หวั่นเทคโนโลยีเปลี่ยนใบหน้าบนวีดีโอ deepfake ส่อวุ่นการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ในปี 2020

ความกังวลเกิดขึ้น หลังจากที่มีการประชุมใหญ่ของแฮกเกอร์ ชี้ให้เห็นว่า เทคโนโลยีล้ำสมัยของ AI สามารถเปลี่ยนใบหน้าในวีดีโอได้ ซึ่งการพูดในวีดีโอนั้น ปาก ตรงกับคำพูด (เนียนมาก) หรืออาจจะเปลี่ยนเสียงเลยก็ทำได้ (ยิ่งเนียนเข้าไปใหญ่) ซึ่งร้อนถึงสภา ที่มองเรื่องความเสี่ยงจากภัยคุกคามนี้ ซึ่งอาจเกิดขึ้น และมีผลต่อการเลือกตั้งในปี 2020 โดยวีดีโอนั้นใช้ AI สร้างขึ้น ทำให้บุคคลในวีดีโอ ดูเหมือนจะทำ หรือพูดในสิ่งที่พวกเขาไม่เคยทำ หมายถึงปลอมเป็นบุคคลนั้นๆ ได้เลย ยิ่งหากเป็นบุคคลสำคัญในการเลือกตั้ง ก็สามารถกลั่นแกล้งให้เสียคะแนนนิยมลงไปได้เลย

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ในการประชุม Black Hat cybersecurity conference ใน Las Vegas สภาฯ พยายามชงเรื่องให้ระวังอันตรายของ AI ซึ่งเรียกว่า deepfake เป็นการเปลี่ยนใบหน้าเราบนวีดีโอของบุคคลอื่น โดยใช้ AI เรียนรู้การปรับเปลี่ยนใบหน้า ถ้าใครเคยดูหนังเรื่อง Face/Off ก็น่าจะคุ้นเคยกับการเปลี่ยนใบหน้า แต่วันนี้ น่ากลัวกว่านั้น เพราะวีดีโอที่ถูก deepfaked นั้นอันตรายตรงที่ สามารถนำใบหน้าของเราไปอยู่ในวีดีโอของบุคคลอื่น ซึ่งอาจสร้างความเสียหายต่อตัวเราและบุคคลอื่นได้ เนื่องจาก บุคคลในวีดีโอ พูด แสดงกิริยา ที่เราไม่เคยทำ แต่ในเมื่อเป็นวีดีโอ คนดูก็เชื่อถือว่าเป็นเราจริงๆ

วีดีโอ Deepfake นั้นถูกพัฒนาการเรียนรู้ด้วย deep learning tools ที่เอาใบหน้าของเราไปใส่ในวีดีโอของผู้อื่นได้อย่างแนบเนียนมากๆ ซึ่งในทางการเมืองแล้ว ปี 2020 จะมีการเลือกตั้ง ของอเมริกา ซึ่งอาจมีการกลั่นแกล้งกันได้ ยิ่งต้องเพิ่มความระมัดระวัง ในเดือนมิถุนายน สภาคอนเกรสได้มีการพูดคุยกัน หารือเรื่องภัยของ deefakes และสื่ออื่นๆ ที่นำ AI มาใช้สร้างใบหน้า (ปากตรงกับคำพูดเสียด้วย) แต่ก็มีความกังวลว่า บริษัทเทคโนโลยีต่างๆ จะพร้อมร่วมมือกับ deepfakes หรือไม่

ในขณะที่ตัวแทนของ House Intelligence Committee ได้แจ้งความกังวลใจไปยัง Google, Facebook และ Twitter ซึ่งยังไม่มีคำตอบที่แน่ชัดว่าจะร่วมมือกันแก้ปัญหานี้หรือไม่

เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไป ล้ำสมัยมากขึ้น ก่อนหน้านี้เราเปลี่ยนใบหน้าด้วย AI จากแอปตกแต่งภาพ ที่เอาภาพเราขึ้นไปประมวลผลบนเซิร์ฟเวอร์ แล้วเปลี่ยนภาพเราให้กลายเป็นผู้สูงอายุ เป็นผู้หญิง แต่สำหรับวีดีโอนั้น AI ล้ำลึกกว่าภาพมาก ถ้าถูกนำไปใช้ในทางที่ไม่ถูกต้องก็ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างใหญ่หลวงได้

ลองจินตนาการดูว่า คืนก่อนที่บริษัทจะเสนอขายหุ้นต่อประชาชนครั้งแรก แล้วเกิดมีวิดีโอ Deepfake แพร่กระจายบนโซเชียล ในวีดีโอ แสดงให้เห็นว่าซีอีโอกระทำความผิด นั่นคือ มีผลต่อราคาหุ้นของบริษัทแน่นอน ทำให้ทำลายความเชื่อมั่นของนักลงทุน ซึ่งแม้วิดีโออาจจะถูกลบและชี้แจงภายในไม่กี่วัน แต่ความเสียหายได้เกิดขึ้นไปแล้ว และนักลงทุนก็ไม่เชื่อถืออีกแล้ว

ความก้าวหน้าในด้านปัญญาประดิษฐ์นี้ มีการคิดค้นสื่อใหม่ๆ ที่ตอกย้ำความล้ำหน้าทางเทคโนโลยี ซึ่งเหมือนมีนักแสดงซึ่งมาแสดงเป็นตัวคุณ และทำลายคุณ รวมไปถึงตำแหน่งประธานาธิบดีด้วย

ผู้เชี่ยวชาญได้แสดงความเป็นกังวลว่า เทคโนโลยี deepfake พัฒนาเร็วมาก และต่อไปเราอาจเห็นวีดีโอที่ทำ fake หรือปลอมวีดีโอ เป็นคนนั้น คนนี้ ขึ้นมาได้เลย นี่ไม่ใช่การตัดต่อแบบสมัยก่อนแล้ว

ถ้าหากมีการกลั่นแกล้งกันจริง เราอาจได้เห็นผู้สมัคร พูดในสิ่งที่เขาไม่เคยพูด ซึ่งกระทบต่อการเลือกตั้งของผู้สมัครแน่นอน

อ่านเรื่องนี้ต่อแบบเต็มๆ ที่ venturebeat cnn

Share this Article: