12 ก.ย. 2563 871 12

Megvii จับมือ Storefriendly ปั้นโซลูชั่นจัดการคลังสินค้าอัตโนมัติ พร้อมพิสูจน์และยืนยันตัวตนด้วยใบหน้า


โดยปกติแล้ว การบริหารจัดการ Warehouse จะต้องใช้พนักงาน หรือแรงงานจำนวนมาก โดย Storefriendly เป็นผู้ให้บริการในสิงคโปร์ ที่จับมือร่วมกับ Megvii ในการนำเทคโนโลยีและเครื่องมือสำหรับโลจิสติกส์ที่พัฒนาเพื่อความสะดวกสบาย คล่องตัว ลดการใช้แรงงานคน แต่ยังปลอดภัย และน่าเชื่อถือในการเก็บรักษาสินค้า โดยเป็น self-storage ซึ่งช่วยในการบริหารจัดการพื้นที่ว่างของคลังสินค้าและตอบโจทย์ความต้องการที่ยืดหยุ่นในพื้นที่ที่มีความต้องการที่หลากหลาย


โซลูชั่นของ Storefriendly นี้ ได้รับการพัฒนาและให้บริการมาร่วมปีแล้ว โดยมีการทดสอบและแสดงให้เห็นว่า มีประสิทธิภาพ ได้ผลดีขึ้นจริง โดย Megvii ให้บริการ Smart Logistics Platform HETU บริการตรวจสอบและยืนยันตัวตนด้วยใบหน้า (facial authentication) ด้วย FaceID มีการนำหุ่นยนต์ Logistics Robots มาใช้ และใช้ Digital Locking เรียกว่าลดแรงงานคนไปได้เยอะ และ Storefriendly ช่วยให้ผู้จัดการคลังสินค้าสามารถประเมินพื้นที่ในการจัดเก็บสินค้า โดยมีการใช้หุ่นยนต์ ที่วางแผนการจัดการสินค้าด้วย Logistics Robots ระบบ inventory บริหารคลังสินค้า และการจัดสรรพื้นที่เก็บสินค้าให้เหมาะสม


Xu Qingcai, General Manager ของ Megvii Logistic Business Group กล่าวว่า “เรามีความตื่นเต้นในการช่วยเหลือทาง Storefriendly ในการพัฒนาโซลูชั่นสำหรับคลังสินค้า (warehouse storage solution) ที่ต่อยอดให้เกิด Smart Logistics ในอนาคต เพื่อประสบการณ์ของลูกค้า ซึ่งการจับมือเป็นพันธมิตรในครั้งนี้ ถือเป็นการพิสูจน์ให้เห็นได้ชัดเจนถึงเรื่อง การนำเทคโนโลยีมาใช้แก้ไขปัญหาในชีวิตจริง และแก้ไขข้อด้อย ที่เกิดขึ้นกับธุรกิจทั่วโลก


สำหรับเรื่องการยืนยันตัวตน จะใช้การสแกนใบหน้า Facial Recognition และใช้การแจ้งเตือนแบบ real-time หากเกิดเหตุฉุกเฉิน เช่น เกิดเพลิงไหม้ มีการโจรกรรม หรือมีผู้บุกรุก


และสิ่งที่เห็นได้ชัดคือ เมื่อลดคน แต่ยังเพิ่มประสิทธิภาพ การจัดการพื้นที่เพิ่ม 75 เปอร์เซนต์ โดยใช้แรงงานเพียง 20 เปอร์เซนต์จากจำนวนแรงงานปกติ


สิ่งที่ได้รับจากความร่วมมือนี้ Marco Yip, Head of Sales and Marketing ของ Storefriendly กล่าวว่า “เป็นโซลูชั่นแบบ 24/7 แบบใหม่ของ Warehouse Storage Solution ที่ช่วยลดต้นทุน แต่ประสิทธิภาพการทำงานยังดีและปลอดภัย ในขณะที่ความร่วมมือกับ Megvii เน้นไปที่การตอบความต้องการของลูกค้าในสิงคโปร์ และทำให้การทำงานยืดหยุ่น


ถึงแม้ว่าจะมีข้อจำกัดของรัฐบาล U.S. ทาง Megvii รายงานว่าการเซนต์สัญญาประสบความสำเร็จ และอาจพิจารณาเข้า IPO ในปี 2021 ในตลาดหลักทรัพย์ Shanghai Stars ในปี 2564


ในขณะที่ Dr. Jau Huang, CEO ของ Cyberlink มองในเรื่องโอกาสและความเป็นไปได้ของ Biometrics และ Computer Vision ในการช่วยให้แรงงานในคลังสินค้าปลอดภัย โดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย


biometricupdate

User Avatar
Yokekung
เขียนข่าว บทความให้กับ adslthailand มา 8 ปี นำเสนอเรื่องราวเพื่อแนะนำคนใช้เน็ตทุกคน ด้วยความเชื่อใน Voice of Broadband Citizen หวังว่าคงจะเป็นประโยชน์ต่อคนใช้เน็ตทุกคนนะครับ
COMMENTS