เจาะลึก จุดเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต 10 จุดหลัก ระหว่างประเทศของจีน พร้อมวิธีรับมือการแทรกแซงจากต่างประเทศ

ประเทศจีนถือเป็นประเทศที่มีประชากรที่ใช้งานอินเทอร์เน็ตจำนวนมาก โดยวิธีการจัดการของรัฐบาลจีนในการดูแลอินเทอร์เน็ตของคนในชาตินั้น ถือเป็นต้นแบบให้กับอีกหลายๆประเทศ ซึ่งจีนสามารถควบคุมการโจมตีทางไซเบอร์หรือการแทรกแซงจากต่างประเทศได้เป็นอย่างดี ถึงขนาดที่กลายเป็นอินทราเน็ตระดับชาติ ซึ่งทางประเทศจีนมีจุดการเชื่อมต่อตรงไหน ทาง adslthailand รวบรวมข้อมูลดังนี้


หลายคนพอทราบเรื่องนี้เป็นอย่างดี กรณีที่ประเทศจีน นั้นมีจุดเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตจากทั่วโลกน้อยมาก โดยศูนย์การเชื่อมต่อทางโทรคมนาคมที่อยู่บริเวณเขตแดนของประเทศจีน เพื่อเป็นจุดเชื่อมต่อการเรียกสัญญาณอินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศ ซึ่งทำให้ประเทศจีนสามารถยกเลิกการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตจากทั่วโลกจากทั่วโลกได้ทันที และสามารถให้บริการอินเทอร์เน็ตภายในประเทศซึ่งไม่เดือดร้อน ต่างกับชาติตะวันตก

Dave Allen ผู้เชี่ยวชาญทางด้านโทรคมนาคมกล่าวว่า ประเทศจีนนั้นมีความความยืดหยุ่นในการให้บริการอินเทอร์เน็ตอย่างมาก ซึ่งยืดหยุ่นถึงขนาดว่าสามารถยกเลิกการเชื่อมต่อระบบอินเทอร์เน็ตจากโลกภายนอกได้โดยที่ตัวเองไม่มีผลกระทบ คล้ายการให้บริการอินเทอร์เน็ตในรูปแบบสำนักงานหรือระบบอินทราเน็ต

ซึ่งโครงสร้างการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตของประเทศจีนมีความแตกต่างจากโครงสร้างอินเทอร์เน็ตประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐาน โดยปกติประเทศส่วนใหญ่อนุญาตให้ผู้ให้บริการโทรคมนาคมในและต่างประเทศดำเนินการภายใน ซึ่งสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ระหว่างกัน โดยบริษัทเหล่านี้จะทำการเชื่อมต่อโครงสร้างพื้นฐานของพวกเขาไปยังที่ตั้งทางกายภาพ ซึ่งบริเวณนั้นเรียกจุดดังกล่าวว่าเป็น Internet Exchange Points ( IXPs ) จุดเชื่อมต่อระบบอินเทอร์เน็ต โดยจุดเชื่อมต่อดังกล่าวจะเป็นจุดเชื่อมต่ออยู่ในรูปแบบตาข่าย โดยมีจุดการให้บริการ IXPs ขนาดเล็กจาก telcos ทั่วโลก

แต่ประเทศจีนไม่ได้ทำอย่างนั้น ทางประเทศจีน จะปล่อยให้ telcos หรือบริษัท โทรคมนาคมต่างประเทศดำเนินการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตด้วยการลากสาย cable ไปยังประเทศต้นทางหรือประเทศที่ประเทศจีนต้องการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตร่วมด้วย ให้ถือบริเวณนั้นเป็นจุดเชื่อต่อของประเทศจีน

โดยมีประเทศต่างๆดังต่อไปนี้
บริเวณยุโรป (Europe) จำนวน 17 แห่ง เช่น London, Amsterdam, Frankfurt
ประเทศรัสเซีย (Russia)
ประเทศสหรัฐอเมริกา (United States) 63 แห่ง เช่น Seattle, Bay Area, Los Angeles, New York, DC, Miami
ประเทศเกาหลีใต้ (South Kores)
ประเทศญี่ปุ่น (Japen)
ประเทศสิงคโปร์ (Singapore)
ประเทศเคนยา (Kenya)
ประเทศบราซิล (Brazil)
ประเทศแอฟริกาใต้ (South Africa)
ประเทศออสเตรเลีย (Australia)

ด้วยวิธีการนี้ทำให้ทำให้ผู้ให้บริการในต่างประเทศและผู้ให้บริการภายในประเทศ ต้องมีสายสัมพันธ์ระหว่างกัน และสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลการสื่อสารระหว่างกัน เพื่อให้สามารถเข้าถึง Great Firewall และ จุดการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต Internet Exchange Points (IXPs) ซึ่งต้องเชื่อมให้ผู้ให้บริการ China Telecom, China Unicom, China Mobile ในบริเวณสาธารณะ

โดยวิธีการนี้มีความได้เปรียบกว่าประเทศอื่นๆ เช่น
1. การเซ็นเซอร์อินเทอร์เน็ต ทางรัฐบาลสามารถเซ็นเซอร์อินเทอร์เน็ตเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมได้อย่างทันทีตามนโยบาย โดยไม่ต้องคำนึงถึงผู้ให้บริการโทรคมนาคมในต่างประเทศ (telcos) เนื่องจากข้อมูลนั้นๆ ทางประเทศจีนสามารถตรวจสอบรายละเอียดได้มาก่อน


2. รัฐบาลจีนสามารถตัดการเชื่อมต่อจากอินเทอร์เน็ตเมื่อใดก็ตามที่ตรวจพบการโจมตีจากภายนอก ซึ่งยังคงสามารถรักษาระบบอินเทอร์เน็ตภายในประเทศได้ China Telecom, China Unicom, China Mobile และศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์ในพื้นที่เพียงแห่งเดียว ในทางกลับกันการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตภายในประเทศ ก็ไม่หลุดออกจากกัน

3. ข้อดีของระบบนี้ การรับส่งข้อมูลจากคนจีนเพียงหนึ่งคนภายในประเทศจะไม่สามารถหลุดข้อมูลออกมาจากภายนอกประเทศได้อีกด้วย เช่น ผู้ใช้งานจากประเทศอิตาลีต้องการเข้าถึงเว็บไซต์ของประเทศจีน จะพบว่าเซิร์ฟเวอร์ที่เรียกสัญญาณข้อมูลอยู่ที่ฝรั่งเศสหรือเยอรมนีก่อนสัญญาณนั้นไปสู่ประเทศจีน

4. เรื่องของเวลาในการติดต่อทำธุรกรรมระหว่างประเทศ มีความแตกต่างกัน เนื่องต้องผ่านจุดเชื่อมสัญญาณอินเทอร์เน็ตของในประเทศนั้นๆ ก่อนส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตศูนย์กลางของการเชื่อมต่อประเทศจีน

5. ระบบดังกล่าวเป็นระบบที่ข่าวกรองในต่างประเทศ รับรู้ข้อมูลจากประเทศจีนได้น้อยมาก เนื่องจากมีข้อมูลจากประเทศจีนน้อย ซึ่งถือว่าเป็นมุมมองที่ดีสำหรับการรักษาอธิปไตยทางไซเบอร์ของประเทศจีน

ซึ่งประเทศขนาดใหญ่ที่กำลังดำเนินการตามประเทศจีนนั้นคือ ประเทศรัสเซียพยายามจำลองแบบ "อินทราเน็ตแห่งชาติ" โดยมีนาคม 2562 ที่ผ่านมา ประธานาธิบดี วลาดีมีร์ ปูติน ได้ลงนามในกฎหมายฉบับใหม่เพื่อให้รัฐบาลขยายการควบคุมข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต และ กฎหมายบังคับให้ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตในท้องถิ่น สามารถติดตั้งอุปกรณ์ที่กำหนดเส้นทางการรับส่งข้อมูลของเว็บของรัสเซียผ่านเซิร์ฟเวอร์ของรัฐบาล เพื่อให้สามารถเช็คข้อมูลข่าวกรองได้อย่างถูกต้อง นอกจากนี้ยังสร้างฐานการสำรองข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตและการตัดการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในระหว่างประเทศ

ข้อมูล arstechnica bloomberg zdnet internetintel.oracle

Share this Article: