ผู้โดยสารดื้อ ไม่ยอมปิด Wi-Fi Hostpot บนเครื่องบิน แถมตั้งชื่อ Wi-Fi ‘Remote detonator’ ถูกเชิญออกจากเครื่อง ทำดีเลย์กว่า 5 ช.ม

ปกติแล้ว ตามกฎและข้อปฏิบัติของสายการบิน ก่อนทำการบิน ผู้โดยสารจะต้องปิดอุปกรณ์สื่อสาร เพื่อไม่ให้รบกวนการบินและปฏิบัติตามคำแนะนำของลูกเรืออย่างเคร่งครัด ซึ่งลูกเรือได้พบว่า มีผู้โดยสารคู่หนึ่ง ที่เปิด Wi-Fi Hotspot แล้วไม่ยอมปิดตามคำแนะนำของลูกเรือ แถมยังตั้งชื่อ Wi-Fi Hotspot ว่า ‘remote detonator’ ซึ่งเป็นชื่อที่ไม่เหมาะสมสำหรับการบินอยู่แล้ว รวมไปถึง เป็นชื่อที่ไม่ควรนำมาตั้งชื่อ Wi-Fi

งานนี้ทำเอาไฟลท์ดีเลย์ร่วม 5 ชั่วโมง หลังผู้โดยสารคู่หนึ่ง ถูกเชิญออกจากเครื่องบิน เนื่องจากก่อนทำการบิน ลูกเรือจะแจ้งให้ปิดอุปกรณ์สื่อสาร ซึ่งผู้โดยสารคู่นี้ ไม่ให้ความร่วมมือกับลูกเรือ แถมยังตั้งชื่อ Wi-Fi ที่เป็นภัยต่อการบิน อย่างที่เรารู้กันว่า บนเครื่องบิน เราจะไม่พูดคำว่า บอมบ์ (ระเบิด) และการตั้งชื่อ Wi-Fi แบบนี้ ทำให้ผู้โดยสารท่านอื่นที่ค้นหา Wi-Fi แล้วพบชื่อนี้ เกิดความหวาดกลัว ตกใจ หรือเข้าใจผิดได้ ซึ่งแน่นอนว่ากระทบต่อการบิน

เรื่องราวเกิดขึ้นกับผู้โดยสารสายการบิน GoJet ซึ่งให้บริการ (operate) โดย Delta บินจาก Detroit ไปยัง Montreal โดยลูกเรือพบการตั้งชื่อ Wi-Fi ว่า “Remote detonator” ซึ่งแปลไทยว่า รีโมทกดระเบิด (ทุกคนที่ใช้มือถือ ปล่อยสัญญาณ ผ่าน Wi-Fi Hotspot ได้ สามารถเปลี่ยนชื่อ - ตั้งชื่อ Wi-Fi เองได้) และลูกเรือขอร้องให้ปิดอุปกรณ์สื่อสาร แต่ผู้โดยสารไม่ให้ความร่วมมือ

ลูกเรือพยายามเจรจาให้ผู้โดยสารปิดเครื่องก่อนทำการบิน (ทั้งโทรศัพท์มือถือ และ Wi-Fi hotspots) หากไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำของลูกเรือและกฎการบิน ก็จะถูกตำรวจเรียกตัวไปตักเตือน และสอบสวน

ผู้โดยสารท่านหนึ่ง ชื่อว่า Aron Greenberg ได้ทราบเรื่องราวในขณะเกิดเหตุ และคิดว่าผู้โดยสารที่อยู่ด้านหลังเครื่องอาจเป็นภัยต่อการบิน เนื่องจากนักบินและลูกเรือคุยกันว่าจะจัดการกับผู้โดยสารที่อยู่หลังเครื่อง

ตำรวจเชิญตัวผู้โดยสาร 2 คน ผู้ชายอายุ 42 ปี และผู้หญิงอายุ 31 ปี จาก Quebec โดยทั้งคู่ถูกจับกุมและปล่อยตัวหลังจากให้ปากคำ

ผู้โดยสารท่านนี้ยังให้ข้อมูลเพิ่มอีกว่า สาเหตุที่เครื่องดีเลย์ เพราะลูกเรือแจ้งให้ผู้โดยสารคู่นี้ ทราบว่า มีการเปิด Wi-Fi Hostpot ชื่อ “Remote detonator” และไม่ยอมปิดเครื่อง หรือปิดการปล่อยสัญญาณ Wi-Fi ตามคำร้องขอของลูกเรือ

ลูกเรือจัดการต่อสถานการณ์ได้ดี และคุมสติของผู้โดยสารท่านอื่นได้ดี เนื่องจากการตั้งชื่อ Wi-Fi ว่า รีโมทกดระเบิด ทำให้เกิดความกังวลเรื่องความปลอดภัยในการบิน และการที่ผู้โดยสารไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำของลูกเรือก็ทำให้ผู้โดยสารท่านอื่นหวาดกลัวต่ออันตรายในขณะบิน

ทางโฆษกของสายการบิน Delta ขอโทษผู้โดยสารท่านอื่น ที่เที่ยวบิน GoJet เที่ยวบินที่ 6238 ให้บริการโดย Delta Connection ดีเลย์เนื่องจากเหตุผลด้านความปลอดภัย เพราะความปลอดภัยของผู้โดยสารเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ชื่อ Wi-Fi hotspot ทำเรื่องดราม่าบนเครื่องบิน ในปี 2016 ผู้โดยสาร 40 คน ถูกเชิญให้ออกจากเครื่องบิน ก่อนเครื่องเทคออฟ เนื่องจากมี Wi-Fi ชื่อ “Mobile Detonation Device” จากผู้โดยสารบนเครื่อง (แปลไทยคือ อุปกรณ์ทำลายล้าง)

ฟังดูแค่ชื่อ Wi-Fi อาจไม่ใช่เรื่องที่น่าตื่นเต้น แต่ชื่อ Wi-Fi “remote detonator” นี้ ทำเอาเป็นข่าวและสร้างความตระหนกตกใจให้กับผู้ใช้บริการฟิตเนสมาแล้ว เพราะหลังจากที่พบสัญญาณ Wi-Fi ชื่อ remote detonator ลูกค้าฟิตเนสก็แจ้งผู้จัดการฟิตเนสและแจ้งตำรวจ (อ่านข่าว)

งานนี้ไม่ใช่แค่เรื่องการตั้งชื่อ Wi-Fi คนตั้งชื่ออาจจะคิดว่าสนุกๆ ตลกๆ ขำๆ แต่คนอื่นเขาไม่ได้ขำด้วย โดยเฉพาะการใช้งานบนเครื่องบิน และในพื้นที่สาธารณะ

independent.co.uk

boingboing.net

https://nakedsecurity.sophos.com/

Share this Article: