เปิดงานมหกรรมดิจิทัล คอนเทนต์ BIDC 2019 เดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล ดึงต่างชาติจับคู่ธุรกิจ พร้อมดันไทยเป็นฮับในเอเชีย

ภาครัฐผนึกภาคอุตสาหกรรมเปิดมหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ “Bangkok International Digital Content Festival 2019” หรือ BIDC 2019 ครั้งที่ 6 ภายใต้แนวคิด Digital Co-creation เป็นการผนึกพลังความร่วมมือกับทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและภาคอุตสาหกรรม เพื่อนำไปสู่การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมดิจิทัล คอนเทนต์ให้เข้มแข็งและยั่งยืน หนุนไทยขึ้นแท่นศูนย์กลางด้านดิจิทัล คอนเทนต์ในภูมิภาคเอเชีย พร้อมเปิดเวทีจับคู่เจรจาการค้า หวังสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง



จักรินทร์ โกมลสิริ  นักวิชาการพาณิชย์เชี่ยวชาญ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์
กล่าวว่า การจัดงาน “Bangkok International Digital Content Festival 2019” หรือ BIDC 2019 ครั้งที่ 6 เป็นการผนึกความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคอุตสาหกรรม โดยมีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กับสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ TCEB และสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ  ดีป้า (depa) ร่วมกับภาคเอกชน  LINE CREATORS MARKET โดยบริษัท ไลน์ คอมพานี (ประเทศไทย) จำกัด และ 5 สมาคมจากภาคอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ไทย ประกอบด้วย สมาคมผู้ประกอบการแอนิเมชั่นและคอมพิวเตอร์กราฟิกส์ไทย (TACGA) สมาคมดิจิทัลคอนเทนต์ไทย (DCAT) สมาคมอีเลิร์นนิ่งแห่งประเทศไทย  (e-LAT) และสมาคมธุรกิจบางกอก เอซีเอ็มซิกกราฟ (BASA)  สมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์เกมไทย (TGA) เพื่อแสดงศักยภาพความพร้อมของอุตสาหกรรม ผู้ประกอบการไทยและยังเป็นการส่งเสริมสนับสนุนให้เกิดความเข้มแข็งและขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ  BIDC 2019 นับเป็นงานด้านดิจิทัล คอนเทนต์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย และสร้างโอกาสในธุรกิจอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ทั้งด้านแอนิเมชัน, เกม, คาแรกเตอร์ ,อี-เลิร์นนิ่ง, คอมพิวเตอร์ กราฟฟิกส์ ,เวอรชวล เอฟแฟ็กท์ รวมถึงเทคโนโลยีใหม่ และการศึกษา (Emerging Technology & education) ให้เป็นที่รู้จัก และนำไปสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัลที่สอดคล้องกับนโยบาย Thailand 4.0 และเศรษฐกิจดิจิทัล  ไทยเป็นศูนย์กลางด้านดิจิทัล คอนเทนต์ในภูมิภาคเอเชีย

“ภายในงานยังได้จัดกิจกรรมเจรจาการค้าระหว่างผู้ประกอบการด้านดิจิทัลคอนเทนต์ของไทยและต่างชาติเข้าร่วมกว่า 39 บริษัทจาก 12 ประเทศ ได้แก่  ญี่ปุ่น เกาหลี จีน สิงคโปร์ อินเดีย อินโดนีเซีย ไต้หวัน ฟินแลนด์ โปแลนด์ สเปน ฮ่องกงและมาเลเซีย ที่จะเข้าร่วมเจรจาการค้า หรือ Business Matching อาทิเช่น บริษัท วอลล์ดีสนีย์ (Walt Disney Company) ผู้ผลิตภายนตร์และแอนิเมชันระดับโลก, CCTV Animation เป็นสถานีโทรทัศน์รายใหญ่ที่มีผู้รับชมมากที่สุดในจีน , Bandai Namco Studios และ Grasshopper Manufacturing ทีมพัฒนาเกม LET IT DIE เป็นต้น และมีผู้ประกอบการไทย 67 ราย อาทิ  บริษัท กันตนา แอนิเมชั่น สตูดิโอ จำกัด ซึ่งสร้างผลงานภาพยนตร์แอนเมชันที่ทำให้ทั่วโลกรู้จักฝีมือคนไทย “ก้านกล้วย”, RiFF Studio ทีมสร้างแอนิเมชันไทยที่ได้ร่วมสร้างผลงานแอนิเมชันตอนสั้นกับสตูดิโอจากญี่ปุ่น ที่จะร้อยเรียงเป็นภาพยนตร์แอนิเมชันในโปรเจกต์ The Force of Will และ YGGDRAZI สตูดิโอผลิตผลงานด้านแอนเมชัน เวอรชวล และผู้พัฒนาเกม VR Home Sweet Home และ ทูสปอร์ต สตูดิโอ เจ้าของคาแรกเตอร์กระต่าย  Bloody Bunny  ร่วมเจรจาจับคู่ธุรกิจ รวม 480 นัดหมายในครั้งนี้  โดยหวังว่าการสนับสนุนจากภาครัฐจะต่อยอดจากงานครั้งนี้และจะยังสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปีที่ผ่านมาประสบความสำเร็จมีการเจรจาการค้าคิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 850 ล้านบาท ทั้งนี้การดำเนินงานในส่วนนี้นับเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญของกรมส่งเสริมฯ ในการสนับสนุนและส่งเสริมภาคอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนท์”  จักรินทร์ โกมลสิริ กล่าว



ทางด้าน นพ ธรรมวานิช ผู้แทนสมาคมจากภาคอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ไทย ในฐานะผู้แทนภาคอุตสาหกรรม  กล่าวว่า สำหรับงาน “Bangkok International Digital Content Festival 2019”  หรือ BIDC 2019 ภายใต้แนวคิด Digital Co-creation ซึ่งสื่อถึงการผนึกพลังความร่วมมือกับทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและภาคอุตสาหกรรม เสมือนจิ๊กซอร์ เพื่อนำไปสู่การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมดิจิทัล คอนเทนต์ให้เข้มแข็งและยั่งยืน   โดยมีภาครัฐเป็นฟันเฟืองในการสนับสนุนและส่งเสริมด้านเครือข่ายในต่างประเทศ สำหรับภาคอุตสาหกรรมดิจิทัลฯ มาเติมในส่วนของการคิดและพัฒนาชิ้นงานในสาขาต่างๆ ทั้งด้านแอนิเมชัน, เกม,คาแรกเตอร์,  อี-เลิร์นนิ่ง, คอมพิวเตอร์ กราฟฟิกส์  และเวอรชวล เอฟแฟ็กท์  รวมทั้งเทคโนโลยีใหม่ และการศึกษา  (Emerging Technology & education)

สำหรับบทบาทสำคัญของกลุ่มสมาคมได้ดำเนินการสนับสนุน ช่วยเหลือด้านธุรกิจการค้าและการพัฒนาสินค้าแก่สมาชิก รวมถึงสร้างเครือข่ายทางธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงยังเป็นตัวกลางระหว่างภาครัฐและผู้ประกอบการในการเชื่อมโยงทั้งสองส่วน เพื่อให้การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน  และสอดรับกับนโยบายรัฐบาลที่จะผลักดันให้อุตสาหกรรมดิจิทัลเป็นหนึ่งในการกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศ อาทิเช่น การผสมผสานเทคโนโลยีแห่งอนาคต AI ปัญญาประดิษฐ์ AR-VR ความเป็นจริงเสมือน สภาพแวดล้อมเสมือน  ซึ่งจะเป็นนวัตกรรมใหม่ในหลายๆ กลุ่มอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็น อุตสาหกรรมกรรมด้านการเงิน เกมและการศึกษา นอกจากนี้ยังมีกลุ่มแอนนิเมชันและเกม ซึ่งมีแนวโน้มการเติบโตและยังเป็นอีกหนึ่งตลาดที่มีผลงานที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย รวมทั้งกลุ่มคาแรกเตอร์ ที่สามารถต่อยอดและสร้างมูลค่าให้กับภาคอุตสาหกรรมไม่น้อยเช่นกัน  จะเห็นได้ว่าภาคอุตสาหกรรมดิจิทัล คอนเทนต์หลักๆ ของ 5 สมาคมเป็นกลไกสำคัญของการอุตสาหกรรมด้านดิจิทัล เพื่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ



นอกจากนี้ข้อมูลสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลหรือ ดีป้าจากผลสำรวจแนวโน้มการเติบโตมูลค่าดิจิทัลคอนเทนต์ในไทยปี 2561 คาดว่าจะแตะระดับกว่า 27,005 ล้านบาท และมีมูลค่ากว่า 29,358 ล้านบาทในปี 2562 โดยสาขาอุตสาหกรรมแอนิเมชันมีคาดการณ์ว่าจะเติบโตประมาณ 9% และยังคงการเติบโตเป็น 9% ในปี 2562 ขณะที่สาขาเกมคาดการณ์ว่าจะเติบโตถึง 9% และคาดว่าจะเติบโตขึ้นอีก 9% ในปี 2562 สำหรับสาขาคาแรคเตอร์คาดการณ์ว่าจะเติบโตถึง 12% ในปี 2561 และ 11% ในปี 2562  ซึ่งจากตัวเลขการเติบโตแสดงให้เห็นถึงศักยภาพความพร้อมของอุตสาหกรรมฯ  ที่ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางด้านดิจิทัล คอนเทนต์ในภูมิภาคเอเชีย

“ภายใน “Bangkok International Digital Content Festival 2019”  ประกอบด้วยกิจกรรมที่น่าสนใจ  ได้แก่  งานแสดงผลงานด้านดิจิทัลคอนเทนต์ (Show Case) จากผู้ประกอบการไทยระดับแนวหน้าด้าน  E -learning, Animation & VFX , Game, Original Character, Emerging technology  กว่า 40 บริษัท เพื่อเผยแพร่ผลงานให้เป็นที่รู้จักและนำไปสู่การต่อยอดทางธุรกิจให้ภาคอุตสาหกรรม จัดขึ้นระหว่างวันที่ 14-16  สิงหาคม  และพิธีมอบรางวัลประจำปีด้านดิจิทัลคอนเทนต์ ในสาขาต่างๆ  “BIDC Awards 2019” ให้แก่ผู้ประกอบการไทยที่มีผลงานโดดเด่นในรอบปี ซึ่งเป็นเวทีนำเสนอผลงานที่มีความคิดสร้างสรรค์ และต่อยอดเชิงธุรกิจในอนาคตรวม 25 รางวัลจาก 5 กลุ่มอุตสาหกรรม เพื่อเป็นต้นแบบในอุตสาหกรรมซอฟท์แวร์ไทย กระตุ้นให้เกิดการพัฒนาและต่อยอดความสำเร็จในอนาคต ซึ่งจะจัดในวันที่ 16 สิงหาคม 2562  พร้อมกิจกรรมสัมมนาที่ได้รับเกียรติจากวิทยากรทั้งในและต่างประเทศ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่         เฟซบุ๊คแฟนเพจ “Bangkok International Digital Content Festival” และสำรองที่นั่งออนไลน์ได้ที่ https://bit.ly/2YAw3gd”  นพ ธรรมวานิช กล่าวเสริมตอนท้าย



ทางด้าน อิสรี ดำรงพิทักษ์กุล  หัวหน้าธุรกิจสติกเกอร์ LINE ประเทศไทย  กล่าวว่า ในส่วนของทีม LINE CREATORS MARKET ปีนี้เป็นปีแรกที่ทางไลน์เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของงาน Bangkok International Digital Content Festival 2019 ซึ่งเป็นมหกรรมด้านดิจิทัล คอนเทนต์ ที่สำคัญของประเทศไทยและได้จัดอย่างต่อเนื่อง โดยในครั้งนี้ทางไลน์ ในฐานะภาคเอกชนที่ดำเนินธุรกิจทางด้านดิจิทัล คอนเทนต์ได้เข้ามาร่วมสนับสนุน เพื่อการขับเคลื่อนและสร้างความเข้มแข็งให้อุตสาหกรรมฯ พร้อมยังได้สนับสนุนในส่วนของวิทยากรที่จะมาร่วมแบ่งปันประสบการณ์องค์ความรู้ด้านการตลาดวิธีต่อยอดจากคาแรคเตอร์ไปเป็นสินค้า และการร่วมงานกับแบรนด์ใหญ่ การวางกลยุทธ์โปรโมทและทำการตลาดอย่างมืออาชีพ สำหรับผลิตภัณฑ์และบริการในกลุ่มของ สติ๊กเกอร์ LINE ให้บริการกับตลาดมากว่า 7 ปีและถือเป็นหนึ่งในเครื่องมือสื่อสารอันดับต้นๆ ในยุคดิจิทัลสำหรับคนไทย

Share this Article: