ดีแทคลุยต่อ…พัฒนาสัญญาณเพื่อทุกคน เผยมีคลื่นพอให้บริการ 4G สัญญาณดีกว่าเดิม 3 เท่า พร้อมพัฒนา 5G ด้วยคลื่น mmWave

ดีแทคมีคลื่นมากเกินพอที่จะให้บริการ 4G ประสิทธิภาพการรับส่งสัญญาณที่ดีกว่าเดิม 3 เท่า พร้อมพัฒนาบริการ 5G ด้วยคลื่น mmWave

ให้ข้อมูลโดย นายสมัคร สิมพา หัวหน้าสายงานพัฒนาโครงข่าย บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค

วันนี้ ดีแทคมีคลื่นครบทุกย่านความถี่ คือ คลื่นย่านความถี่ต่ำ-กลาง-สูง ดีแทคมุ่งพัฒนาทั้ง 4G และ 5G ซึ่งก่อนการประมูลคลื่นดีแทคมีคลื่นความถี่พร้อมในย่านคลื่นความถี่ต่ำและคลื่นความถี่กลาง โดยต้องการคลื่นย่านความถี่สูง (Millimeter Wave หรือ mmWave) มาเสริมทัพชุดคลื่นความถี่เพื่อให้บริการ 5G สู่อนาคต

  • ดีแทคมีคลื่นความถี่ต่ำย่าน 900 MHz จำนวน 2x5 MHz คลื่น 700 MHz จำนวน 2x10 MHz
  • คลื่นความถี่กลาง 1800 MHz จำนวน 2x5 MHz คลื่นความถี่ 2100MHz จำนวน 2x15MHz และบริการคลื่น 2300 MHz บนคลื่นทีโอที จำนวน 60 MHz

สิ่งที่ดีแทคต้องการคือคลื่น 26 GHz ในการนำมาทำ 5G ดังนั้นในการประมูลดีแทคจึงประมูลคลื่นย่านความถี่สูง และประมูลคลื่นมา 200 MHz ซึ่งเพียงพอในการให้บริการใน ecosystem

สำหรับคลื่น 700 MHz เป็นคลื่นความถี่ต่ำ ดีแทคจะนำมาทำ 5G ให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วไทยโดยเฉพาะภูมิภาค และเสริมการใช้งานในเมืองโดยเฉพาะย่านอาคารสูง

ดีแทครุกพัฒนาไม่หยุด ดีแทคมั่นใจทุกอย่างเป็นไปตามแผนงาน เพื่อการทำโครงข่ายที่เพิ่ม coverage และ capacity ในพื้นที่ใช้งานหนาแน่น

ข้อมูลล่าสุดไตรมาส 4 ปี 2562 ดีแทคมีสถานีฐาน 98,000 สถานี รวม 2G, 3G, 4G โดย 4G ขยายไปแล้วถึง 49,000 สถานีรองรับการใช้งานทั่วไทย ดีแทคไม่หยุดขยายสถานีฐาน โดยลูกค้าต้องการใช้งานดาต้าเติบโตขึ้น ดีแทคจึงเร่งที่จะขยายบริการคลื่น 2300 MHz ที่ให้บริการบนคลื่นทีโอที เพิ่มอีก 3400 สถานี รวมเป็นบริการคลื่น 2300 MHz มากกว่า 20,000 สถานีในปลายปีนี้ เพื่อตอบสนองการใช้งานอินเทอร์เน็ตบนมือถือที่เติบโตต่อเนื่อง

ดีแทคให้บริการ 5G แน่นอน บนคลื่น 26 GHz และ คลื่น 700MHz

บริการ FWA (Fixed Wireless Access) บนคลื่น 26 GHz หรือ บริการอินเทอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูงประจำที่ ที่ความเร็ว 1Gbps ที่เหมาะกับที่พักอาศัย ชุมชน โดยเฉพาะการเชื่อมต่อด้วยสัญญาณ WiFi ทำให้รองรับอุปกรณ์ที่ต่อกับอินเทอร์เน็ตได้มากกว่า

บริการ 5G บนคลื่น 700 MHz จะเปิดให้บริการในช่วงไตรมาส 4 ปี 2563 เพื่อเพิ่มความครอบคลุมพื้นที่ทั่วไทย สำหรับอุปกรณ์สมาร์ทโฟนที่รองรับคลื่น 700MHz 5G เช่น Samsung Galaxy S20 Ultra 5G, Huawei Mate30 Pro 5G และแบรนด์อื่นๆ ที่กำลังแนะนำสู่ตลาดในประเทศไทย

ดีแทคไม่หยุดพ้ฒนาโครงข่ายให้มอบประสบการณ์ที่ดีกว่าเดิม 3 เท่า

ดีแทคนำ เทคโนโลยี Massive MIMO เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรับส่งสัญญาณที่ดีกว่าเดิม 3 เท่า สำหรับบริการ 4G TDD ด้วยการเพิ่มความสามารถ (Capacity) ในการให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเพื่อใช้งานรับชมวิดีโอ ความละเอียดสูง แบบ Full HD และการใช้งานอินเทอร์เน็ตอื่นๆ ให้แก่ลูกค้า โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีผู้ใช้งานหนาแน่นและบริเวณตึกสูงอย่างในเขตกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความต้องการใช้งานข้อมูลในปริมาณมาก และยังมาพร้อมกับ Beamforming ด้วยการส่งสัญญาณแบบเลือกพื้นที่ที่กำหนดได้ตรงจุดเพื่อตอบสนองพฤติกรรมการใช้งานได้แม่นยำ การนำ Massive MIMO มาใช้ นับเป็นก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมการสื่อสารโทรคมนาคมไทย เพื่อรองรับการใช้งานยุคอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในอนาคต

ดีแทคจะเพิ่ม Massive MIMO ทั่วไทยในปีนี้อีกหลายพันจุด เพื่อรองรับการใช้งานดาต้าสำหรับ 4G รวมทั้งเปิดให้บริการ 5G บนคลื่น 26 GHz ในพื้นที่นำร่องช่วงไตรมาส 2 ปีนี้ ไม่หยุดพัฒนาสัญญาณเพื่อลูกค้าทุกคน

คลื่น 3500 MHz เป็นคลื่นหลัก 5G ที่ใช้กันทั่วโลก

คลื่น 3500 MHz คือ คลื่นหลักของ 5G และพัฒนาระบบนิเวศของบริการ 5G ใช้กันทั่วโลก ซึ่งเป็นทางทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับการให้บริการ 5G จากการทดสอบทั่วโลกที่ผ่านมาและความแพร่หลายในอุปกรณ์รองรับการใช้งาน

ประเทศไทยจะมีแผนจะจัดสรรคลื่นความถี่ 3500 MHz ซึ่งมีขนาด 300 MHz ซึ่งเป็นทางทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับการให้บริการ 5G ให้สอดคล้องกับทั่วโลก

การใช้คลื่นความถี่ 3500 MHz จะทำให้การบริหารจัดการต้นทุนได้มีประสิทธิภาพ จากต้นทุนที่ต่ำกว่าเพราะมีจำนวนผู้ใช้ทั่วโลก ทั้งในด้านอุปกรณ์โครงข่าย (Network) และอุปกรณ์ผู้ใช้ (Device) ขณะที่คลื่นย่านความถี่กลางอื่นๆ หรือ 2600 MHz ที่ไทยนำมาใช้ จะมีผู้ให้บริการเริ่มต้นน้อยกว่าโดยมีการใช้งาน 2 แห่ง คือ China Mobile ที่ประเทศจีน และ Sprint ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา

Share this Article: