ยิ่งมีการใช้งาน 5G และ Wi-Fi มากขึ้น ก็ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงภัยออนไลน์ ปี 2020

การมาของ 5G ส่งผลทำให้มีการใช้อินเทอร์เน็ตเพิ่มมากขึ้น รวมไปถึง Wi-Fi ซึ่งถ้ายิ่งมีผู้ใช้เพิ่มขึ้น ความเสี่ยงภัยออนไลน์ก็เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย ในปี 2020

ในปี 2020 ภัยออนไลน์ขยายความเสี่ยงมากขึ้น โดย 25% ของภัยออนไลน์ กระทบการรั่วของข้อมูล เกิดขึ้นบนเครือข่ายที่ไม่รัดกุม

WatchGuard ได้เผยคาดการณ์ 2020 cybersecurity โดยภัยออนไลน์มาพร้อมกับการเติบโตของ 5G/Wi-Fi โดยเฉพาะการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ใช้งาน Mobile Device และ Remote Employees ซึ่งนำมาความเสี่ยงเข้ามาในระบบเครือข่่าย

รายงานสะท้อนความหายนะจาก ransomware ที่มีความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้น ในขณะที่การโจมตีจาก ransomware นั้นลดลง แต่เป้าหมายยังคงเสี่ยง

Ransomware ไม่อยู่ที่เครื่องแล้ว แต่ไปเกาะบน cloud ที่จับตัวได้ยากกว่า เพราะธุรกิจขับเคลื่อนด้วย servers และ data บน cloud เพราะมันคือ “one-stop shop” ที่พนักงานล้วนใช้ข้อมูลจากก้อนเมฆนี้ โดย WatchGuard มองว่า ในปี 2020 จะได้เห็นการเพิ่มขึ้นของเป้าหมายที่ถูกโจมตีโดย ransomware บน cloud โดยเฉพาะการจัดเก็บฐานข้อมูล และ S3 buckets รวมไปถึง virtual environments คืออะไรก็ตามที่มีข้อมูลอยู่ เพราะข้อมูลล้ำค่ามากที่สุด

ผู้ใช้อุปกรณ์ mobile ไม่ระมัดระวังเรื่องการใช้งานเครือข่าย และพยายามใช้งานในทุกสถานที่ โดยเฉพาะพื้นที่มีเครือข่ายสาธารณะ เช่น shopping centers และสนามบิน โอเปอเรเตอร์มีบริการ voice และ data ใช้งานผ่านเครือข่ายมือถือและ Wi-Fi ใช้งานที่พื้นที่สาธารณะ โดยอุปกรณ์สมัยนี้มีความฉลาด เลือกการเชื่อมต่อ cellular หรือ Wi-Fi โดยอัตโนมัติ โดยความเสี่ยงภัยออนไลน์นั้นมาจากการเชื่อมต่อ ในการสลับจาก cellular ไปใช้ Wi-Fi ซึ่ง WatchGuard เองก็ระบุว่า ในปี 2020 นั้น “a large 5G to Wi-Fi security vulnerability" หมายความว่า การโจมตีจะมาจาก การใช้ voice และ/หรือ data บนอุปกรณ์ 5G

เรื่องที่น่าเป็นกังวลคือ ในปี 2020 มีการรั่วไหลของข้อมูล 25% มาจากการใช้งานบนเครือข่ายที่ไม่ปลอดภัย โดยผลสำรวจจาก WatchGuard และ CITE Research พบว่า 90% ของธุรกิจขนาดกลางมีพนักงานทำงานนอกสถานที่กว่าครึ่งสัปดาห์ จะต้องมีการ remote เข้ามาทำงานในบริษัท ซึ่งมีความเสี่ยง แม้จะสะดวกในการทำงานก็ตาม

WatchGuard ระบุว่า ถ้าคนที่ใช้อุปกรณ์ mobile ทำงานจากนอกออฟฟิศ แล้วเชื่อมต่อบนเครือข่ายที่ไม่ปลอดภัย ยิ่งนำความเสี่ยงเข้ามาให้กับระบบ รวมไปถึง phishing และภัยออนไลน์อื่นๆ

เพื่อป้องกันภัยออนไลน์ แผนกไอทีจะต้องทำการบ้านเพื่อให้พนักงานใช้อุปกรณ์จากนอกบริษัทได้อย่างปลอดภัย WatchGuard แนะนำบริษัทให้ทำระบบเครือข่ายที่ปลอดภัยสำหรับพนักงานและมีการป้องกันที่รัดกุมพอ

เอาง่ายๆ ลำพัง laptop หรืออุปกรณ์ที่ใช้ทำงานของบริษัท มีความปลอดภัยหรือยัง รวมไปถึง local firewall และ advanced malware protection, DNS filtering, disk encryption และ multi-factor authentication คือการตรวจสอบยืนยันตัวบุคคล

รายงานระบุว่า ในปี 2020 ภัยออนไลน์จะเพิ่มสูงขึ้น จากการขาดทักษะในการป้องกันภัยออนไลน์ 15% ของมหาวิทยาลัยไม่สามารถผลิตบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญใน cyber security เพื่อป้อนให้กับองค์กรได้ ซึ่งต้องการพนักงานที่มีความรู้เรื่อง cybersecurity

ในปี 2020 ตามรายงานของ WatchGuard มีการเพิ่มขึ้นของ multi-factor authentication (MFA) ในบริษัทขนาดกลาง และข้อมูลล้ำค่าเป็นเป้าที่ถูกจับตา ดังเช่นใน European Union และใน California ที่แพร่กระจายใน U.S.

rcrwireless

Share this Article: