ผลการวิจัยชิ้นใหม่ของโนเกียเผยปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อน 5G สำหรับระบบ IT และ OT ในองค์กร

โนเกียได้ประกาศผลงานวิจัยใหม่ที่เน้นเรื่องแผนการใช้งานและความคาดหวังจาก 5G รวมทั้งปัจจัยที่มีผลมากที่สุดในการขับเคลื่อนการใช้งานผ่านระบบ WAN กับ LAN ในหลากหลาย อุตสาหกรรมหลักในสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร

โดยการวิจัยนี้เป็นการร่วมมือกับ บริษัทพาร์คส์ แอสโซซิเอทส์ (Parks Associates) ซึ่งได้สำรวจผู้มีอำนาจตัดสินใจ ด้าน IT มากกว่า 1,000 คนจากหลายอุตสาหกรรม อาทิเช่น พลังงาน อุตสาหกรรมการผลิต หน่วยงานราชการ/หน่วยงานด้านความปลอดภัยสาธารณะ และอุตสาหกรรมยานยนต์ และหน่วยงานในระบบขนส่งมวลชน

ผลสำรวจพบว่าสองในสามของจำนวนผู้ตอบแบบสำรวจ (65%) มีความคุ้นเคยกับ 5G และ หนึ่ง ในสาม (34%) ตอบว่าองค์กรมีการใช้งาน 5G อยู่แล้ว และมีความพึงพอใจเป็นอย่างมาก ในขณะที่เกือบครึ่ง (47%) ของกลุ่มผู้มีอำนาจตัดสินใจด้าน IT ตอบว่าองค์กรของพวกเขาได้มีการเริ่มวางแผนการนำ 5G มาใช้งาน ส่วนกลุ่มที่เหลือ (54%) ตอบว่าต้องการรอให้ 5G แพร่หลายมากขึ้นกว่านี้ และหนึ่งในสาม (30%) ของกลุ่มผู้ตอบแบบสำรวจต้องการศึกษา ประโยชน์ของ 5G ให้มากกว่านี้ก่อนที่จะกำหนดกลยุทธ์เพื่อใช้ 5G ภายในองค์กร 

ผลสำรวจยังพบว่าวีดิโอเป็น "killer application" สำหรับ 5G ในหลากหลายอุตสาหกรรมและ ธุรกิจทั้งเล็กและใหญ่ โดย 83% ของผู้ตอบแบบสำรวจตอบว่าวีดิโอเป็นบริการที่น่าสนใจมาก และ 48% ตอบว่ามีโอกาสใช้ 5G ในการสังเกตการณ์ผ่านวีดีโอในอนาคตอันใกล้ (0-4 ปี)

โดยผู้ตอบแบบสำรวจเข้าใจอยู่แล้วถึงประโยชน์เพิ่มเติมของ 5G ต่อบริการด้านวีดิโอ โดย 83% บอกว่าการแจ้งเตือนทางวีดิโอเช่นการตรวจจับและระบุตัวตนในพื้นที่ควบคุมจะเป็นประโยชน์เป็นอย่างมาก รองลงมา 77% สนใจเรื่องการควบคุมเครื่องจักรจากระยะไกล และ 73% สนใจในเรื่องรถยนต์ที่เชื่อมต่อผ่าน 5G (connected cars)

การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ผู้ให้บริการเครือข่ายทั่วโลกเร่งการวางเครือข่าย 5G โดย เน้นบริการใหม่ในรูปแบบธุรกิจใหม่สำหรับลูกค้าองค์กรโดยเฉพาะ ผล 61% ของผู้ตอบแบบสำรวจระบุว่าจะปรึกษาผู้ให้บริการเครือข่ายไร้สายในการวางแผนการใช้งาน 5G

จอช อโรเนอร์ รองประธานฝ่ายการตลาด กลุ่มธุรกิจผู้ให้บริการด้านการสื่อสารของโนเกีย กล่าวว่า  “เราดำเนินการสำรวจนี้เพื่อไขความกระจ่างเกี่ยวกับ 5G โดยเฉพาะในประเด็น ปัจจัยที่จะทำให้องค์กรนำ 5G ไปใช้กับ แอปพลิเคชัน WAN และ LAN ขององค์กร ผลสำรวจ นี้ยังช่วยให้ผู้ให้บริการด้านการสื่อสารได้มองเห็นโอกาสและช่องทางสร้างรายได้จากการให้บริการที่ลูกค้าองค์กรพร้อมจะลงทุน”

จอช อโรเนอร์ กล่าวต่อว่า “เราคาดว่าสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 จะเป็นการเร่งให้เกิด การวางแผนการใช้งาน 5G ในระยะยาวที่มุ่งเน้นเรื่องระบบดิจิตอล ระบบการจัดการอัตโนมัติ และระบบวิเคราะห์ ซึ่งตอบโจทย์เรื่องการรักษาระยะห่างทางกายภาพ การสังเกตการณ์และ การทำงานจากระยะไกล ขณะนี้เราเข้าใจการใช้งานเครือข่ายมากขึ้น และเห็นว่าผู้ให้บริการ ด้านการสื่อสารควรเริ่มลงทุนในการพัฒนาความเชี่ยวชาญเฉพาะอุตสาหกรรมเพื่อที่จะสามารถ ให้คำแนะนำกับลูกค้าองค์กรด้วยความรู้เกี่ยวกับ 5G ที่มากขึ้น”

ผลสำรวจสำคัญอื่น ๆ ได้แก่:

  • บริษัทด้านพลังงานและอุตสาหกรรมการผลิตเป็นกลุ่มที่ให้ความสนใจ 5G มากที่สุด โดยเฉพาะศักยภาพของ 5G สำหรับการใช้งาน WAN/LAN ขั้นสูง อาทิ การซ่อมบำรุง โครงสร้างพื้นฐาน การควบคุมเครื่องจักรจากระยะไกล และ การใช้งานหุ่นยนต์อัตโนมัติ ผ่านคลาวด์
  • ผู้ตอบแบบสำรวจมากกว่าครึ่งหนึ่ง (55%) สนใจประสบการณ์เสมือนจริง (AR หรือ VR โดยใช้ 5G) แม้กระทั่งก่อนช่วงการระบาดของโควิด-19 ผู้ตอบแบบสำรวจที่มีหน้าที่ดูแล ด้าน IT มากกว่า 52% เห็นว่าการฝึกอบรมพนักงานโดยใช้เทคโนโลยี 5G AR/VR มีความน่าสนใจอย่างยิ่ง และผู้ตอบแบบสำรวจจากภาคการศึกษามากกว่าสองในสาม (67%) ให้ความสนใจในการเรียนสอนการสอนแบบออนไลน์ที่สามารถโต้ตอบกันได้ 
  • 77% ของบริษัทที่ใช้อุปกรณ์ที่มีการเชื่อมต่ออยู่แล้วพบว่าการควบคุมเครื่องจักรระยะไกล โดยใช้เทคโนโลยี 5G เป็นเรื่องน่าสนใจ ในขณะที่ 82% ของผู้ตอบแบบสำรวจที่มีการใช้งาน หุ่นยนต์อัตโนมัติผ่านคลาวด์ เห็นว่าการใช้งานหุ่นยนต์อัตโนมัติผ่านคลาวด์โดยใช้เทคโนโลยี 5G เป็นสิ่งที่น่าสนใจมาก
  • ในกลุ่มบริษัทที่มีการใช้งานยานพาหนะ 74% ของผู้ตอบแบบสำรวจให้ความสนใจ ในยานพาหนะที่เชื่อมต่อผ่าน 5G จากผลสำรวจจากทุกกลุ่มอุตสาหกรรม พบว่าการนำ 5G ไปใช้งานกับยานพาหนะเพื่อผลทางด้านความปลอดภัย และการรักษาความปลอดภัย เช่นการตรวจตราพื้นที่เฉพาะและพื้นที่สาธารณะ หรือการให้บริการด้านระบบขนส่งมวลชน ได้รับความสนใจสูงสุด
  • การใช้งานอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงไร้สายแบบประจำที่ (Fixed Wireless Access หรือ FWA) เป็นบริการที่น่าสนใจที่สุดสำหรับกลุ่มกิจการขนาดเล็กและขนาดกลาง โดย 73% ของกลุ่มนี้ สนใจจะใช้บริการ ถ้าค่าใช้จ่ายและประสิทธิภาพในการใช้งานอยู่ในระดับเดียว กับบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงผ่านทางสายสัญญาณที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบัน

หมายเหตุ

1. วิธีการสำรวจ: การสำรวจนี้เป็นการสอบถามผู้มีอำนาจตัดสินใจด้าน IT จำนวน 1,000 คน จากองค์กรต่างๆ ในสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร ผู้ตอบแบบสำรวจจะต้องมีบทบาท ในการตัดสินใจด้าน IT ขององค์กรนั้นๆ เพื่อให้ผลสำรวจมาจากตัวแทนทุกๆกลุ่ม  จึงมีการกำหนดโควต้ากลุ่มสำรวจเป็นกลุ่มกิจการ ขนาดเล็ก  (พนักงานจำนวนน้อยกว่า 50 คน) กิจการขนาดกลาง (พนักงานจำนวน 50-499 คน) กลุ่มกิจการขนาดใหญ่ (พนักงานจำนวน 500 คนขึ้นไป) จากกลุ่มอุตสาหกรรมหลักคือ พลังงาน, ค้าปลีก, การผลิต, หน่วยงานราชการและหน่วยงานด้านความปลอดภัยสาธารณะ, ยานยนต์และระบบขนส่งมวลชน, โฆษณาและประชาสัมพันธ์ และการศึกษา

สามารถดาวน์โหลดผลวิจัยได้ที่ Mapping demand: The 5G opportunity in enterprise for communications service providers

แหล่งข้อมูล

Share this Article: