เจาะลึก iPhone 11 ของ Apple ไม่มี 5G เคลียร์ปัญหาพื้นที่ใช้งานเพียง 17 ประเทศ ไม่รองรับทุกคลื่นพร้อมกัน

ล่าสุดนักเขียน Chris Welch ของสำนักข่าว Theverge ได้ออกมาให้การแสดงความคิดเห็น กรณี iPhone 11 ของ Apple ไม่มี 5G ซึ่งไม่ก้าวกระโดดเหมือนกับ Samsung, LG และ OnePlus สมาร์ทโฟนตัวใหม่ทั้งหมดของทุกค่าย เริ่มออกสมาร์ทโฟน 5G มีรายละเอียดโดยสรุปคือ
1. ตัวสถานี 5G ที่มีจำนวนน้อย คลื่นบาง เชื่อมต่อลำบาก
2. ซิป Qualcomm 5G ที่ร้อนเกินไป Intel ล่าช้า



ซึ่งทาง APPLE ออกมาระบุถึงความพร้อม 5G ว่าอย่างน้อย 5G ต้องครอบคลุมทั่วประเทศสหรัฐอเมริกาก่อน ซึ่งผู้ให้บริการในประเทศสหรัฐอเมริกาอย่าง Verizon, AT&T และ T-Mobile ยังไม่สามารถเปิดโครงข่าย 5G แล้วทำให้ผู้ใช้งานเกิดความประทับใจ

ส่วนใหญ่ผู้ให้บริการมักเปิดบริการ 5G ในรูปแบบคลื่น mmWave ซึ่งเป็นรัศมีที่แคบมากเหมือนการปล่อยสัญญาณ Wi-Fi Hotspot จากสมาร์ทโฟนเท่านั้น ไม่สามารถใช้งานควบคู่กับระบบ 4G LTE ได้ พร้อมๆกับ 5G mmWave

ที่สำคัญการปล่อยคลื่นความถี่ mmWave ยังไม่สามารถวางสถานีฐานได้ครอบคลุมได้มาก โดยโหนดในการให้บริการเหล่านี้มักจะติดตั้งในสถานที่ชุมชนเยอะๆ

เช่นดังที่ Chris Welch ได้ทดสอบระบบ 5G ของโครงข่าย Verizon ในชิคาโกสองครั้งและเครือข่าย 5G คลื่น mmWave ของ T-Mobile การเชื่อมต่อระบบ 5G เป็นไปได้ด้วยความยากลำบาก ตัวคลื่นมีความอ่อนไหวสูง ยิ่งไปกว่านั้น AT&T เปิดให้บริการเฉพาะกลุ่มเท่านั้น

ดังนั้นลูกค้าที่ใช้งานประจำ ซื้อสมาร์ทโฟน 5G มารองรับ แต่ต้องกลับไปใช้งาน 4G LTE เหมือนเดิม ซึ่งต้องรอหลังปี 2562 เป็นต้นไป ถึงจะเห็นการเปลี่ยนแปลงเรื่องการขยายโครงข่าย 5G

อีกเหตุผลต่อไปคือ iPhone 11 ของ Apple ไม่มี 5G เนื่องจาก Qualcomm เปิดตัวชิป 5G Snapdragon X50 มีความร้อนมากจนเกินไปเมื่อใช้งานคลื่น 5G ยิ่งถ้าต้องใช้งาน 5G ในพื้นที่ที่มีความร้อนสูงๆ อาจจะทำให้เกิดความไม่ปลอดภัยต่อผู้ใช้งานแน่นอน ส่งผลทำให้ตัวเครื่องต้องปรับการจับสัญญาณ 5G เป็น 4G แบบอัตโนมัติ ต้องรอให้เครื่องเย็นอีกครั้งถึงจะกลับมาใช้งานคลื่น 5G ได้อีกด้วย ที่สำคัญตัวซิปเองยังไม่สามารถรับส่งสัญญาณได้หลายช่วงความถี่ในเวลา บางค่ายต้องการคลื่นความถี่ 5G แบบความถี่ต่ำคลื่น 600 MHz ได้พื้นที่กว้างๆ หรือ mmWave ของ T-Mobile ความถี่ 28 GHz ซึ่งใช้งานได้แตกต่างกัน 600 MHz ซึ่งใช้รัศมีได้กว้าง แต่ชิปเซตพึ่งพร้อม ทาง samsung s10 5G จะออกมาอีก 1 รุ่น

แต่ส่วนใหญ่ประเทศสหรัฐอเมริกาใช้วิธีการขยาย 5G ด้วยคลื่น mmWave ซึ่งช้าและรัศมีไม่กว้าง

โดย Intel ก็ไม่สามารถส่งซิป 5G ให้กับ Apple ได้ทันเวลา ทำให้ ครั้งนี้ทาง APPLE จึงต้องตัดสินใจหันไปเน้นเรื่องกล้องอีกด้วย และ 4x4 MIMO และ ความเร็ว 4G LTE ระดับกิกะบิต รวมถึงครั้งแรกกับเทคโนโลยี Wi-Fi 6 แทน

Bloomberg ได้ระบุในระยะเวลาที่ผ่านมา 5G ได้เปิดให้บริการ 5G เชิงพาณิชย์เพียง 17 ประเทศภายในปี 2562 เท่านั้น ซึ่งน้อยมากเมื่อเปรียบเทียบกับยุค 4G ที่ผ่านมา โดยประเทศที่มีการเติบโต 5G อย่างรวดเร็วที่สุดคือประเทศเกาหลีใต้ โดยใช้คลื่นความถี่กลางอย่าง 3.5 GHz มาให้บริการ รัศมีไกลในระดับหนึ่ง มีผู้ใช้บริการแล้ว 5 ล้านราย โดยมีแรงจูงใจ Samsung Galaxy S10 5G ที่มีความบางเครื่องและแบตเตอรี่ที่มีความจุเพิ่มขึ้นสองเท่า

ที่สำคัญสัญญาณที่น่ากังวลสำหรับ Apple ในประเทศจีน ซึ่งเป็นตลาดโทรคมนาคมที่ใหญ่ที่สุดอย่าง China Mobile Ltd. มีผู้ใช้งาน 4G มากกว่าจำนวนประชากรสหรัฐทั้งล่าสุดได้ติดตั้งโครงข่าย 5G ไปแล้วเป็นจำนวน 130,000 แห่ง ทั่วประเทศ เมื่อเทียบกับการติดตั้งโครงข่าย 5G อย่าง AT&T Inc. เป็นจำนวน 70,000 แห่ง ซึ่งประเทศสหรัฐฯเริ่มมีความช้าในการให้บริการ 5G แต่ต้องดูเกมนี้ในระยะยาว

ข้อมูล  theverge  bloomberg  cnet

Share this Article: