จีนเบรค AI อุปกรณ์คาดศีรษะมอนิเตอร์ เจาะลึกพฤติกรรมนักเรียนประถม ชี้ปัญหาการ Download เน็ตและเด็กกดดัน

ล่าสุดทางรัฐบาลจีนได้สั่งห้าม "อุปกรณ์คาดศีรษะมอนิเตอร์" สวมใส่แก่นักเรียน หลังจากที่สื่อใหญ่อย่าง WSJ ได้นำผลวิจัยมาเผยแพร่โดยระบุอาจมีผลกระทบกับสมองเด็ก โดย "แถบคาดศีรษะมอนิเตอร์" ซึ่งเป็นผลการวิจัยงานวิจัยและพัฒนาและผู้ผลิต Qiangnao ซึ่งใช้เทคโนโลยี EEG (Electroencephalography (EEG)) ผลิตภัณฑ์นี้ผ่านการรับรอง CE, IC และ FCC และมีวางจำหน่ายในสหรัฐอเมริกาแคนาดาและจีน 


โดยการสวมใส่ "อุปกรณ์คาดศีรษะมอนิเตอร์" เป็นการตรวจสอบความสนใจของเด็กและเก็บข้อมูลต่างๆ ทั้งประสิทธิภาพการเรียน, สมาธิการเรียน และวิเคราะห์สิ่งต่างๆรอบตัวของเด็ก ซึ่งทางข้อมูลทั้งหมดบริษัทและโรงเรียนเก็บถือว่าเป็นข้อมูลส่วนบุคคลของเด็ก ซึ่งผู้ปกครองและครูประจำชั้นสามารถทราบได้ โดยส่งข้อมูลไปยังสมาร์ทโฟนของผู้ปกครองทันที และครูประจำชั้นสามารถให้คะแนนความประพฤติได้อีกด้วย

ซึ่งรัฐบาลจีนทราบถึงความกดดันของเด็กนักเรียนใน "อุปกรณ์คาดศีรษะมอนิเตอร์" เพราะเป็นการรายงานแบบเรียลไทม์และวิเคราะห์ผลการเรียนอยู่ตลอดเวลา นอกจากนี้อุปกรณ์ดังกล่าวมีขนาดไม่เหมาะสมกับผู้ใส่ถึงทำให้นักเรียนเจ็บศีรษะและรัดแน่นที่หน้าผาก

แม้ว่าจะอยู่ในช่วงทดลองการใส่อุปกรณ์ดังกล่าว ทางโรงเรียนและผู้ปกครองยังพบปัญหาการดาว์โหลดข้อมูลอินเทอร์เน็ต ในเวลาที่อุปกรณ์มีแบตเตอรี่อ่อนหรือนักเรียนลืมชาร์จแบตเตอรี่ก็จะทำให้ไม่ทราบถึงพฤติกรรม

ทางโรงเรียนยังเปิดเผยอีกว่า ไม่ได้ให้นักเรียนชั้นประถมใส่ทุกวันแต่เป็นการสวมใส่สัปดาห์ละครั้ง ทำให้เด็กยังรู้สึกว่ายังเป็นอิสระอยู่

ที่ผ่านมาประเทศจีน ซึ่งเป็นประเทศที่มีการพัฒนาระบบ AI ที่ล้ำที่สุดในโลก ได้นำเทคโนโลยี AI มาสู่โรงเรียนโดยอยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลจีนอย่างเคร่งครัด

โดยสถาบันการศึกษาอื่น ๆ ทั่วประเทศทั้งมหาวิทยาลัยในซีอาน มณฑลส่านซี ได้นำเทคโนโลยี AI สแกนใบหน้าติดตั้งโดยรอบสถานศึกษาทั้งประตูทางเข้า, หอพัก เพื่อลงทะเบียนการการเข้าใช้งานหรือบันทึกการเข้าออกของนักเรียนในแต่ละคาบเรียนหรือในแต่ละวัน

นอกจากนั้นยังมีการติดตั้งกล้องทั้งหน้าเรียน เพื่อใช้ AI ในการตรวจสอบใบหน้าของนักเรียน ทั้ง เศร้า, เหงา. ดีใจ,มีความสุข โดยทำให้เป็น “ วิทยาเขตอัจฉริยะ” เพื่อนำเข้ามูลมาตรวจสอบสภาพการศึกษา โดยมีกระทรวงศึกษาธิการเข้ามามีส่วนร่วมทางการศึกษาส่งเสริม นอกจากนี้ยังเป็นระบบการรักษาความปลอดภัยชั้นดีอีกด้วย

หลังจากนั้นก็จะทำการเกิดการเชื่อมต่อระหว่างครอบครัวและโรงเรียนและมหาวิทยาลัยส่งเสริม AI เพื่อนำไปสู่การพัฒนาระบบการเรียนการสอนผ่านทางระบบ Online

ไม่ใช่สิ่งที่ปักกิ่งคิดเมื่อเรียกร้องให้โรงเรียนและมหาวิทยาลัยส่งเสริม AI ในด้านการศึกษาและการจัดการโรงเรียนและใช้เทคโนโลยีข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อพัฒนาแอพการศึกษาออนไลน์

ในแผนรายละเอียดที่ตีพิมพ์ในปี 2561 กระทรวงเสนอให้โรงเรียนสำรวจรูปแบบการสอนแบบใหม่บนพื้นฐานของ AI รวมถึงการใช้ปัญญาประดิษฐ์เพื่อตรวจสอบกระบวนการสอนและวิเคราะห์ประสิทธิภาพของนักเรียนและครู


ข้อมูล  scmp  wsj  chinaplus.cri  cacm.acm  scmp  scmp  eetasia  eet-china  eetasia

Share this Article: