นักวิเคราะชี้ 5G เปลืองไฟกว่า 4G ถึง 3 เท่า เร่งหาวิธีอื่นติดตั้งสถานีฐานหลังใช้พลังงานกว่า 11.5 กิโลวัตต์

เชื่อว่าหลายๆ ผู้ให้บริการทั่วโลกประสบปัญหาเดียวกันในการให้บริการโครงข่าย 5G นั้นคือปัญหาทางด้านค่าไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้นและต้องติดตั้งสถานีเพิ่มมากขึ้น โดยปกตินั้น ค่าไฟฟ้าแพงขึ้นโดยเปรียบเทียบจากการติดตั้งอุปกรณ์ระหว่างเครือข่าย 4G ถือเป็นต้นทุนเฉลี่ยอยู่ 5% ถึง 6% ซึ่งยังไม่นับค่าเสื่อมของอุปกรณ์ และต้นทุนอื่นๆ





โดยทั่วไปสถานีฐาน 5G สิ้นเปลืองพลังงานมากกว่าอุปกรณ์ของสถานีฐาน 4G มากถึงสองเท่า ทาง Matt Walker หัวหน้านักวิเคราะห์ของ MTN Consulting ระบุว่า การเติบโตในการใช้งานพลังงาน 5G ต้องใช้พลังงานมากกว่าสองเท่าถึงสามเท่า และความถี่ในการติดตั้งโครงข่ายก็มากขึ้นเช่นเดียวกัน

ที่สำคัญภาระของโครงข่าย 5G ต้องรองรับอุปกรณ์ IoT ที่สามารถใส่ซิมได้ ที่มีจำนวนมหาศาล รองรับการใช้งานเพิ่มเติมอีกด้วย ที่มาโครงข่าย China Mobile ก็ประสบปัญหาเรื่องนี้เช่นเดียวกัน โดยโครงข่ายที่ China Mobile ติดตั้งนั้น เป็นโครงข่ายที่ใช้เสาอากาศ MIMO 32T32R, 8T8R และ 64T64R ก็เปลืองไฟฟ้าเช่นกัน ยิ่งกว่านั้นโครงข่าย 5G ต้องรองรับการเติบโตทางด้านปริมาณอินเทอร์เน็ตเพิ่มสูงขึ้นถึง 5 เท่า

จากข้อมูลทาง Huawei ระบุว่า การติดตั้งอุปกรณ์ RRU/BBU ต้องการพลังงานมากกว่า 11.5 กิโลวัตต์หรือเกือบ 70% จากสถานีฐานที่ใช้วิทยุ 2G, 3G และ 4G สถานีฐานมาโครขนาด 5G อาจต้องการส่วนประกอบใหม่ที่กินพลังงานมาก ทั้งตัวรับสัญญาณคลื่นไมโครเวฟหรือมิลลิเมตร (FPGA) เพื่อให้สามารถแปลงข้อมูลขนาดใหญ่ได้เร็วขึ้น มีกำลังที่ดีขึ้นต้องใช้พลังงานในการดึงคลื่นความถี่ที่ไกลเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน

John Stankey ดำรงตำแหน่งใน AT&T COO ระบุว่า ทางโครงข่ายกำลังมองหาโอกาสในการใช้ประโยชน์จากสถาปัตยกรรมที่แตกต่างเพื่อลดต้นทุนด้านพลังงานของโครงข่าย 5G ในทุกรูปแบบเช่นกัน

ข้อมูล  tntic  telecomlead  fiercewireless

Share this Article: