ธนาคาร เริ่มตระหนัก ! เตรียมหันซบระบบ Cloud เพื่อความปลอดภัยในต้นทุนที่ต่ำ !

ภัยด้านความปลอดภัยคอมพิวเตอร์จากต่างประเทศที่คุกคามธนาคารในประเทศไทยเมื่อไม่นานมานี้ แสดงให้เห็นว่าสถาบันการเงินไทยจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนแนวทางการจัดการด้านความปลอดภัยเพื่อให้สามารถรับมือกับภัยคุกคามที่มีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว 

 

 

สภาพแวดล้อมของการทำงานที่เราเห็นอยู่ทุกวันนี้ก็คือ พนักงานธนาคารทำงานบนแอพลิเคชั่นต่างๆ ขององค์กรเองและเข้าถึงข้อมูลที่สำคัญจากระบบเซิฟเวอร์ (On-premise) และระบบคลาวด์ผ่านอุปกรณ์ทุกประเภท ซึ่งทำให้มีโอกาสสูงที่จะเป็นการเปิดช่องทางให้กับกับการโจมตีทางไซเบอร์ รวมถึงภัยคุกคามแบบใหม่ การโจมตีรูปแบบใหม่และเทคโนโลยีใหม่ๆ ก็เกิดขึ้นตลอดเวลา ส่งผลเสียต่อการดำเนินธุรกิจและชื่อเสียงเป็นอย่างมาก ยิ่งเมื่อปีที่แล้วมีการพบว่า อาชญากรไซเบอร์ยุคนี้มีเชี่ยวชาญอย่างมากและสามารถโจมตีเป้าหมายได้จากทุกที่ทุกเวลาทั่วโลก ดังนั้นธนาคารจำเป็นต้องเร่งดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาภัยคุกคามด้านความปลอดภัยและปรับปรุงระบบรักษาความปลอดภัยด้วย

แต่อย่างไรก็ตามการสร้างแพลตฟอร์มการรักษาความปลอดภัยที่ทันสมัย คล่องตัวและครบวงจรของตนเองนั้น ก็ต้องแลกมาซึ่่งเม็ดเงินลงทุนมหาศาล โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมด้านการเงินการธนาคารด้วยแล้วอาจจะต้องมากกว่าอุตสาหกรรมอื่นอีกหลายเท่าตัว นั่นจึงมีการทบทวนความคิดใหม่ว่าจะนำระบบคลาวด์เข้ามาใช้น่าจะเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ

กรณีที่สำคัญก็คือว่า หลายคนกลัวว่าคลาวด์จะไม่ปลอดภัย แต่ทว่า นายไมเคิล มัด เลขาธิการ The Open Computing Alliance ได้มองอีกมุมหนึ่งและให้ความเห็นว่า "โจทย์ทางธุรกิจทุกวันนี้จึงไม่ใช่แค่ว่า เราควรจะย้ายข้อมูลไปยังระบบคลาวด์หรือไม่ แต่ควรตั้งคำถามว่าเราจะย้ายข้อมูลไประบบคลาวด์ได้อย่างไรจึงจะเกิดความคุ้มค่าด้านการลงทุนสูงสุดโดยมีความเสี่ยงน้อยที่สุด"

เขาชี้ให้เห็นว่า ระบบคลาวด์ช่วยปกป้องธุรกิจได้หลากหลายรูปแบบ โดยนอกเหนือจากการป้องกันภัยอาชญากรไซเบอร์ที่ดีขึ้นแล้ว โดย ประมาณ 1 ใน 4 ของบริษัท 23,000 รายในญี่ปุ่น ที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว และสึนามิเมื่อปีพ.ศ. 2555  ไม่สามารถกลับมาดำเนินธุรกิจได้ โดยมีปัจจัยสำคัญคือการสูญเสียข้อมูลและสิ่งจำเป็นพื้นฐาน เช่น ข้อมูลบัญชี องค์ความรู้ และข้อมูลของลูกค้า เหตุการณ์เช่นนี้จะไม่เกิดขึ้น หากบริษัทเหล่านี้ใช้ระบบคลาวด์ ซึ่งสามารถกลับมาช่วยให้บริษัทฟื้นฟูกิจการได้ทันทีหลังจากผ่านพ้นความเสียหายจากการสูญเสียพนักงานและโรงงาน 

 

และสุดท้ายเขาได้ย้ำอีกว่า "ผู้ให้บริการระบบสารสนเทศความปลอดภัยอาจจะเป็นผู้ให้บริการระบบคลาวด์ที่ดีที่สุดสำหรับธนาคาร และเป็นผู้พลิกโฉมหน้าเกมการแข่งขันในโลกธุรกิจการธนาคารด้วยการนำประสิทธิภาพของอินเทอร์เน็ตมาช่วยยกระดับการดำเนินธุรกิจและการป้องกันการรักษาความปลอดภัยของธนาคารซึ่งจะทำให้ธนาคารสามารถมุ่งเน้นไปที่ความชำนาญหลักแทนที่จะต้องกังวลอยู่ตลอดเวลาว่าจะถูกภัยคุกคามจากโลกไซเบอร์ซุ่มโจมตี จึงกล่าวได้ว่าคลาวด์คอมพิวติ้งให้ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจสำหรับธนาคารและลูกค้า"

 

Share this Article: