Qualcomm พร้อมให้บริการ Wi-Fi 6 ผ่าน C-V2X ความเร็วทะลุ 1.8 Gbps พร้อมดัน 5G standalone (SA) ย่าน 3.7GHz-3.8GHz ใช้เฉพาะรถยนต์

ล่าสุด Qualcomm Technologies และ Siemens ได้เตรียมทดสอบเทคโนโลยีรถยนต์ 5G ที่สามารถใช้งานกับโครงข่ายมือถือได้อย่างแท้จริง หรือ 5G standalone (SA) network ในรูปแบบ proof-of-concept (PoC) project ผ่านศูนย์การทดสอบยานยนต์ทั้งนูเรมเบิร์กในประเทศเยอรมัน บนคลื่นความถี่ 3.7GHz-3.8GHz


โดยโครงการดังกล่าวเป็นโครงการที่แสดงถึงสภาพแวดล้อมแห่งความเป็นจริง โดยการทดสอบผ่านโครงข่าย 5G และการใช้งานในภาคอุตสหกรรม เช่น ยานพาหนะนำทางอัตโนมัติ (AGVs)

ซึ่งการทดสอบการควบคุมรถยนต์แบบระยะไกลนั้น สามารถรับส่งสัญญาณได้จากโครงข่าย 5G ได้ตลอดเวลาโดยไม่อาศัยเทคโนโลยี 4G ซึ่งสามารถจัดการปริมาณการรับส่งข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ เชื่อมต่อกับระบบการสื่อสารแบบ Ultra Reliable Low Latency Communications (URLLC) ได้อีกด้วย

นอกจากนี้ทาง Siemens ยังสามารถติดตั้งระบบ Simatic ซึ่งส่งผลดีต่อการตั้งค่าแบบโรงงานได้ทันที (หากผู้ใช้งานต้องการให้รถยนต์คันนั้นกลับมาสู่ระบบเดิม) โดยการกด IO devices.
นอกจากนี้ทางระบบจะทำการทดสอบระบบการสื่อสารแบบ PoC ซึ่งเป็นโครงข่ายแบบ 5G จะทดสอบและประเมินโปรโตคอลการสื่อสารระหว่างรถยนต์กับรถยนต์ OPC UA
และ Profinet โดยใช้มาตรฐานแบบ Release 16 ได้อย่างถูกต้อง คาดการณ์ว่าจะสามารถใช้งานได้จริงภายในเดือนมิถุนายน 2563

Eckard Eberle ซีอีโอของ Process Automation ของ Siemens เชื่อว่าระบบดังกล่าวจะทำให้ผู้ใช้งานสามารถใช้งานรถยนต์ได้อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากสามารถเชื่อมต่อระบบการบำรุงกับโรงงานได้อย่างตลอดเวลา บนความถี่คลื่น 5G ย่าน 3.7GHz-3.8GHz ซึ่งเป็นคลื่นความถี่แบบชุมชน

นอกจากนี้คู่แข่งอย่าง Ericsson และTelefónica Germany กำลังว่าแผนในการให้บริการคลื่น 5G แบบ standalone (SA) บนย่านความถี่ 3.7GHz-3.8GHz เช่นกัน เพื่อให้บริการรถ Mercedes-Benz ใน Sindelfingen โดยสามารถเชื่อมต่อกับโรงงานอีก 56 แห่ง ตรงกับแนวทางในภูมิภาคนี้เช่นกัน อย่าง Ofcom ผู้กับกับดูแลโทรคมนาคมของประเทศอังกฤษเตรียมวางแผนที่จะให้คลื่น 3.8GHz ถึง 4.2 GHz เป็นโครงข่าย 5G แบบ standalone (SA) เช่นกัน

นอกจากนั้นทาง Qualcomm เพิ่มความสามารถให้กับซิปของตนเอง โดยเฉพาะ Dual-MAC Wi-Fi ซึ่งให้บริการในกลุ่มยานยนต์ ซึ่งสามารถใช้งานได้กับ Wi-Fi 6 dual-MAC chip กับ Bluetooth ได้พร้อมกัน ทำให้สามารถเพิ่มความเร็วได้สูงขึ้นถึงระดับ 1.8 Gbps ซึ่งในอดีต QCA6574AU รองรับเทคโนโลยี Wi-Fi 5 ทำความเร็วได้เพียง 867 Mbps เท่านั้น

โดย QCA6595AU สามารถนำเสนอ 2x2 multiple-input, multiple-output (MIMO) 5 GHz and 1x1 single-input, single-output (SISO) 2.4 GHz dual-band simultaneous (DBS) ทำให้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพอุปกรณ์ 2.4 GHz ดั้งเดิมและบลูทูธคุณภาพสูงให้กับผู้ใช้งานได้พร้อมกัน 32 คน ที่สำคัญยังสามารถเพิ่มคุณสมบัติโปรโตคอล WPA3 เพิ่มระบบความปลอดภัยสูงขึ้น

- Key QCA6696
1. MIMO plus MIMO Dual MAC Wi-Fi 6 with throughput of nearly 1.8 Gbps
2. Support for up to 64 Wi-Fi clients with WPA3 wireless security, the latest Wi-Fi security protocol, to support WPA-3-Personal, WPA3-Enterprise, WPA3- Enhanced Open, WPA3-Easy Connect
3. 2 or 3 Antenna Support for optimum Bluetooth / 2.4GHz Wi-Fi operation

- Key QCA6595AU
1. MIMO plus SISO Dual MAC Wi-Fi 5 with throughput of up to 1 Gbps
2. Support for up to 32 Wi-Fi clients with WPA3 wireless security, the latest Wi-Fi security protocol, to support WPA-3-Personal, WPA3-Enterprise, WPA3-Enhanced Open, WPA3-Easy Connect
2.4GHz / 5GHz PA (Power Amplifier) and LNA (Low Noise Amplifier)
3. 2 or 3 Antenna Support for optimum Bluetooth / 2.4GHz Wi-Fi operation

โดยอุปกรณ์ทั้งหมดนี้สามารถวัดค่าตำแหน่งได้อย่างแม่นยำ วัดค่าได้อย่างถูกต้อง และที่คัญคัญการเพิ่มประสิทธิภาพของ Wi-Fi นั้นจะทำให้ระบบมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย

ข้อมูล  qualcomm  5g  jp  techcrunch

Share this Article: