รอดหวุดหวิด SpaceX ชน Starlink 44 หลังโลกส่งดาวเทียมอินเตอร์เน็ตจำนวนมาก เร่งหาหน่วยงานกำจัดซากดาวเทียม

ที่ผ่านมาองค์การอวกาศยุโรป (ESA) ชี้ประเด็นเรื่องความความเสี่ยงเหตุการณ์ดาวเทียมพุ่งชนกัน โดยเฉพาะดาวเทียวที่อยู่ในความดูแลขององค์การอวกาศยุโรป (ESA) อย่างดาวเทียม Starlink 44 ต้องสั่งให้ยกระดับดาวเทียมให้สูงยิงขึ้น หลังจากที่เพื่อให้หลีกเลี่ยงการชนดาวเทียม SpaceX 

โดยผู้เชี่ยวชาญองค์การอวกาศยุโรป (ESA) นำโดย ผู้เชี่ยวชาญในทีม #SpaceDebris ได้คำนวณความเสี่ยงการชนระหว่างดาวเทียมทั้งสองพบว่า จะต้องให้ดาวเทียมต้องหลบความสูงระหว่างกัน เพื่อป้องกันการปะทะซึ่งมีความเสี่ยงต่อ 1 ใน 1000

โดยสิ่งที่น่าสนใจคือการชนครั้งนี้เป็นการชนของกลุ่มดาวเทียมขนาดใหญ่ด้วยกันทั้งคู่

ที่ผ่านมาทางองค์การอวกาศยุโรป (ESA) ได้มีการแจ้งเตือนการแจ้งเตือนการหลบหลีกการชนของดาวเทียมมากถึง 28 ครั้ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นดาวเทียมที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว ซึ่งถือเป็นซากอวกาศ แต่ครั้งนี้เป็นดาวเทียมมีการใช้งานอยู่ทั้งคู่

สิ่งที่เกิดขึ้นในอนาคตหากมีกลุ่มดาวเทียมเป็นจำนวนมาก ลอยอยู่บนอวกาศ ซึ่งดาวเทียมเหล่านั้นขึ้นอยู่อวกาศในเวลาสั้นหลายหมื่นดวง เช่น กลุ่มดาวเทียม Starlink ทำการส่งดาวเทียมขึ้นไปเป็นจำนวนมาก จะส่งผลอย่างเลี่ยงไม่ได้ที่ดาวเทียมจะเกิดเหตุการณ์ชนกัน

เช่น เดียวกับ SpaceX วางแผนที่จะเปิดตัวดาวเทียมมากกว่า 12,000 ดวงบนวงโคจรต่ำของโลกเพื่อให้บริการอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ทั่วโลก ความเร็วสูงระดับ 1 Gbps จนถึงปัจจุบัน SpaceX ได้ยิงดาวเทียมขนาดเล็ก 60 ดวง ขึ้นบนจรวด Falcon 9 สู่อวกาศ



ที่ผ่านมาเมื่อวันที่ 20 กันยายน 2562 ในงาน Advanced Maui Optical และ Space Surveillance Technologies หรือ AMOS พบว่า ช่วงบริเวณกลุ่มซากดาวเทียมที่อยู่ในวงโคจรโลกต่ำส่วนใหญ่เป็นกลุ่มดาวเทียมของประเทศรัสเซียในช่วง 2523 และ 2543

ซึ่งเขาตั้งข้อสังเกตว่า ดาวเทียมขนาดใหญ่มีมวลขนาดใหญ่ ( masses )ที่มีน้ำหนัก 1,000 ถึง 8,000 กิโลกรัม และส่วนใหญ่เป็นซากดาวเทียมไปแล้ว ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มดาวเทียม OneWeb

แม็คไนท์ระบุสามกลุ่มที่แตกต่างกัน ซึ่งแต่ชั้นบรรยากาศในขณะนี้

1. ระดับความสูง (altitude) มีซากดาวเทียมอยู่ที่ 775 กิโลเมตรห่างจากชั้นพื้นโลก พบว่าส่วนใหญ่กลุ่มดาวเทียมนี้เป็นกลุ่มดาวเทียมที่ยังใช้งานในปัจจุบันมากที่สุดและยังมี ดาวเทียม Envisat ขององค์การอวกาศยุโรปซึ่งเป็นดาวเทียมที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในวงโคจรอยู่ในช่วงความสูงระดับนี้

2. ระดับความสูง (altitude) มีซากดาวเทียมอยู่ที่ 850 กิโลเมตรห่างจากชั้นพื้นโลก พบว่าส่วนใหญ่กลุ่มซากดาวเทียมเป็นจำนวนมาก

3. ระดับความสูง (altitude) มีซากดาวเทียมอยู่ที่ 975 กิโลเมตรห่างจากชั้นพื้นโลก พบว่าส่วนใหญ่กลุ่มซากดาวเทียมเป็นจำนวนมาก





สิ่งที่ทุกคนที่เกี่ยวข้องต้องเขามาดูแลให้มากที่สุดคือ การแก้ไขปัญหาซากดาวเทียมที่ลอยอยู่บนอวกาศเป็นจำนวนมาก เนื่องจากจะทำให้ผู้่เกี่ยวข้องไม่สามารถจัดการปัญหาทางจราจรได้ ในขณะนี้ยังไม่มีหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องนี้ กับไม่ใช่เรื่องที่สามารจะมองข้ามได้

ข้อมูล  spacenews  zdnet.kr esaoperations

Share this Article: