รถไฟใต้ดินจีน-ปักกิ่ง ลุย 12 ล้านราย ใช้งาน 5G Eyes Facial Recognition ขนาดใหญ่ประสาน ระบบเครดิตผู้โดยสาร

ล่าสุดทางปักกิ่ง ซึ่งเป็นเมืองหลวงของสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้เปิดให้บริการสแกนใบหน้าเพื่อสร้างความแข็งแกร่งของระบบการรักษาความปลอดภัยให้กับผู้โดยสาร โดยเฉพาะผู้ใช้งานระบบขนส่งรถไฟฟ้าใต้ดิน และความพิเศษนำระบบ "หักคะแนนเครดิต" ใช้กับพฤติกรรมของผู้โดยสารที่ชอบทานอาหารในรถไฟฟ้าอีกด้วย



ที่ผ่านมาระบบการรักษาความปลอดภัยเดิมนั้นใช้วิธีการต่อแถวเพื่อเช็คและตรวจสอบการเข้า-ออกของผู้โดยสาร ซึ่งในเมืองหลวงอย่างปักกิ่งมีจำนวนประชาชนสูงถึง 20 ล้านคน ส่งผลทำให้ผู้โดยสารต้องต่อคิวยาวนานโดยเฉพาะในชั่วโมงเร่งด่วน

ส่งผลให้ศูนย์ควบคุมจราจรทางรถไฟของปักกิ่งได้นำเทคโนโลยีสแกนใบหน้ามาใช้งานในระบบรถไฟฟ้าใต้ดิน ทำการสแกนใบหน้าผู้โดยสาร ซึ่งจัดทำช่องทางเดินพิเศษแยกออกจากระบบเดิมออกมาแต่ระบบเดิมก็ยังคงอยู่ ทำให้ลดการจราจรได้เป็นจำนวนมาก

ระบบการรักษาความปลอดภัยดังกล่าวสามารถใช้งานได้ดีมากกว่าเดิม เช่น หากมีผู้โดยสารหน้าใหม่ที่ไม่เคยผ่านระบบนี้มาใช้บริการ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจะสังเกตบุคคลนั้นเป็นกรณีพิเศษ

โดยระบบดังกล่าวได้เชื่อมต่อกับ "ระบบเครดิตผู้โดยสาร" และตรวจสอบทุกคนที่มีรายชื่อในระบบบัญชี โดยจะทำการหักคะแนน เช่น การทานอาหารในห้องผู้โดยสารรถไฟฟ้าใต้ดิน ก็จะถูกตัดคะแนนพฤติกรรมทันที

ปัจจุบันระบบการสแกนใบหน้ารองรับใบหน้าและสามารถตรวจสอบระบบการรักษาความปลอดภัย เป็นจำนวนสูงถึง 12 ล้านราย และภายในปี 2565 จะสามารถรองรับผู้โดยสารเพื่อตรวจสอบใบหน้าได้สูงถึง 17 ล้านราย

ระบบการรักษาความปลอดภัยด้วยใบหน้าเริ่มเป็นที่นิยมอย่างยิ่งในประเทศจีน โดยเฉพาะผู้ประกอบการต้องติดตั้งเทคโนโลยีเพื่อตรวจสอบใบหน้าของผู้บริโภคในซูเปอร์มาร์เก็ตอีกด้วย

ที่ผ่านมาประเทศจีนได้ลงทุนระบบ 5G โดยปูพรมทั้งระบบขนส่งสาธารณะของปักกิ่งเพื่อทำให้ระบบการการขนส่งและระบบอินเทอร์เน็ตมีความแข็งแรงเพิ่มมากขึ้น

ข้อมูล  globaltimes  channelnewsasia  chinaplus.cri  techxplore   globaltimes

Share this Article: