แนะรัฐบาลไทย ต้องปรับปรุงโครงข่าย Wi-Fi ให้เร็วที่สุด หลัง 4G มีปริมาณใช้งานเพิ่มขึ้น 30% ส่งผลเน็ตช้าช่วงล็อคดาวน์โควิด 19

รายงานล่าสุด OpenSignal ได้วิเคราะห์อุปกรณ์และผู้ให้บริการโครงข่าย 3G 4G และ 5G ได้วิเคราะห์การใช้งาน 4G อย่างต่อเนื่องทั้งในบริเวณเอเชียและยุโรป โดยเฉพาะช่วงล็อคดาวน์ช่วงโรคระบาดโควิด 19 พบว่า ภาระการให้บริการอินเทอร์เน็ตผ่านเทคโนโลยี 4G หนักขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้โครงข่ายการให้บริการ 4G ช้าลง ซึ่งส่งผลให้ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตตัดสินใจเลือกใช้บริการ Wi-Fi อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้อาศัยภายในบ้านพัก ความจุบรอดแบนด์ผ่าน Fiber หรือเทคโนโลยีอื่นที่เชื่อมต่อภายในบ้านมีมากเพียงพอในการให้บริการ 


ล่าสุดรายงานจาก OpenSignal ได้วิเคราะห์สถานการณ์ทั่วโลกแสดงให้เห็นว่า การใช้งานโครงข่าย 4G ทั่วโลก ทั้งบริเวณเอเชียและบางประเทศในกลุ่มยุโรป ประสบปัญหาการจราจรของโครงข่ายอินเทอร์เน็ตที่หนาแน่น โดยเฉพาะการใช้งานผ่านสมาร์ทโฟนหรือโทรศัพท์มือถือ ซึ่งเป็นผลของช่วงล็อคดาวน์โรคระบาดโควิด 19

โดยเฉพาะปัญหาของความแออัดทางโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่แย่ที่สุด โดยความเร็ว 4G ที่ช้าลงถึง 30% โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ไทย พม่าและปากีสถาน รวมถึงในอีกหลายประเทศของในกลุ่มเอเชีย ซึ่งค่า 4G ลดลง 5-10%

สิ่งที่น่าแปลกใจมากคือ โครงข่าย 4G โครงข่ายที่ไม่ได้รับผลกระทบคือ ญี่ปุ่น เกาหลีและไต้หวัน

ในขนาดที่โครงข่าย 4G ในกลุ่มประเทศสหราชอาณาจักรมีความเร็วที่ลดลง ลดลง 20% โดยเฉพาะในประเทศที่ตรวจเข้มมากๆ เช่น อิตาลีและไอร์แลนด์ ผู้ใช้งานก็จะใช้งาน 4G เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อ 4G มีปริมาณการใช้งาน 4G เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องส่งผลให้โครงข่าย Wi-Fi มีปริมาณที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน

Clayton Check นักวิเคราะห์โทรคมนาคม ระบุว่า โครงข่าย Wi-Fi มีความสำคัญอย่างยิ่งในสภาวะนี้ เนื่องจากความแออัดของ 4G โดยเฉพาะในพื้นที่เอเชีย รวมประเทศไทย รัฐบาลในกลุ่มประเทศเอเชียควรส่งเสริมให้บริการ Wi-Fi มีเพียงพอตามความต้องการของประชาชน และเร่งระดมแก้ไขปัญหาให้สัญญาณ Wi-Fi มีเพียงพอต่อความต้องการในครัวเรือน ทั้ง ISP หรือผู้ให้บริการและอุปกรณ์เราเตอร์ฮาร์ดแวร์ที่รองรับ Wi-Fi ที่ทันสมัย เพื่อให้ลดภาระการเชื่อมต่อ 4G

ข้อมูล  wifinowglobal  opensignal  wifinowglobal  ugtechmag  Geeta_Mohan

Share this Article: