รู้จักเทคโนโลยี Ultra Wideband (UWB) เทคโนโลยีรับส่งข้อมูลระยะใกล้ เริ่มใช้บน iPhone 11

ตอนนี้เราเริ่มเห็นมือถือ iPhone 11 มาพร้อมชิป “U1” ซึ่งมีเทคโนโลยี ultra-wideband (UWB) มาด้วย ซึ่งไม่ใช่เทคโนโลยีใหม่ แต่เป็นครั้งแรกที่มาอยู่บนมือถือสมาร์ทโฟน และไม่ใช่แค่บน iPhone เพราะบนมือถือ Android ก็ใช้งาน UWB ได้ (ในอนาคต)

Ultra-Wideband คืออะไร ใช้เพื่ออะไร?

Ultra-wideband (หรือเรียกว่า UWB) เป็นเทคโนโลยีคลื่นระยะใกล้ที่รองรับการรับส่งข้อมูลบนแบนด์วิดธ์ที่กว้าง อย่างต่ำ 500 MHz โดย UWB ใช้พลังงานต่ำ 0.5 mW / -41.3 dBm/MHz และไม่รบกวนคลื่นความถี่อื่น โดยใช้งานได้เฉพาะอุปกรณ์ที่รองรับ UWB เท่านั้น ถึงจะตรวจจับสัญญาณได้ โดยคลื่นอยู่้ในช่วง 3.1 และ 10.6 GHz สามารถเชื่อมต่อระหว่างคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์อื่น อย่างเช่น พรินเตอร์และหน้าจอ และยังรับส่งข้อมูลเสียงและวีดีโอได้อีกด้วย คล้ายสัญญาณ Bluetooth หรือ Wi-Fi โดยมีการรับส่งข้อมูล 110 kbit/s - 6.8 Mbit/s เหมาะกับการใช้งานในอาคาร

Apple ไม่ได้พูดถึงคุณสมบัตินี้ตอนที่เปิดตัว iPhone 11 (แต่มีบนเว็บไซต์ Apple) โดย Apple ได้แนะนำเทคโนโลยี ultra-wideband เมื่อใช้งานบน iOS 13.1 กับ “AirDrop จะทำงานได้ดีขึ้น" โดยเฉพาะการนำ iPhone รับส่งข้อมูลผ่าน AirDrop จะรู้ว่ามีการส่งข้อมูลให้ ซึ่งตอนที่เราใช้ iPhone จะรู้แค่ใช้ใครใช้ Bluetooth อยู่รอบๆ บ้าง แต่จะไม่รู้ว่าอุปกรณ์ใดต้องการสื่อสารกับเครื่องเรา

วิธีการทำงาน

คล้าย Bluetooth และ Wi-Fi โดยคลื่น ultra-wideband เป็นคลื่นไร้สายที่ใช้คลื่นวิทยุ เป็นคลื่นความถี่สูง แต่ใช้พลังงานต่ำ ทำงานในระยะรัศมีใกล้ๆ สั้นๆ ซึ่งต่างจาก Bluetooth และ Wi-Fi ที่มีระยะไกลกว่า จุดเด่นของ Ultra-wideband คือเรื่อง location เพราะ Bluetooth และ Wi-Fi ไม่ได้ตรวจสอบสถานที่ พิกัด มีแค่อยู่ใกล้ มีสัญญาณแรงก็รับสัญญาณได้ดี ส่วน UWB นั้นจะวัดระยะสัญญาณ ที่ส่งมาถึง ซึ่งจะวัดเรื่อง location ได้ด้วย

ทาง Apple ไม่ได้เปิดเผยสเปคของชิป U1 และ ultra-wideband มากนัก แต่ Infsoft ผู้ให้บริการ indoor positioning services สำหรับสภาพแวดล้อมอุตสาหกรรม ใช้ ultra-wideband บอกว่าระบบมีความแม่นยำในระยะ ระหว่าง 10-30 เซ็นติเมตร เมื่อเทียบกับ 1-3 เมตร เป็นระยะของ Bluetooth beacons หรือ 5-15 เมตร สำหรับ Wi-Fi

credit : https://www.ultrawideband.io

Indoor positioning คือการนำประโยชน์ของ Ultra-wideband มาใช้ แต่ส่วนใหญ่พบในโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ตัวอย่างเช่น โรงงานผลิตรถยนต์ เพราะต้องมีการลงทุนสูง สำหรับฮาร์ดแวร์พิเศษ นอกจากนี้ UWB ยังไม่แพร่หลายในกลุ่มผู้ใช้ทั่วไป ต่างจาก Wi-Fi และ Bluetooth

การนำไปใช้ในอุตสาหกรรม

ในโรงงาน การแทร็คกิ้ง พาเล็ตในWarehouse สินค้ามีเยอะมาก ค้นหาได้ง่าย รวมไปถึงใช้ค้นหาอุปกรณ์ในโรงงาน เช่นโฟลค์ลิฟท์ อุปกรณ์รถยกไร้คนขับ (อ่านตัวอย่างการใช้งาน)

แล้วทำไมถึงมาเริ่มที่ iPhone 11 ?

เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีในการส่งไฟล์ผ่าน AirDrop บน iPhone 11, iPhone 11 Pro, และ iPhone 11 Pro Max ซึ่งเป็นคุณสมบัติแรกที่เราได้เห็นจาก UWB

อีกหนึ่งคุณสมบัติคือ การ tracking สิ่งของ ทำงานร่วมกับแท็ก (hardware tracking tags) แปะเข้าไปที่สิ่งของ เช่น พวงกุญแจ กระเป๋าสตางค์ หรือกระเป๋าถือ ทำให้ใช้มือถือแทร็กหรือค้นหาสิ่งของได้ นี่คือสิ่งที่ UWB ทำได้ แต่ Apple ไม่ได้บอก

ในอนาคตเราใช้ iPhone ค้นหาสิ่งของได้ และแสดงบนหน้าจอว่ามีสิ่งของอยู่ตรงไหน ด้วยเทคโนโลยี Augmented Reality หรือ AR

ทั้งนี้ทั้งนั้น ชิป U1 คือจุดเริ่มต้นของ ultra wideband ที่ทำให้สิ่งของพูดคุยกันได้ ใช้มือถือเป็นกุญแจสตาร์ทรถได้ด้วย UWB จะเห็นได้ว่า Ultra-wideband นี่น่าตื่นเต้นมาก

Ultra Wideband ใช้งานได้บน iPhone 11, iPhone 11 Pro และ iPhone 11 Pro Max โดยความพร้อมใช้งานจะแตกต่างกันไปตามภูมิภาค แล้วแต่ประเทศ

ในบางพื้นที่ Ultra Wideband ถูกห้ามใช้ในบางภูมิภาคหรือบางสถานการณ์เช่น ขณะเดินทางด้วยเครื่องบิน โดยสามารถปิดใช้ Ultra Wideband ได้โดย เปิดใช้โหมดเครื่องบินบนมือถือรุ่นที่มี Ultra Wideband ให้เปิดศูนย์ควบคุม แล้วแตะ ปุ่มสวิตช์โหมดเครื่องบิน โดยจะมีไอคอนโหมดเครื่องบินแสดงในแถบสถานะ อ้างอิงจาก Apple Support

ultrawideband.io

howtogeek

computerworld.com

gizmodo

Share this Article: