนของทราฟฟิคที่เพิ่มขึ้นในปี 2563

· อุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงค์ (IoT) อาจมีจำนวนสูงถึง 46 พันล้านภายในปี 2563 และจะส่งผลกระทบต่อวิธีการจัดการเครือข่าย

· ในปี 2563, 81 เปอร์เซ็นต์ของความต้องการในการสื่อสารทั่วโลก จะเป็นการใช้เทคโนโลยี Wi-Fi และการสื่อสารไร้สาย อีก 19 เปอร์เซ็นต์จะยังไม่ได้รับการตอบสนอง

· เพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายความต้องการใช้งานเครือข่ายในปี 2563 ผู้ให้บริการต้องเร่งเส้นทางสู่การให้บริการเทคโนโลยี5G และคลาวด์

อ่านดูแล้ว 5G และ Cloud จะตอบสนองผู้คนได้ แต่ระบบไร้สายเองก็เป็นที่ต้องการมาก ข้อมูลจาก Bell Labs Consultingซึ่งเป็นแผนกหนึ่งของ Nokia โดย Bell Labs ระบุว่า ความต้องการเข้าถึงเนื้อหาข้อมูลผ่านอุปกรณ์ไร้สายของทั้งภาคธุรกิจและผู้บริโภคที่ถาโถมกันเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นที่บ้านหรือในขณะเดินทาง จะแซงหน้าความสามารถของผู้ให้บริการที่จะตอบสนองได้ นอกเสียจากว่าผู้ให้บริการจะเร่งการลงทุนในเทคโนโลยี

เห็นข้อความที่เน้นแล้ว ทำให้เราต้องมองไปถึงปี 2563 ไม่ใช่แค่การวิเคราะห์หรือคาดการณ์ แต่ตอนนี้ ใกล้เป็นจริงแล้ว เช่น 5G และ​ Cloud รายงานนี้มุ่งเน้นไปที่ระบบเครือข่ายไร้สายในอนาคตที่จะตอบสนองดิจิทัลยุคใหม่ ด้วยการนำเสนอมุมมองที่ไม่เหมือนใครในเรื่องของความต้องการที่แท้จริงของขีดความสามารถของระบบไร้สายจากปัจจุบันจนถึงปี 2563

 

รายงานทำการวิเคราะห์ซึ่งรวมถึงความต้องการเนื้อหาและบริการด้านดิจิทัลในอนาคต แทนที่จะพิจารณาแค่เพียงแนวโน้มของการสื่อสารไร้สายที่ผ่านมาและสภาวการณ์ในปัจจุบันเท่านั้น 

เอาล่ะครับ รายงานชิ้นนี้ ไม่ได้เป็นแค่แนวโน้มแล้วล่ะ ดังนั้น ความต้องการมีอยู่จริง 

Bell Labs Consulting ทำการศึกษาแอพพลิชั่น 5 ประเภท คือ สตรีมมิ่ง, คอมพิวติ้ง, สตอร์ริ่ง,เกมมิ่ง และการสื่อสาร และพบว่าออดิโอและวิดีโอสตรีมมิ่งจะมีส่วนสูงสุดในการเพิ่มความต้องการทราฟฟิคในหลายปีถัดจากนี้ โดยคิดเป็นสัดส่วน 79 เปอร์เซ็นต์ของทราฟฟิคที่จะเพิ่มขึ้นภายในปี 2563

โมเดลการศึกษาของ Bell Labs Consulting แสดงให้เห็นว่า ภายในปี 2563, 67 เปอร์เซ็นต์ของความต้องการใช้งานทั่วโลกจะผ่าน Wi-Fi และ อีก 14 เปอร์เซ็นต์จะเป็นการใช้งานผ่าน 3G, LTE, small cells ที่มีอยู่ในปัจจุบัน รวมถึงเทคโนโลยีที่เกิดใหม่ เช่น 5G ทั้งนี้จากปัจจุบันจนถึงปี 2563 ยังมีอีก 19 เปอร์เซ็นต์ของผู้ต้องการใช้งานที่ยังไม่ได้รับการตอบสนองบนพื้นฐานของสภาพเศรษฐกิจทั้งในปัจจุบันและที่คาดการณ์ไว้ ดังนั้นผู้ให้บริการจำเป็นต้องเร่งเส้นทางสู่การให้บริการเทคโนโลยี 5G และคลาวด์  เช่นฟังก์ชั่นเครือข่ายเสมือนจริง (Network Function Virtualization: NFV) และเครือข่ายที่กำหนดโดยซอฟต์แวร์ (Software-Defined Networking: SDN) และนำรูปแบบการทำธุรกิจแบบใหม่ๆ มาใช้เพื่อเติมเต็มช่องว่างของความต้องการที่ยังขาดอยู่

และสิ่งที่จะเข้ามามีผลกระทบกับเครือข่ายคือ IoT มีการคาดการณ์ว่าจำนวนอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อ IoT จะเติบโตจาก 1.6 พันล้านรายการในปี 2557 เป็น 20 ถึง 46 พันล้านรายการภายในปี 2563 ในจำนวนนี้จะเป็นอุปกรณ์เซลลูล่าร์ IoTจำนวน 1.6 ถึง 4.6 พันล้านรายการ แม้จะมีการเพิ่มขึ้นอย่างมากมายมหาศาลของอุปกรณ์ แต่ทราฟฟิคในเครือข่ายไร้สายที่เกิดจากอุปกรณ์ IoT จะมีสัดส่วนโดยรวมเพียง 2 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น จนกว่าเซ็นเซอร์และกล้องที่สามารถส่งวิดีโอได้จะมีการใช้งานอย่างแพร่หลาย

ถึงกระนั้น แม้ในระยะเวลาอันใกล้นี้ปริมาณทราฟฟิคที่เกิดจาก IoTเมื่อเทียบกับดาต้าทราฟฟิคจะสูงขึ้นเป็นอย่างมาก เช่น อุปกรณ์ IoT ทั่วไปเชื่อมต่อ 2,500 ครั้งใช้ปริมาณข้อมูล 1 MB ในขณะที่เมื่อเทียบกับเมื่อใช้ข้อมูลปริมาณเดียวกันนี้ดูวิดีโอผ่านเครือข่ายไร้สายได้เพียงครั้งเดียว ส่งผลให้การเชื่อมต่อกับเครือข่ายจากอุปกรณ์เซลลูล่าร์ IoT จะเติบโต 16 ถึง135 เท่าในปี 2563 และจะเป็น​ 3 เท่าของทราฟฟิคที่เกิดจากการเชื่อมต่อโดยคน

เกี่ยวกับ Nokia Bell Labs

Nokia Bell Labs ประกาศเปิดตัวแผนก Consulting เมื่อเดือนมีนาคม 2558 เพื่อใช้ทักษะการวิเคราะห์เชิงลึก ประสบการณ์ตรง และเครื่องมือการสร้างแบบจำลองทางเทคโนโลยี-เศรษฐกิจที่มีความซับซ้อน กับความท้าทายที่อุตสาหกรรมเครือข่ายการสื่อสารและไอทีกำลังเผชิญอยู่ ในรายงานฉบับนี้ นอกจากการบ่งชี้แนวโน้มความต้องการทราฟฟิคการสื่อสารไร้สายในอนาคตที่พิจารณาจากบรรทัดฐานในปัจจุบันและอัตราการเติบโตต่างๆ แล้ว Bell Labs Consulting ยังนำเสนอรูปแบบจำลองของความต้องการต่างๆ ที่สร้างขึ้นจากการวิจัยของแผนกเองและจากข้อมูลภายนอกที่มีอยู่

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมว่า Nokia Bell Labs มีมุมมองความเป็นไปในอนาคต และการคิดค้นนวัตกรรมทางเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าซึ่งจำเป็นสำหรับสถาปัตยกรรมและระบบต่างๆ อย่างไร ได้ที่หนังสือที่ตีพิมพ์ล่าสุดของเรา: The Future X Network: A Bell Laps Perspective

แหล่งข้อมูล 

·         Bell Labs Consulting Mobility Report

· Infographic

· เกี่ยวกับ Bell Labs Consulting

· อ่าน The Future X Network, A Bell Labs Perspective

· เกี่ยวกับ Nokia Bell Labs

Share this Article: